19 มี.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “วิกฤตศรัทธาบัตรเลือกตั้ง 69: เมื่อ "ความลับ" ถูกล่ามด้วย Barcode และเงาปริศนา!” ระบุว่า กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการกฎหมายและทิศทางการเมืองไทยอีกครั้ง! เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย กรณีการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อาจเป็น "โมฆะ" ในส่วนที่เกี่ยวกับ สส. บัญชีรายชื่อ
เนื่องจากระบบบัตรเลือกตั้งที่มีการระบุรหัส Barcode ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่าง "การลงคะแนนโดยลับ" (Secret Ballot)
รหัสลับบนใบแจ้งเกิด (หรือใบสั่งตาย?) ของประชาธิปไตย
ในเรื่องเพื่อพิจารณาที่ ต.30/2569 นี้ ผู้ร้องได้ชี้ให้เห็นว่า บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสเฉพาะตัวนั้น "น่าเชื่อได้ว่า" สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา โดยเฉพาะ มาตรา 83 (ที่แก้ไขใหม่) ที่กำหนดชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ
ปมปริศนา: 6 ต่อ 3 และ "เงาน้ำเงิน" ในแดนดินถิ่นเสรี
สิ่งที่น่าจับตาและน่ากังวลที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคการพิมพ์ แต่คือ "นัยทางการเมือง" ที่ซ่อนอยู่หลังมติของตุลาการ:
• ฝ่ายเสียงข้างมาก (6 ท่าน): มองทะลุถึงแก่นของรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 ว่านี่คืออำนาจโดยตรงของ กกต. ที่ต้องถูกตรวจสอบเมื่อกระทบสิทธิประชาชน
• ฝ่ายเสียงข้างน้อย (3 ท่าน): กลับมองเป็นเพียงเรื่องของ "กฎหมายลูก" (พรป.) ซึ่งมีความเห็นกันว่า จะหาเหตุผลใดมาสนับสนุนได้ว่าไม่ใช่ปัญหาจัดการเลือกตั้งโดยลับตามรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่งเป็นอำนาจตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมตามกฎหมายเลือกตั้ง อันอยู่ในอำนาจตรวจสอบของศาลอื่น
• ข้อสังเกต: บางคนอาจมองว่า หรือจะเป็นปรากฏการณ์ของ "เงาน้ำเงิน" ทำให้คดีเดินทางไปสู่การวินิจฉัยเชิงลึก หากเป็นเช่นนั้น อาจสะท้อนให้เห็นความพยายามรักษาอำนาจในลักษณะ "นิติสงคราม" ที่น่ากลัว
กาง TOR จับพิรุธ: "ความปลอดภัย" หรือ "แผนซ่อนเร้น"?
หาก กกต. จะอ้างเรื่อง "เทคนิคการรักษาความปลอดภัย" คำถามที่ตามมาคือ:
1.ทำไมไม่ใช้รหัสร่วม? หากต้องการตรวจสอบบัตรปลอม การใช้ 1 Code ต่อบัตร 20 ใบ (เหมือนบัตรสีเขียวใน สส. เขต) ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเจาะจงรายใบจนระบุตัวตนได้
2. หลักฐานใน TOR: เมื่อมีการไต่สวน ศาลจะเห็น "ข้อกำหนดขอบเขตงาน" (TOR) สั่งพิมพ์ทันทีได้ว่า เป็นการระบุให้พิมพ์โค้ดแบบเจาะจงรายใบ หรือเกิดจาก “เสียง” สั่งของเงาน้ำเงิน
บทสรุป: ก้าวต่อไปของนิติศาสตร์ไทย
คดีนี้คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า "หลักนิติธรรม" จะยังคงเป็นที่พึ่งได้หรือไม่? เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนแล้ววินิจฉัยโดยยึด “หลักความพอสมควรแก่เหตุ (Proportionality) การเลือกตั้งครั้งนี้อาจต้องกลายเป็นโมฆะบางส่วน เพื่อรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของการลงคะแนนโดยลับ
แต่ถ้าวินิจฉัยไปอีกทางหนึ่ง บรรทัดฐานใหม่ของการเลือกตั้งไทยอาจจะเข้าสู่ยุคที่ "อำนาจรัฐสามารถส่องดูความลับในใจประชาชน" และตาม “เช็กบิล” ได้ตลอดเวลา
ซึ่งคือความเป็นความตายของประชาธิปไตยไทย!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตผู้พิพากษา' ถอดรหัส ผู้สมัครสว. กรอกประวัติไม่ตรงความจริง เพิกถอนสิทธิ 10 ปีได้อย่างไร
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์ ผู้สมัครสว. กรอกประวัติไม่ตรงความจริง ถึงขั้นเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปีได้อย่างไร ถอดรหัสคดี 'นิ่มนวล' จบ ป.กศ. สูง แต่อ้าง 'ปริญญาตรี' ศาลชี้หลอกลวงให้ผู้สมัครคนอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติถือเป็นการทุจริต เป็นแนวบรรทัดฐานใหม่ของศาลฎีกาฯ
เดือดแน่! จับตาเสวนา 'คดีฮั้ว ส.ว' ปรมาจารย์ด้านกฎหมายแท็กทีม ฮือฮา 'สิทธิโชติ' ร่วมด้วย
ราชบัณฑิตยสภา จัดเสวนา 'คดีฮั้ว ส.ว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้' 30 ก.ย.นี้ ฮือฮา 'สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย' ร่วมด้วย ปรมาจารย์ด้านกฎหมายร่วมเสวนาอีกเพียบ ทั้ง 'จรัญ ภักดีธนากุล -วัส ติงสมิตร- วิชา มหาคุณ'
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ฮั้วเลือก สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้คดีฮั้ว สว.อาจอยู่ที่การให้ศาลค้นหาความจริง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม
ศาล รธน. ตีตกคำร้อง 'เจ๋ง ดอกจิก' ปม 'พีระพันธุ์' ตั้งนั่งคณะทำงาน
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง “เจ๋ง ดอกจิก” ขอวินิจฉัย “พีระพันธุ์” ปมแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน

