16 สิงหาคม 2568 - นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า #เชื่อมั่นในหลักนิติธรรม #ความจริง
ขออนุญาตใช้พื้นที่สื่อสารข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ท่ามกลางการปล่อยข่าวลือในทางลบ เสียหายต่อองค์คณะตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาคดีคลิปหลุด แพทองธาร ชินวัตร-ฮุนเซน ที่มีการโจมตีว่า มีการบินไปอินเดียเพื่อกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องนั้น “ไม่เป็นความจริง”
โดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ตามที่ปรากฏในเว็ปไซต์ศาลรัฐธรรมนูญถึงการเดินทางไปประเทศอินเดียของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และองค์คณะบางส่วนในโครงการอบรมหลักสูตร ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระดับอำนวยการ(สศอ.)รุ่นที่ 1 ที่เดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-9 สิงหาคม 2568 โดยมีการเยี่ยมคารวะประธานตุลาการศาลสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอินเดีย รวมทั้งศึกษาดูงานศาลสูงสุด มหาวิทยาลัยกฎหมายเดลี และเยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐอินเดียด้วย
ส่วนตัวผมยืนหยัดเชื่อมั่นในหลักนิติธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นหลักให้กับบ้านเมืองมาตลอด ทั้งในฐานะผู้ที่เคยยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญในหลายกรณี ทั้งเป็นผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ผู้แก้ต่าง พยานในคดี ฯลฯ อาทิ
:การยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการร่างใหม่ทั้งหมด
:การยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้อดีตนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง
:การยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้บุคคลยุติล้มล้างการปกครอง
:การเป็นถูกยื่นร้องว่า ขาดคุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ2550
:การยื่นคำชี้แจงแก้ต่างต่อศาลรัฐธรรมนูญในฐานะอดีตเลขานุการวิปสนช.กรณีที่ผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าพรบประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฯลฯ
ซึ่งในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในหลายคดี ไม่ได้ออกมาตามใจผู้ร้อง แต่ทุกคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนขององค์คณะในแต่ละคดีนั้น ล้วนเป็นคำวินิจฉัยที่เป็นหลักสำคัญให้กับบ้านเมือง เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และมีคุณค่ายิ่งในหลักนิติธรรมนิติรัฐ
ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวผมจึงไม่เชื่อในข่าวลือในทางเสียหาย ที่มีการปล่อยออกมาในช่วงนี้ เพื่อดิสเครดิตองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ
จึงอยากเรียนเสนอข้อเท็จจริงในส่วนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐอินเดีย
ตามที่แนบ เว็บไซด์ของศาลรัฐธรรมนูญให้ทุกท่านตรวจสอบได้นี้ครับ
https://www.constitutionalcourt.or.th/th/occ_web/sub.php...
ส่วนตัวยืนยันและเชื่อมั่นในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่29 สค นี้ ว่า องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกท่าน จะมีคำวินิจฉัยที่ยึดหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติแน่นอนครับ
ด้วยความเคารพในศาลรัฐธรรมนูญและเชื่อมั่นในหลักนิติธรรม
สมชาย แสวงการ
อดีตสมาชิกวุฒิสภา
16 สค 2568
หมายเหตุ :การนำเสนอข้อมูลนี้เพื่อประกอบความเข้าใจในการติดตามคดี ขอความกรุณาทุกท่านอย่าวิพากษ์วิจารณ์ใดๆที่ละเมิดอำนาจศาลและกระบวนการยุติธรรมด้วยครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'ปธ.ศาลรธน.' ลุ้นหนักได้นั่งยาวหรือเก็บของ รอฟังมติสว.โหวตตุลาการคนใหม่
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน.ลุ้นหนัก อังคารนี้ ได้นั่งยาวหรือเก็บของ สภาสูงโหวตตุลาการศาลรธน.หลังเคยคว่ำไปสองชื่อ สว.สีน้ำเงินเปรย ประธานชักอยู่นาน บอกไม่ติดใจคุณสมบัติ”ศ.จักรพงศ์-รร.นายร้อยตำรวจ”แต่รอสัญญาณเช้า 30 มิ.ย.ให้ผ่านหรือสอยร่วง
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย
กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

