13 กันยายน 2568 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จับตารัฐบาลอนุทิน จ่อปรับโครงสร้างพูลก๊าซใหม่ ลดค่าครองชีพประชาชนจริงหรือ?!? โครงสร้างพูลก๊าซ คือการนำเอาราคาก๊าซจาก 3 แหล่งมารวมกันและเฉลี่ยต้นทุนกัน
1) ก๊าซจากอ่าวไทย 60% ราคา 210 บาท/ล้านบีทียู
2) ก๊าซจากพม่า 10% ราคา 324 บาทต่อล้านบีทียู
3) ก๊าซ LNG 30% ราคา 400-500 บาทต่อ ล้านบีทียู
ที่ผ่านมาโครงสร้างพูลก๊าซคือเอาราคาทั้ง 3 แหล่งมาเฉลี่ยและขายให้กับผู้ซื้อทุกรายในภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม
ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อว่ารัฐบาลอนุทินจะปรับโครงสร้างพูลก๊าซใหม่ โดยจะตัดก๊าซ LNG ราคาแพงออกจากสมการในโครงสร้างพูลก๊าซ ให้เหลือแค่ก๊าซจากอ่าวไทย และก๊าซจากพม่า ซึ่งจะทำให้ราคาเฉลี่ยของพูลก๊าซถูกลงทันที
ฟังดูดี น่าเคลิบเคลิ้ม แต่การอ้างลดค่าไฟให้ประชาชน น่าจะเป็นแค่ฉลากแปะหน้ากล่องสวยหรู หรือไม่ ?! เพราะสิ่งที่ซ่อนไว้คือ ปตท.ผู้ขายก๊าซ และบริษัทที่มีโรงไฟฟ้าจะรวยขึ้นเพราะต้นทุนเชื้อเพลิงถูกลง กำไรเยอะขึ้น? ดังที่มีข่าวว่า ปตท. และบริษัทที่มีโรงไฟฟ้าหุ้นขึ้นกระฉูด ใช่หรือไม่?!
ก๊าซจากอ่าวไทยเป็นก๊าซชั้นดีทั้งหมด 60% ไม่ได้นำมาผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ก๊าซอ่าวไทยสามารถนำมาแยกเป็นก๊าซ LPG ที่ใช้เป็น ก๊าซหุงต้ม และใช้เป็นวัตถุดิบของปิโตรเคมี LPG จึงเป็นก๊าซที่มีราคาแพงกว่าก๊าซมีเทน เปรียบเสมือนเป็นไม้สัก ส่วนก๊าซมีเทนเปรียบเหมือนเศษไม้ราคาถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าได้เท่านั้น ก๊าซจากพม่าก็เป็นมีเทนล้วนส่งมาตามท่อส่งก๊าซเลยมีราคาแพงกว่าก๊าซมีเทนในอ่าวไทยอยู่เล็กน้อย แต่สำหรับก๊าซ LNG เป็นมีเทนล้วนที่เป็นเศษไม้เหมือนกันแต่มีราคาแพงเท่าไม้สัก เพราะกระบวนการนำเข้ามาต้องอัดก๊าซ LNG เป็นของเหลวและบรรจุถังขนมาทางเรือ จึงเป็นก๊าซที่มีราคาแพงที่สุดทั้งที่คุณสมบัติเป็นแค่เศษไม้ในโรงไฟฟ้าเท่านั้น
ก๊าซอ่าวไทยเป็นทรัพยากรของประเทศ จึงควรให้ประชาชนได้ใช้เป็นหลักก่อนภาคส่วนอื่น โดยรัฐบาลตั้งแต่สมัย พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ได้กำหนดโครงสร้างก๊าซในอ่าวไทย และบนบกให้ครัวเรือน และโรงไฟฟ้าได้ใช้ก่อน เหลือจึงให้ยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นรวมทั้งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ใช้
ต่อมาภายหลังเมื่อมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ปตท. เป็นบริษัท ปตท ที่รัฐถือหุ้น 51% โครงสร้างกิจการก๊าซก็ถูกปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆจนกลายเป็นว่า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ใช้ก๊าซ LPG ในอ่าวไทยในราคาในประเทศ(ราคาถูก) ก่อนภาคครัวเรือน ส่วนคนไทยใช้ก๊าซ LPG ในประเทศเป็นก๊าซหุงต้ม กลับต้องจ่าย LPG ในราคานำเข้าจากตลาดโลก ทั้งที่ก๊าซในอ่าวไทยและบนบก เพียงพอให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ราคาในประเทศ จึงต้องนำเอากองทุนน้ำมันมาชดเชยราคาให้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือน ทำให้กองทุนน้ำมันต้องดึงเงินจากคนใช้น้ำมันมาชดเชยก๊าซหุงต้ม และกองทุนน้ำมันมีหนี้เพราะต้องมาชดเชยราคาก๊าซหุงต้มเป็นหลัก
ส่วนก๊าซมีเทนก็มีการนำเข้า LNG มาเฉลี่ยต้นทุนในโครงสร้างพูลก๊าซ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงมีราคาแพง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้ามีราคาแพง
เมื่อรัฐบาลอนุทินจะมีรัฐมนตรีคนนอกจากอดีตซีอีโอของ ปตท. ก็มีการเผยแพร่ข่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาพูลก๊าซเพื่อลดค่าไฟฟ้าโดยจะแยก ก๊าซ LNG ออกจากโครงสร้างราคาพูลก๊าซไปให้อุตสาหกรรมอื่นแบกรับต้นทุนไป เพื่อให้ราคาพูลก๊าซมีแค่ราคาจากก๊าซอ่าวไทย และก๊าซมีเทนจากพม่า จะทำให้ราคาพูลก๊าซถูกลง ทำให้ค่าไฟถูกลง เป็นการลดค่าครองชีพประชาชน
แต่ไม่มีการพูดถึงก๊าซ LPG จากก๊าซอ่าวไทยที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีบางรายจะได้ประโยชน์เต็มๆไปด้วยในราคาถูก ใช่หรือไม่?!
