
19 ส.ค. 2568-พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี ดร. ลี ทูจ รัฐมนตรีอาวุโส และรองประธานคนแรกของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (CMAA) และ นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) จัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 โดยกล่าวว่า
“กรณีที่ไทยระบุว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ และมีการกักตุนทุ่นระเบิดไว้ใช้ ซึ่งไม่มีมูลความจริง สำหรับพื้นที่ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บเป็นเขตสนามรบเก่าในช่วงสงครามในอดีต และยังคงมีทุ่นระเบิดจำนวนมากตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย ซึ่งยังไม่ได้รับการกวาดล้างอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณแนวเขตแดน”
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงว่า “ต่อกรณีคำชี้แจงดังกล่าว ทำให้ฝ่ายไทยรู้สึก ถึงความสับสน ย้อนแย้งกับท่าทีที่ผ่านมาของฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด เพราะฝ่ายกัมพูชาไม่ตอบรับข้อเสนอของไทยในการร่วมกันแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดในการประชุม GBC เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่กัมพูชาควรให้ความสำคัญในทันที ตามที่พยายามแสดงภาพลักษณ์ต่อสายตานานาชาติว่าเป็นประเทศต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิด
b
อีกทั้ง มีเพียงฝ่ายทหารไทยเท่านั้นที่เป็นผู้ประสบเหตุถูกทำร้ายด้วยทุ่นระเบิดอยู่ฝ่ายเดียวจำนวนหลายครั้ง และทุกครั้งที่เกิดเหตุก็เป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยใช้ลาดตระเวนอยู่เป็นประจำมาเป็นแรมปี จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็น ทุ่นระเบิด ตกค้างจากสงครามในอดีตตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง
ที่สำคัญที่สุด จากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจากสงครามในอดีตโดย TMAC ประเทศไทยที่ผ่านมา ก็ไม่เคยมีการพบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 มาก่อน ซึ่งทุ่นระเบิดชนิดนี้ถือเป็นทุ่นระเบิดรุ่นใหม่ แตกต่างจากที่เคยพบในอดีตอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือ ลักษณะการวางทุ่นระเบิดสอดคล้องกับหลักทางยุทธวิธี โดยทุกเหตุการณ์จะอยู่บริเวณด้านหน้าของแนวการวางกำลังของฝ่ายกัมพูชา และมักพบว่ามีการนำกลุ่มทุ่นระเบิดมาวางติดตั้งใกล้ ๆ กันอย่างเป็นระบบ โดยมีลักษณะถูกฝังลงไปบนผิวดินเพียงเล็กน้อย ทำให้ไม่พบว่ามีวัชพืชขึ้นปกคลุม และเมื่อเก็บกู้ขึ้นมาแล้วก็สามารถเห็นได้ชัดว่ายังมีสภาพใหม่ ผิวด้านข้างมีตัวเลขและตัวอักษรกำกับอยู่ในสภาพคมชัด อ่านได้ง่าย
ดังนั้น จึงเป็นที่น่าเสียใจว่า หลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว กัมพูชายังใช้ทุ่นระเบิดเป็นอาวุธ ทำร้ายฝ่ายไทยอยู่ ซึ่งถือเป็นการบั่นทอนอธิปไตยของไทย และกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างน่าเสียดาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN
'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน
กต.กระทุ้งUN นายกฯโต้เขมร ไม่ให้ใครบังคับ
นายกฯ ชี้ปมเขมรลากเอ็มโอยู 43 อ้างยูเอ็นเจรจาไทย ลั่นไทยมีหลักการไม่ให้ใครบังคับได้ กต.ส่ง จ.ม.ถึง “เจนีวา” แจงรายงาน “ทอม แอนดรูว์ส” กระทบ "ความเป็นกลาง-เที่ยงธรรม" คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ “สีหศักดิ์” ซัด “กัมพูชา” ใช้ปมพาดพิงไทยโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง
รมว.กห.จีน เปิดอกคุย 'บิ๊กดุลย์' ปมป้อนอาวุธเขมร ยันวางตัวเป็นกลาง
รมว.กลาโหมจีน เปิดอก คุย 'บิ๊กดุลย์' ปมป้อนอาวุธกัมพูชา ชี้สองประเทศคือมิตรที่ดีต้องวางตัวเป็นกลาง ด้าน รมว.กห.ไทย ใช้นอกรอบซักส่งอาวุธเพิ่ม
ชม 'อนุทิน' ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีน ปมรถถังเขมร ได้การการันตี ห้ามใช้ซัดกับไทย
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิ
โฆษก ทบ. แจงความคืบหน้าเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิดที่กันทรลักษ์
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกำลังพลเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ อำเภอ กันทรลักษ์
'เสธ.ทบ.' ไม่เชื่อคำอ้างเขมร เหตุยิงปืนใกล้ฐานทหารไทย ย้ำอย่าทำอีก
'เสธ.ทบ.' ลั่นไม่เชื่อข้ออ้าง 'กัมพูชา' หลังยิงปืน 3 นัดใกล้ฐานทหารไทย ย้ำกองทัพตอบโต้ตามหลักปฏิบัติ ยันสร้างแน่อ่างเก็บน้ำ 'ห้วยตามาเรีย' ไม่ว่าจะใช้งบไหน ขอแค่สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ

