นักวิชาการแฉเล่ห์กลเพื่อไทยสกัดอนุทิน ถ่วงเวลาทักษิณเร่งสร้างดีลใหม่

2 ก.ย. 2568 – รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่ห์กลของเพื่อไทยวันนี้ คือ สกัดอนุทินทุกทาง เตะถ่วงการเลือกนายกฯออกไปให้นานที่สุด ดึงดันตั้งนายก-รบ.พท. ลากไปให้ถึงปี 70

1. ขู่ยุบสภา แต่ความจริง พท.ไม่ยังไม่ยอมยุบสภา คนที่พร้อมเลือกตั้งทันทีวันนี้คือพรรคประชาชนและภูมิใจไทย ขืนยุบสภา พท.ตายเดี่ยว พรรคแตก งูเห่ายั้วเยี้ย เลือกกลับมาเป็นอันดับสาม

2. ถ่วงเวลาให้ทักษิณวิ่งเต้นทำ “ดีลใหม่” กับกลุ่มอำนาจ

3. “แจกกล้วยหวีใหญ่กว่าภจท.” ดึงพวกกลับให้ได้เสียงเข้าใกล้ 250+

4. กดดันปชน.ให้ยอม “โหวตฟรีๆ” ให้ตัวเอง ปล่อยข่าวปชน.ขอตำแหน่งในรบ.ใหม่ พท.ติดต่อคุยแล้ว ดีเอนเอใกล้กัน ทักษิณดีลธนาธรได้แล้ว ให้สส.พูดดีแต่ปชต.ปลอมออกมาเตือนปชน. ไอโอพรรคและพวกแบกไปฟลัดหน้าเพจทุกที่ ท่องอยู่สองคำ “คดีเขากระโดง ฮั้วสว.ๆๆๆๆๆ”

5. ยื่นข้อเสนอโน่นนี่ เกทับเงื่อนไขของปชน. กวนน้ำให้ขุ่น ยื้อให้ปชน.สับสนลังเล ส่งบริวารตัวเล็กมาเจรจาถ่วงเวลา ให้เห็นว่า พท.ยอมแล้ว แต่ปชน.เป็นฝ่ายปฏิเสธเสียเอง

พรรคประชาชนต้องแน่วแน่ไม่หวั่นไหว ไม่ไหลไปกับคำลวงของเพื่อไทยซึ่งวันนี้เป็นศพเดินได้ รอแค่วันเผา

พร้อมกันนี้ยังโพสต์ต่อว่า พรรคประชาชนเผชิญกับการตัดสินใจครั้งปวศ. ทางออกดีที่สุดขณะนี้ไม่ใช่การต่ออายุรบ.เพื่อไทยที่หมดความชอบธรรมให้อยู่ไปถึงปี 70 แต่เป็นการยุบสภาโดยเร็ว

ปชน.ในฐานะพรรคของปชช.จะวางเฉยนั่งทับมือตัวเอง ปล่อยให้ไหลไปสู่ภาวะตีบตันไม่ได้ เป็นการไม่รับผิดชอบ ถ้าทำเช่นนั้นก็ไม่ต้องตั้งพรรคมาตั้งแต่แรก! ประกาศเงื่อนไขไปแล้ว พท.และภจท.รับเงื่อนไขแล้ว แต่ปชน.ไม่ทำ ก็จะสูญเสียความน่าเชื่อถือ ถ้าอ้างว่าสองพรรคนั้นชั่วทั้งคู่ ก็เขาชั่วมาตั้งนานแล้ว ปชน.ก็รู้ แล้วประกาศเงื่อนไขสามข้อตั้งแต่แรกทำไม?!

เพื่อไทยมุ่งยื้ออยู่ต่อให้นานที่สุด กลัวเลือกตั้งมากกว่าเพราะนั่นคือจุดจบของตัวเอง ด้วยสส.206 เสียงก็อาจดูดเพิ่มได้อีกจนใกล้หรือเกิน 247+ กลายเป็นเสียงข้างมากแม้ปริ่มน้ำ จึงมีศักยภาพและความเป็นไปได้ที่จะทรยศหักหลังสูงมาก และได้เคยทรยศหักหลังปชน.หลายคร้้งทั้งใหญ่และเล็กมาโดยตลอด

ภูมิใจไทยมี 144 เสียง “แจกกล้วย” สักเท่าใดก็คงยากที่ไปถึง 200+ กระทั่ง 247+ จึงต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เผชิญกับฝ่ายค้านเสียงข้างมาก รบ.ภจท.จึงมีศักยภาพที่จะทรยศหักหลังได้น้อยกว่า ฝ่ายค้านกดดันตรวจสอบและโหวตล้มได้ง่ายกว่าเพื่อให้ยุบสภาใน 4-6 เดือน ภจท.พร้อมเลือกตั้งมากกว่าพท. เพื่อโอกาสเป็นอันดับสองรองจากปชน.และตั้งรบ.เสียงข้างมากถ้าปชน.ชนะไม่เกิน 250

ปชน.จึงต้องให้โอกาสภจท.แม้ต้องสูญเสียฐานเสียงบางส่วนและเผชิญกับความโกรธเคืองคำประณามจากมิตรสหายที่ยังเห็นใจพท.หรือที่รังเกียจทั้งสองพรรคนั้น ถ้ากลัวถูกด่า กลัวเสียคะแนนเพราะยึดมั่นในแนวทางที่เชื่อว่าถูกต้องและเป็นปย.ในระะยาว ก็ไม่ต้องตั้งพรรคมาตั้งแต่แรกอีกเช่นกัน!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ย้ำยึดคำวินิจฉัยศาลรธน.

'อนุทิน' พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้ 'ภูมิใจไทย' ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

‘นิด้าโพล’ ชี้ผลโพล 44% ไม่ควรรีบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รอเคลียร์ปมบัตรเลือกตั้ง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “จัดตั้งรัฐบาลใหม่ VS ปัญหาบัตรเลือกตั้ง”

จัดโผ ครม.อนุทิน 2 โควตาบ้านใหญ่ไม่ควรเยอะ กับพลังจารีตการเมืองไทย

หลังผ่านการเลือกตั้งมาแล้วสามสัปดาห์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรอง สส.เขต จำนวน 396 คนไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าสัปดาห์หน้านี้

‘อนุทิน’ เบ่งกล้ามโชว์ ยืนยันความพร้อมตั้งรัฐบาล

‘อนุทิน’ หิ้วขนมครก-ฝรั่งดอง แวะทักสื่อชวนกินด้วยกัน ไม่ตอบปมเขี่ย ‘กล้าธรรม’ พ้นร่วมรัฐบาล ปัดปิดดีล หลังสะพัดจบที่ 292 เสียง บอ

'เกลียดสิ่งใดได้สิ่งนั้น' วิบากกรรม 'ส้ม-เขียว-ฟ้า' ในกรงขังฝ่ายค้าน?

ท่ามกลางฝุ่นตลบหลังการเลือกตั้ง ทิศทางลมของการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้เริ่มถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อสมการอำนาจถูกมองว่าอา

ครม.อนุทิน 2 ต้องเป็นที่ยอมรับ การเมืองบ้านใหญ่ยังมีมนตร์ขลัง

ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาล "อนุทิน 2" หลังผ่านการเลือกตั้งมาร่วมสองสัปดาห์ จุดที่แวดวงการเมืองจับตามองมากที่สุดก็คือ อนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย จะดึงพรรค "กล้าธรรม"