แฉขบวนการแยกทหารออกจากประชาชน ไทยแพ้เขมรแน่ หากนักการเมืองกลุ่มนี้บริหารประเทศ

นักเขียนชื่อดัง ชี้ใบปลิวโจมตีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นขบวนการทำลายกองทัพและสถาบัน โดยการ "แยกทหารออกจากประชาชน" เป็นฝีมือของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มเสรี" เปลือยตัวเองให้เห็นธาตุแท้เป็นพวกต่อต้านสังคม อ้างความเสมอภาคคนเท่ากัน แท้จริงเป็นแค่กระพี้ ไม่มีแก่นสารข้างใน เลือกตั้งสมัยหน้า ถ้าอยากให้ประเทศไทยแพ้กัมพูชา ก็เลือกนักการเมืองที่หวังทำลายกองทัพและสถาบันเข้ามาบริหารประเทศ ให้ทหารไปขับเรือประมงจับปลา

28 สิงหาคม 2568 - นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul ว่า วิธีการทำลายทหารที่ดีที่สุดก็คือ "แยกทหารออกจากประชาชน" การใช้กลยุทธ์แยกทหารออกจากประชาชน มีวิธีทำที่ลงทุนง่าย ๆ แค่ 2 วิธีคือ 1.ใช้บุคคลพูดด้วยวาจาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ 2.ติดใบปลิวปล่อยข่าว โดยใช้สถานการณ์นั้นๆ มาดัดแปลงถ้อยคำ และตั้งคำถาม ?

เช้ามืด ก่อนแสงสว่างจะกระจายมาถึงของวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ได้ถูกเชิญมาเป็นวิทยากร

ป้ายใบปลิวนี้ ถูกติดเพื่อให้เกิดเป็นข่าว และก็ได้เป็นข่าวสมใจ ในเนื้อความของป้าย ใช้คำสั้นๆ เพื่อตั้งคำถามด้อยค่าบุคคลว่า ลูกน้องเจ็บตาย คาชายแดน แม่ทัพโชว์แมน หาแสงส่อง โดยฝีมือของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์

สิ่งที่น่าตลกของวิธีนี้ก็คือ ไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ตอนที่ลูกน้องทหารไทยเจ็บตายที่ชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ประจำอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ไม่ได้ออกมาโชว์แมนอย่างที่ประดิษฐ์วาทะกรรม

แม่ทัพกุ้ง ออกสื่อหลังจากมีการเจรจาสงบศึกต่างหากเล่า ช่วงก่อนหน้านั้นท่านไม่พูดอะไรเลย

การออกมาเล่าเรื่องแนวหน้า ก็เพื่อบอกให้เห็นสถานการณ์และจุดยืนของกองทัพ

ส่วนที่อ้างว่า ตนเองเองคือกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ มันก็คือการ "เปลือย" ตัวเอง ให้เห็นชัดเจน

อะไรก็ตาม ที่ขึ้นต้นว่าเสรี หรือลงท้ายว่าเสรี ล้วนคือพวกนี้ต่อต้านสังคม อ้างศักดินา อ้างชนชั้น อ้างความเสมอภาพ แท้จริง กลุ่มเสรีเหล่านี้ก็เป็นแค่ "กระพี้" ที่ไม่มีแก่นข้างใน มีหัวไว้แค่กั้นหูไม่ให้ติดกัน เท่านั้น

วิธีการแยกทหารออกจากประชาชน ด้วย 1.ใช้บุคคลพูดจา ด้วยวาทะกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตามจังหวะและโอกาส อยู่เสมอๆ 2.ใช้สื่อ ใบปลิว ป้าย ตั้งคำถามที่เพื่อให้สังคมสงสัย โดยไม่สนใจคำตอบที่รู้อยู่แล้ว เพื่อด้อยค่าทำลายความเชื่อถือ ต่างก็เป็นแผนต้องการชิงกระแสประชาชนให้ถอยห่างออกจากทหาร

ประเทศที่เข้มแข็งได้ มาจาก 3 ส่วน คือ ประชาชน ทหาร และสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยมีสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างประชาชน ทหาร สถาบัน นั้นคือนักการเมือง ถ้าสถาบันอ่อนแอ ทหารอ่อนแอ เหลือเพียงแต่ประชาชน เท่านั้น พวกเขาย่อมเคว้งคว้าง

การเคว้งคว้างของประชาชน ทำให้เป็นช่องว่างที่นักการเมือง จะฉวยโอกาสนั้นดึงกระแสเข้าหาตนเองและพรรคพวก เข้าใจหรือยัง ทำไมต้องด้อยค่าทำลายทหารและสถาบัน

ทหารไม่ได้สู้รบกับศัตรูภายนอกประเทศเท่านั้น ยังต้องหวาดระแวงการแทงข้างหลังของคนในประเทศเช่นกัน

วันนี้เราอาจจะชนะกัมพูชา แต่เรายังไม่ได้ชนะเด็ดขาด และวันนี้มีการตกแต่งคำใหม่ที่สวยหรูว่า 'สันติภาพจะไม่สามารถเบ่งบานได้ จากปลายกระบอกปืน' นั้นเป็นสำนวนนิยายแห่งจินตนาการ ที่ละเลยความจริง ซึ่งความจริงของโลกใบนี้ ได้ก่อเกิดสำนวนที่แท้จริงว่า "สันติภาพ เกิดจากความกลัว"

สงครามโลกทั้งสองครั้ง และสงครามย่อยตามชายแดนของประเทศต่างๆทั่วโลก ล้วนเป็นเช่นนี้

ดังนั้นในสมัยหน้า ถ้าอยากให้ประเทศไทยแพ้กัมพูชา เราก็ควรเลือกกลุ่มนักการเมืองที่หวังทำลายทหารและสถาบันเข้ามาบริหารประเทศ

ให้ทหารไปขับเรือประมง จับปลาซะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม

เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ

'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้

นายกฯอนุทิน ถึงฟิลิปปินส์ เตรียมหารือสามฝ่าย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ค่ำนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศ

'สีหศักดิ์' คาดกัมพูชาตอบรับคุย 3 ฝ่าย เวทีอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เน้นสร้างความไว้ใจกันก่อนเริ่ม GBC

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงท่าที่ของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้หรือไม่ ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน