
'นพรุจ' ยื่นหนังสือหนุนให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญค้ำความมั่นคงชาติ ซัด 'แพทองธาร' ไร้ประสบการณ์บริหาร ทำประชาชนสิ้นหวัง ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาการเมือง-เศรษฐกิจ-ชายแดน
27 ส.ค. 2568 - ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 ยื่นหนังสือเพื่อให้กำลังใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการทำหน้าที่เพื่อดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ และรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ ความถูกต้อง ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญที่ให้นักการเมือง และคณะผู้บริหารบ้านเมืองต้องมีคุณธรรมมีมาตรฐานทางจริยธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
โดยนายนพรุจ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ของประเทศที่เข้าสู่ภาวะวิกฤตหลายๆด้าน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้งมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี จนเกือบเข้าสู่สภาวะวิกฤตความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และความเชื่อมั่นความศรัทธาต่อนักการเมือง โดยมีผลจากวิกฤตความสิ้นหวังในการแก้ไขปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงวิกฤตความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนซึ่งเกี่ยวกับเรื่องเอกราชอธิปไตยของชาติ ตนในฐานะตัวแทนภาคประชาชนนอกสภา มอบกำลังใจให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ทำหน้าที่เสียสละเพื่อแผ่นดินไทย
นายนพรุจ กล่าวอีกว่า ที่มีนักวิพากษ์วิจารณ์ออกมาวิเคราะห์ตามสื่อทั้งนายกฯรอดและไม่รอด ก็ไม่รู้ว่าเป็นไปตามข้อกฎหมายใดตนขอไม่ก้าวล่วง แต่ส่วนตัวจากที่ได้สัมผัสกับประชาชน ไม่ได้มองนายกฯเรื่องคดีความแต่มองเป็นเรื่องเก่าคือความไร้เดียงสา อ่อนหัด พูดง่ายๆว่าถ้าเป็นบริษัทนายกฯก็อยู่ในฐานะพนักงานฝึกหัด ดังนั้นประเทศไทยในขณะนี้เข้าสู่วิกฤตด้านต่างๆ การพฤติกรรมต่างๆของนายกแสดงถึงความอ่อนด้อยในการบริหาร นอกจากนี้ยังเห็นว่าไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร ก็อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสินเหมือนตน ที่ต่อสู้คดีจนไปถึงศาลฎีกา เมื่อผลออกมาก็น้อมรับและเข้าไปในเรือนจำ ส่วนเรื่องต่างๆที่ผ่านมาก็ถือว่าเราแพ้คดีความ การยอมรับก็เพื่อให้กลไกของกฎหมาย การดำเนินคดีต่างๆได้ดำเนินต่อไป ฉะนั้นเราจะต้องไม่เป็นอุปสรรค
"วันนี้ในความรู้สึกของประชาชนผลการตัดสินจะรอดหรือไม่รอด จะเกิดคำถามกับประชาชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีเลยว่า ถ้ายังมีนายกฯที่ชื่อแพทองธาร และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะยิ่งบั่นทอน ความศรัทธาต่อความเป็นนักการเมืองทั้งสภา และรัฐสภามากกว่า" นายนพรุจ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'คุณหญิงกัลยา' ลุยเยาวราชอ้อนขอไปทำงานในสภา
'ดร.คุณหญิงกัลยา' ลงพื้นที่เยาวราช พบแม่ค้าวัย 78 ปีโผกอดน้ำตาคลอ ขอให้เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภานำพาชาติเจริญรุ่งเรือง รับปากหากเป็นรัฐบาลจะเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจและประเทศ
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
'10 คำถามดีเบต' เมื่อโลกเปลี่ยนสนามอำนาจ แต่ผู้นำไทยยังพูดนโยบายแบบศตวรรษที่แล้ว
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เมื่อโลกเปลี่ยนสนามอำนาจ แต่ผู้นำไทยยังพูดนโยบายแบบศตวรรษที่แล้ว 10 คำถามดีเบต: ประเทศไทยในยุค The Age of Variable Geometry
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก
เปิดทรัพย์สินอดีตตุลาการศาล รธน. 'ปัญญา อุดชาชน'
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง รายชื่อที่น่าสนใจ นายปัญญา อุดชาชน กรณีพ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2568

