จับพิรุธ ข้อตกลง GBC เปิดช่องให้รัฐบาลใส้ศึกรับให้การรักษาพยาบาลแก่เฉพาะบางบุคคลได้

8 ส.ค.2568 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

ข้อตกลงไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2568 มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ
ฝ่ายไทยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาการแทน รมว.กลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ
ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พล.อ.เตีย เซฮา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ

คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) เห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน โดยมีคำแปลเผยแพร่ ข้อ 6 ว่า

“6. การปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา: การปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกจับกุมตัว การขอส่งตัวผู้บาดเจ็บมารักษาในสถานพยาบาลของอีกฝ่าย โดยจะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการรองรับของสถานพยาบาลแล้วแต่กรณี…”

แต่ข้อตกลงภาษาอังกฤษ ใช้ถ้อยคำว่า

“6. Both sides agree to comply with international humanitarian law in the treatment of captured soldiers, including their living condions, shelter, food, and medical care in case of injury.
**If one side wishes to bring in its own wounded soldiers or civilians who are not under the control of the other side for medical treatment, the receiving side may determine its response based on the capacity of its medical facilities, including available equipment, personnel, or medical ethics, on a case-by-case basis. …“

คำแปลภาษาไทยนั้น จึงพิลึกพิลั่น พยายามทำให้คนอ่านเข้าใจไปว่า การขอส่งตัวผู้บาดเจ็บมารักษาในสถานพยาบาลของอีกฝ่าย นั้น เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา
ทั้งที่อนุสัญญาเจนีวาครอบคลุมเฉพาะการรักษาพยาบาลทหารที่ตกเป็นเชลยในการดูแลของกองทัพไทยเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับทหารที่บาดเจ็บที่อยู่ในการดูแลของกองทัพกัมพูชาใดๆทัังสิ้น

ทั้งนี้ ถึงแม้ภาษาอังกฤษระบุชัดแจ้งว่า เป็นกรณีประเทศหนึ่งประสงค์จะขอส่งทหารบาดเจ็บที่อยู่ในการดูแลของกองทัพของตน ไปเพื่อรักษาพยาบาลที่อีกประเทศหนึ่ง แต่เนื่องจากไม่อยู่ในอนุสัญญาเจนีวา จึงไม่มีเหตุผลที่จะเอาไปใส่ไว้ในข้อตกลง

และจะกลายเป็นเปิดช่องให้รัฐบาลใส้ศึกที่อ่อนแอสามารถเปิดรับให้การรักษาพยาบาลแก่เฉพาะบางบุคคลได้ ที่ใช้ข้อความว่า on a case-by-case basis อันเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหาประโยชน์กันเองระหว่างกลุ่มนักการเมืองของสองประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สร้างรั้วถาวรบ้านคลองลึก-ทมอดา! 'บิ๊กเล็ก' ต่อสาย 'เตีย เซรยฮา' ซัดทหารเขมารไร้วินัยเผาป่า

‘บิ๊กเล็ก’ ต่อสาย ‘เตีย เซรยฮา’ ซัดทหารกัมพูขาโกหก-ไร้วินัยเผาป่า หวั่นกระทบกระทั่งบานปลาย ทั้งยังใส่ร้ายทหารไทย แนะสร้างรั้วถาวรบ้านคลองลึก-ทมอดา

ยังไม่ถูกทาบ! 'บิ๊กเล็ก' ขอโฟกัสงานในหน้าที่ให้ครบวาระ ไม่ตอบได้ไปต่อ ครม.ใหม่ หรือไม่

‘บิ๊กเล็ก’ ยันยังไม่ถูกทาบร่วม ครม. ใหม่ ขอโฟกัสงานในหน้าที่ให้ครบวาระ ไม่ตอบได้ไปต่อหรือไม่ ฝากคณะผู้บัญชาการทางทหาร เป็นตัวแทนสื่อสาร เน้นคิดรอบด้านนอกเหนือการทหาร

'อดีตรมว.คลัง' ชำแหละ พรรคการเมืองไทย-หัวใจเขมร ดูยังไง

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง พรรคการเมืองไทย-หัวใจเขมร ดูยังไง? (1/3) มีเนื้อหาดังนี้

“กองทัพ”ตั้งการ์ด-ลดแรงเสียดทาน เริ่มศึกภายใน-ชายแดนยังไม่จบ

แม้การสู้รบในพื้นที่ชายแดน “ไทย-กัมพูชา” จะจบลงในระลอกที่ 2 ไปแล้ว โดยกองทัพสามารถทวงคืนพื้นที่จากฝ่ายตรงข้ามได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ “สงคราม” นั้นยังไม่จบ เพราะ “ควันหลง” ของเหตุการณ์ยังเป็นเชื้อไฟที่สามารถทำให้เหตุการณ์สู้รบปะทุได้อีกตลอดเวลา จากปัจจัยหลักคือ ยังไม่มีการสำรวจจัดทำหลักเขตกันจนเป็นที่ยุติ รวมไปถึงปัจจัยเฉพาะหน้าที่เกิดจากการเมืองภายในของ 2 ประเทศ ที่รัฐบาลต่างฝ่ายต่างสร้างคะแนนนิยมจากเหตุการณ์ชายแดน