กราบเรียนท่านนายกฯอนุทิน ถ้าท่านมีความจริงใจจะปรับโครงสร้างพูลก๊าซโดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน(ค่าไฟฟ้า)นั้น จะมองเพียงผลักภาระราคานำเข้า LNG ไปให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นยกเว้นปิโตรเคมี รับไปอย่างเดียว น่าจะแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะก๊าซจากอ่าวไทย 60% ไม่ได้นำมาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซื้อราคาในประเทศโดยผลักคนไทยไปใช้ก๊าซหุงต้มในราคาตลาดโลก จนต้องเอากองทุนน้ำมันมาชดเชย ใช่หรือไม่ ?
เพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชนคนไทย ขอให้ท่าน อนุทินจัดการกับก๊าซอ่าวไทยบนหลักการที่ว่าคนไทยต้องได้ใช้ทรัพยากรในประเทศก่อน ดังที่รัฐบาลสมัยพล.อ. เปรม ได้วางหลักการไว้ โดยกำหนดให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ต้องซื้อ LPG ในราคานำเข้าเฉกเช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมอื่นซื้อ LNG ในราคานำเข้า จึงจะยุติธรรมต่ออุตสาหกรรมทั้งหมดที่มีความเข้มแข็งในการแบกรับต้นทุนตลาดโลกแทนประชาชน และให้ประชาชนได้ใช้ก๊าซหุงต้ม และ ต้นทุนเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ด้วยราคาในประเทศ ก็จะเป็นการลดค่าครองชีพประชาชนได้อย่างเป็นจริง
ปตท. ซึ่งรัฐถือหุ้นใหญ่ เป็นบริษัทที่ทำกิจการแยกก๊าซจากอ่าวไทยและแหล่งบนบกในประเทศทั้งหมดเป็นก๊าซ LPG และมีเทน รัฐบาลต้องกำกับให้ปตท.ขาย LPG ให้บริษัทปิโตรเคมีที่เป็นบริษัทลูกของปตท. ซื้อก๊าซ LPG ไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในราคาตลาดโลก ไม่ใช่ซื้อในราคาในประเทศหรือราคาถูกกว่าคนอื่นอย่างที่ผ่านมา
ควรให้ ปตท. นำก๊าซ LPG ที่แยกได้จากก๊าซในอ่าวไทยและแหล่งบนบก ขายเป็นก๊าซหุงต้มในภาคครัวเรือนในราคาใกล้เคียงต้นทุนจริง ไม่ใช่ราคาตลาดโลก ส่วนก๊าซ LPG ที่เหลือจากภาคครัวเรือนสามารถขายให้แก่ภาคปิโตรเคมีได้ในราคาตลาดโลก และให้ ปตท. หักลบส่วนต่างระหว่างราคาตลาดโลกกับราคา LPG ในประเทศ แล้วส่งเงินส่วนต่างนี้ให้กับกองทุนน้ำมัน เพื่อนำไปชดเชยราคาพลังงานของประชาชน แทนที่จะล้วงกระเป๋าจากคนใช้น้ำมันไปชดเชยราคาก๊าซหุงต้มของภาคครัวเรือน
เงินส่วนต่างนี้ไม่ควรเก็บไว้เป็นกำไรที่ ปตท. เพราะก๊าซจากอ่าวไทยเป็นทรัพยากรของประชาชนทั้งประเทศ จึงต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
ส่วนก๊าซมีเทนที่ได้จากการแยกก๊าซในอ่าวไทยและพม่าควรขายให้กับ กฟผ.เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในกิจการผลิตไฟที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศก่อน จะทำให้ค่าไฟของคนทั้งประเทศถูกลงได้จริง
การที่รัฐมนตรีพลังงานคนนอกของรัฐบาลท่านอนุทินที่เป็นอดีตซีอีโอของปตท. ออกแบบโครงสร้างพูลก๊าซที่ฉากหน้าบอกว่าเพื่อประโยชน์ประชาชนได้ลดค่าไฟ แต่ทำให้ปตท.และกลุ่มเอกชนที่เป็นทั้งผู้ผลิตไฟฟ้า และปิโตรเคมีรวยขึ้นจากหุ้นที่ขยับขึ้นดังที่เห็น น่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน conflict of interest ที่คนเป็นรัฐมนตรีพลังงาน มิสมควรกระทำ ใช่หรือไม่ ?!?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลฟิตจัด เร่งกม.ค้างท่อ ‘24ฉบับ’ไปต่อ
ครม.เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้าสังกัดเร่งดำเนินการต่อ และแจ้ง สลค.ภายใน 24 เม.ย.69 ก่อนเสนอ ครม. ร้องขอรัฐสภาพิจารณาต่อไป
ครม. ไฟเขียวงบกลาง 7.7 พันล้าน ช่วยประชาชนแบกภาระค่าพลังงานพุ่งสูง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (
'วรงค์' กังขา 'พิพัฒน์' ปมน้ำมันดีเซลหาย 600-700 ล้านลิตร
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่าผมจี้คุณ
คปท. บุกทำเนียบฯ จี้นายกฯ นั่งหัวโต๊ะปรับโครงสร้างพลังงาน-ลดค่ากลั่น
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอนุทิน ชาญวีนกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้แก้วิกฤตพลังงาน โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีป

