เปิดโทษ 'กฎอัยการศึก' ปราบเขมรป่วน จำคุก-ปรับ หนักสุดประหารชีวิต

‘กองทัพบก’ เปิดโทษกฎอัยการศึก คุมเข้มเขมรห้ามป่วนบ้านหนองจาน รื้อลวดหนามไทย คุก 5 ปี ปรับ 1 แสน ทำกระทบเอกราชไทยระวางโทษประหารชีวิต

29 ส.ค. 2568 – พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองกำลังบูรพาได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยในเขต บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ภายหลังปรากฏเหตุประชาชนจากฝั่งกัมพูชาลักลอบเข้ามาก่อความไม่สงบในเขตแดนไทย อันเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ โดยเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนไทย และรักษาอธิปไตยของชาติ กองกำลังบูรพา จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 กำหนดมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย

1.กำหนดพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย

2.กำหนดถนนศรีเพ็ญ ในพื้นที่บ้านหนองจาน เป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย

3.กำหนดมาตรการควบคุมเพื่อความปลอดภัยใน พื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้

3.1 ห้ามนำอาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธเข้ามาในพื้นที่

3.2 ห้ามปิดกั้นเส้นทางที่กระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

3.3 ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฐานปฏิบัติการทางทหาร

3.4 ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือดื่มสุราและของมึนเมาในพื้นที่

3.5 ห้ามนำเครื่องขยายเสียงเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยสูงสุด และยืนยันชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาว่า เขตแดนไทยเป็นพื้นที่อธิปไตยที่ไม่อาจถูกล่วงละเมิดได้

ทั้งนี้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ กองกำลังบูรพาได้กำหนดแนวทางดำเนินคดี ในกรณีที่มีชาวกัมพูชาละเมิดต่อมาตรการดังกล่าว ดังนี้

1.กรณีบุกรุกข้ามเขตแดนเข้ามาฝั่งไทย จะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

2.กรณีบุกรื้อลวดหนาม

-มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-หากมีการเอาทรัพย์ไปด้วย เช่น ขโมยลวดหนาม จะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของทางราชการ ตามมาตรา 335 (10)

-หากเข้าข่ายเป็นการกระทบต่อเอกราชของไทย อาจมีความผิดตามมาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบมาตรา 129 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

-เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบ มาตรา 129 ฐานกระทำการใดๆ ที่ทำให้เอกราชของไทยเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต

3.กรณีก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ฝั่งไทย

-หากมีการทำร้ายร่างกาย, ฆ่าหรือพยายามฆ่า จะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา และจะต้องรับโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด

กองกำลังบูรพาขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่านในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่กองกำลังบูรพา อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กต.กระทุ้งUN นายกฯโต้เขมร ไม่ให้ใครบังคับ

นายกฯ ชี้ปมเขมรลากเอ็มโอยู 43 อ้างยูเอ็นเจรจาไทย ลั่นไทยมีหลักการไม่ให้ใครบังคับได้ กต.ส่ง จ.ม.ถึง “เจนีวา” แจงรายงาน “ทอม แอนดรูว์ส” กระทบ "ความเป็นกลาง-เที่ยงธรรม" คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ “สีหศักดิ์” ซัด “กัมพูชา” ใช้ปมพาดพิงไทยโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง

ไทยสวนหมัดเด็ด! ยื่น UN ขอหารือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ จี้ปราบสแกมฯในกัมพูชา โต้ยิบรายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส'

กต. แถลงท่าทีรัฐบาลไทย เผยเตรียมทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวา หลัง “ทอม แอนดรูส์” เสนอรายงานพิเศษพาดพิงประเทศไทย มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ชี้กระทบความเป็นกลาง -เที่ยงธรรม “สีหศักดิ์”

อดีตนายกสภาทนายความ ยกคำพิพากษาเทียบคดีฆ่าโหด 2 พี่น้องรัสเซีย ไปถึงประหารชีวิตหรือไม่

”วิเชียร“ อดีตนายกสภาทนายความยกฎีกา เทียบคดีฆ่าโหด 2 พี่น้องรัสเซีย ชี้ คำรับสารภาพ ไม่ใช่เหตุบรรเทาโทษเสมอไป ศาลไม่ต้องลดโทษก็ได้

ความยุติธรรมต้องเด็ดขาด คดีอุกฉกรรจ์ฆ่าโหดต้อง ‘ประหารชีวิต’ สถานเดียว!

สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากับคำถามครั้งใหญ่เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญครั้งใหญ่