11 สิงหาคม 2568 - ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย TMAC และ EOD เก็บกู้สรรพาวุธระเบิด ชายแดนไทย–กัมพูชา สำเร็จ 384 รายการ ในพื้นที่จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 1 – 10 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) จำนวน 15 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธร สนับสนุนกองกำลังสุรนารีและตำรวจภูธรภาค 3 ดำเนินภารกิจสำรวจ พิสูจน์ทราบ เก็บกู้และทำลายสรรพาวุธระเบิดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา
ผลการปฏิบัติ สามารถเก็บกู้สรรพาวุธได้รวมทั้งสิ้น 432 รายการ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน ดังนี้
- จังหวัดบุรีรัมย์ พบ BM-21 จำนวน 28 นัด, ลูกปืนใหญ่ 31 นัด, ลูก ค. 21 นัด, วัตถุระเบิดอื่น ๆ 11 รายการ รวม 81 รายการ
- จังหวัดสุรินทร์ พบ BM-21 จำนวน 206 นัด, ลูกปืนใหญ่ 3 นัด, ลูก ค. 36 นัด, วัตถุระเบิดอื่น ๆ 19 รายการ รวม 234 รายการ
- จังหวัดศรีสะเกษ พบ BM-21 จำนวน 33 นัด, ลูกปืนใหญ่ 65 นัด รวม 92 รายการ
- จังหวัดอุบลราชธานี พบ BM-21 จำนวน 26 นัด รวม 25 รายการ
การปฏิบัติภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ TMAC ดังกล่าวแสดงถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของหน่วยงานด้านความมั่นคงไทยในการลดภัยคุกคามและปกป้องความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้แจ้งเตือนและให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายที่มีการปนเปื้อนของทุ่นระเบิดที่หลงเหลือจากการเกิดสงครามในอดีตมีทั้ง ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เช่น pmn-2, pom - z รวมทั้งระเบิดดักรถถัง และ กระสุนของอาวุธหนัก เช่น RPG กระสุนปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด ที่ยิงตกแล้วแต่ยังไม่ระเบิด
โดยการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ทั้ง 15 ชป.ในขณะนี้ ยังคงมุ่งหมายที่จะสำรวจและเก็บกู้ทำลายขีปนาวุธและอาวุธหนักที่ส่งผลกระทบกับประชาชนเป็นลำดับแรกเพื่อเตรียมการสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นวัตถุระเบิด วัตถุต้องสงสัย หรือสิ่งผิดปกติในพื้นที่ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ทันที เพื่อให้ดำเนินการเก็บกู้และทำลายอย่างปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย
'บิ๊กดุลย์' การันตี! ไร้เงื่อนไขเปิดด่าน แลกส่งตัว 'ลุงโยชน์'
'รมว.กลาโหม' การันตี 'รัฐบาล-กองทัพ' ไร้เงื่อนไขแลกเปลี่ยนเปิดด่าน แลกส่งตัว 'ลุงโยชน์' กลับไทย ชี้เป็นความร่วมมือที่ดี ยกเครดิต 'มทภ. 2' ประสานงาน เชื่อหากบรรยากาศดี การเจรจาทวิภาคีทุกระดับคืบหน้า
'ทภ.2' เจ๋ง! 'ลุงโยชน์' กลับไทยแข็งแรงดี ใช้กลไก RBC เขมรยอมปล่อยตัว
‘ลุงโยชน์’ กลับไทยแล้ว ตรวจสุขภาพปกติดี กัมพูชายอมส่งตัวคืน หลัง ทภ.2 เปิดกลไก RBC ประสานใกล้ชิด ลดตึงเครียดชายแดน
ทภ.2 แจงทหารเขมรแค่มาเคารพ 'หลวงตาเยื้อน' ไม่ได้กดดันฝ่ายไทยสร้างถนนชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีปรากฏคลิปภาพทหารกัมพูชาเข้ามาพบ พระธรรมวชิรญาณโกศล (เยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบริเวณแนวชายแดน

