ดร.อานนท์-ศปปส. หอบหลักฐานเอาผิด 'นักวิชาการ' ไอ้โม่งหลอกเด็กคุกคามสถาบัน

14 ก.พ.2565 - ที่ สน.​ปทุมวัน กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดย ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, นายอานนท์ กลิ่นแก้ว และ น.ส.วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ พร้อมพวกเข้าพบ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และหมิ่นพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า​ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

ผศ.ดร.อานนท์ ได้อ่านแถลงการโดยระบุว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยโดยลงมติ 8 ใน 9 ว่ามีขบวนการเคลื่อนไหวเครือข่ายที่เป็นการล้มล้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อันเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 49 และศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้หยุดการกระทำดังกล่าวในทันที ขบวนการดังกล่าวและเครือข่ายก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งล่าสุดมีกลุ่มทะลุวังและเพจมังกรปฏิวัติที่ออกมาลบหลู่ดูหมิ่นพระเกียรติของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี แม้เวลาล่วงเลยมากว่าสามเดือนนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และมาตรา 116 อันเป็นคดีกบฏล้มล้างการปกครอง จึงขอแจ้งเบาะแสการกระทำผิดในคดีกบฎล้มล้างการปกครองแผ่นดินดังกล่าวให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เร่งดำเนินคดีเพื่อให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบเรียบร้อย และติดตามผลการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอีกหนึ่งเดือนนับจากวันนี้เป็นต้นไป และหวังจะได้เห็นความคืบหน้าในการดำเนินคดีอย่างชัดเจนและรวดเร็ว

ขณะที่ นายอานนท์ กล่าวว่า หลังจากที่แจ้งความกับผู้ต้องหามาตรา 112 มาเป็นเวลาปีกว่า จำนวน 50 กว่าคดี ผู้ต้องหาส่วนมากนั้นอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของตน ทุกครั้งที่แจ้งความ ก็ถอดถอนหายใจว่าทำไมเด็กถึงเป็นแบบนี้กันหมด แต่ก็ต้องแจ้งความเพื่อดำรงไว้ซึ่งมาตรา 112 วันนี้ ศปปส. จึงอยากให้คนที่หลงผิดกลับตัวกลับใจ และหันมาให้เบาะแส ว่าใครเป็นตัวบงการ ใครเป็นท่อน้ำเลี้ยง

ขณะที่ น.ส.วริษนันท์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อกลุ่มที่ให้ร้ายสถาบัน พวกตนมองเด็กเหล่านี้เหมือนลูกหลาน ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ถือว่ามีความกล้า แต่น่าเสียดายที่ได้รับข้อมูลที่บิดเบือน และกระทำสิ่งที่ไม่ควร อยากให้หยุด และหันกลับมารักตนเอง ทำหน้าที่ที่ควรทำ และหันกลับไปหาข้อมูลที่ไว้ใจได้ที่สุด ซึ่งก็คือพ่อแม่ ทั้งนี้เชื่อว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยยังมีคนที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หากใครมีเบาะแสว่าใครคือตัวบงการ ใครคือท่อน้ำเลี้ยง ให้ออกมาบอกทางการ พวกตนไม่อยากให้เยาวชนถูกเอาผิด อยากให้ถูกกันออกมาเป็นพยาน ขอให้พูดด้วยข้อเท็จจริง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความมั่นใจในข้อมูลหลักฐาน ว่าจะสามารถมัดตัวผู้บงการได้ ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวว่า ตนได้เห็นสำนวนฟ้องศาลรัฐธรรมนูญของ ณฐพร โตประยูร ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากทางราชการ หน่วยงานด้านการข่าวความมั่นคง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีรายชื่อผู้ที่อยู่ในเครือข่าย ทั้งนักวิชาการ นักการเมือง และนายทุน ซึ่งพอเพียงที่จะดำเนินคดีมาตรา 113 และ 116 ได้ โดยอาศัยสำนวนฟ้องเดิม หลังการวินิจฉัย ยังมีการกระทำความผิดยังมีมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่สยามพารากอน หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดิม เท่าที่ทราบ ฝ่ายความมั่นคงก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวสถานที่เกิดเหตุเหล่านั้นและทำบันทึกไว้หมด หากทำสำนวนให้ดี ก็สามารถระบุตัวการได้ รวมถึงหากเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองกลับมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะเป็นประโยชน์กับรูปคดี

ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวคนหนึ่งที่ตนสงสารคือรุ้ง ปนัสยา เมื่อครั้งอ่านประกาศเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 แม้รุ้งจะมีท่าทีแข็งกร้าว แต่ลึกๆแล้วไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนเองอ่าน เมื่อให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีว่า ที่ขึ้นไปอ่านไม่ได้เขียนเองหรือเข้าใจใดๆทั้งสิ้น แต่มีนักวิชาการเขียนมาให้ ตนจึงทราบว่าตัวบงการคือ นักวิชาการคนดังกล่าว ตนจึงอยากทำหน้าที่ของคนที่เป็นครู ช่วยเหลือเด็กหลงทาง หรือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ ออกมาจากคนที่บังคับขู่เข็ญ ตนอยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับตัวบงการ และกันเด็กออกมาเป็นพยาน เพราะตัวบงการยังสามารถไปหลอกเด็กให้มาทำผิด โดยที่ไม่โดนดำเนินคดีอะไรเลย ซี่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีบทลงโทษ จึงไม่ทำให้คนที่กระทำความผิดเข็ดหลาบ โดยเฉพาะการหลอกใช้เด็ก อยากให้สื่อมวลชนนำเสนอว่าเด็กตกเป็นเหยื่อ และต้องดำเนินคดีกับผู้บงการ เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเยาวชนที่มีการศึกษา แต่ยังถูกล่อลวง ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวว่า เมื่อจบมหาวิทยาลัยมาใหม่ๆ ก็มักจะร้อนวิชา บางครั้งเรียนมาเยอะก็ฉลาดแต่ขาดความเฉลียว รวมถึงความอหังการในตัวและต้องการเปลี่ยนแปลง คนที่ฉลาดกว่าก็มักใช้สิ่งนั้นมาใช้งานเด็ก ทั้งนี้ การจับตัวการใหญ่ได้ โดยละเว้นปลาซิวปลาสร้อย ก็ย่อมเป็นประโยชน์และอาจช่วยในการเปลี่ยนใจคนได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เห็นกับตา! 'ท่านใหม่' โพสต์ฝากถึงตำรวจน้ำดี อย่าเหลิงอำนาจเหมือนตร.รุ่นพี่

หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เรื่องจริงที่ไม่ได้อิงนิยาย อยากจะฝากถึงตำรวจน้ำดีได้อ่านกันหน่อยครับ จะได้หาทางปรับปรุงตนเอง อย่าเหลิงอำนาจหน้าที่เหมือน นายตำรวจรุ่นพี่ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ

เพจดัง ซัด 'ศักดิ์เจียม' โกหกจนเคยตัว มั่วนิ่มแซะสถาบัน ปมรถติดแถว ม.เกษตร

เพจเฟซบุ๊ก "ฤๅ - Lue History" โพสต์ข้อความว่า เรียน อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อีกครั้งหนึ่ง จริงๆ แล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ท่านเสด็จ จ.สกลนคร

จวกยับ 'ปวิน' จิตป่วย อย่าปล่อยให้ความคิดชั่วๆแผ่ขยาย เป็นอันตรายต่อลูกหลาน

ธันวา ไกรฤกษ์ ทีมโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Thanva Krairiksh กล่าวถึงนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ

'ใบปอ' โพสต์เตรียมฟื้นสภาพร่างกาย หลังอดอาหาร 2 เดือน ลั่นพร้อมสู้ต่อ

น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ นักกิจกรรมเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง และผู้ต้องหาคดี ม.112 โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหลังจากได้รับการประกันตัวออกจากทัณฑสถานหญิงกลางเมื่อวัน

เปิดผลสอบชุดคลี่คลายคดีแตงโม ฟัน 3 บิ๊กตำรวจ ประมาทเลินเล่อ ผิดวินัยไม่ร้ายแรง

พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งผลการร้องเรียนไปยังนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ผู้ร้องเรียน ตามหนังสือที่ ตช 0001(ที่ปรึกษาพิเศษ 2) 235 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2565 ใจความว่า

ตร. เตือนจัดชุมนุมเสี่ยงแพร่โควิด ต้องได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนเจอคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงและเน้นย้ำการจัดกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงหรือก่อให้เกิดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน