
30 ก.ย. 2568- ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความหัวข้อหน้าไหว้ หลังหลอก โดยระบุว่าดีลที่พรรคส้มไปตกลงกับพรรคน้ำเงินเพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ
เรียกว่าเป็น “ดีลกับปีศาจ”
พรรคส้มต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จตามไทม์ไลน์ระยะเวลา 4 เดือน จึงต้องทำหน้าที่เป็นค้ำยันให้พรรคน้ำเงินอยู่ไปตลอดรอดฝั่ง
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พรรคส้มมีหน้าที่เป็น “ฝ่ายค้านที่สนับสนุนรัฐบาล” จนครบเวลาตามที่ตกลงกันไว้
แล้วหวังเอาว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรู้เหมือนที่ทุกคนรู้ว่าใครคุม ส.ว. อยู่
แต่ต่อหน้า พรรคส้มต้องร่วมเล่นบท “หนูไม่รู้” กับพรรคน้ำเงิน อภิปรายทำมาดให้สมบทบาทฝ่ายค้าน (จริงๆ)
การที่พรรคส้มบอกว่าไม่มีดีลอะไรกับพรรคน้ำเงิน จึงเป็นเพียงการเลี่ยงไม่ให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ความจริง
อำพรางไว้ด้วยการแสร้งไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคน้ำเงินใน 4 เดือนนี้ ด้วยข้ออ้างว่าจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น
เมื่อฝุ่นจาง คนเริ่มเห็นความจริงว่าพรรคส้มจำเป็นต้องสนับสนุนพรรคน้ำเงินไปจนสุดทาง 4 เดือน ที่คาดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแล้วเสร็จ และนำไปสู่การลงประชามติ พร้อมกันกับการเลือกตั้งใหญ่
ดังนั้นไม่ว่าพรรคน้ำเงิน คุณอนุทิน หรือ ครม. จะทำอะไร ตั้งใจผิดพลาดอย่างไร พรรคส้มมีหน้าที่ ”ดันก้น“ พรรคน้ำเงินไว้จนแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ
พรรคส้มจะโหวต “ไม่ไว้วางใจ” พรรคน้ำเงินหรือ?
เท่ากับว่าที่ดีลกันไว้กลายเป็น “ดีลล้มต้มคนเชียร์“
แต่ถ้าโหวต “ไว้วางใจ” ยิ่งพังเข้าไปใหญ่
เพราะขนาดแค่โหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ พรรคส้มเหมือนถึงวัดรอพระสวด หากโหวตไว้วางใจ คงเข้าเมรุเผาเหลือแต่ขี้เถ้า
พรรคส้มเขียน MOA เพื่อล็อกคอพรรคน้ำเงิน ทำไปทำมากลายเป็น “ล็อกคอตัวเอง” ให้ร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันแท้ๆ
มันเป็น “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน“ ที่ผิดพลาด เพื่อแสวงหาทางขึ้นสู่อำนาจ
ไม่ได้มีผลประโยชน์เรื่องปากเรื่องท้องใดๆ ของประชาชนไปเกี่ยวข้องด้วย
หากประชาชนเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้จะมองทะลุเห็นว่า
ไปโทษพรรคน้ำเงินไม่ได้เลย เพราะนักการเมืองย่อมต้องการเป็นรัฐบาล เสวยอำนาจ บริหารราชการ
ท่าทีของพรรคนี้ก็ไม่ได้ปิดบังซ่อนเร้นอะไร ใครๆ ก็รู้ ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว
พรรคน้ำเงินเป็นแบบนี้ อุดมการณ์ คือ “เป็นรัฐบาลเท่านั้น”
นักการเมืองบ้านใหญ่บ้านเล็ก จึงแห่เข้าบ้านน้ำเงินกันคึกคักหนาแน่น ทำให้พรรคน้ำเงินหุ้นขึ้นทะลุกราฟ ในขณะที่พรรคส้มหุ้นทิ่มหัวดิ่งลง
แต่ที่ผมและประชาชนทั่วไปขุ่นเคืองหมองใจพรรคส้ม คือการเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี พูดดีว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านจับจ้องการทำงานของพรรคน้ำเงิน
ทั้งที่ความเป็นจริง พรรคส้มกลับต้องดูแลรัฐบาลพรรคน้ำเงินเป็นอย่างดี ไปจนกว่าจะจบภารกิจที่ดีลกันไว้
นอกจากไม่ยอมรับกันตรงๆ กับประชาชนแล้ว ยังไปเล่นการเมือง “ซ่อนแอบ”
ต่อหน้าบอกว่าจับจ้อง แต่ลับหลังกลับสนับสนุนเจือสมผลประโยชน์ร่วมกัน
มิน่าเล่า เห็นลีลาธนาธรออกมาปกป้องเรื่องเขากระโดง กับ ฮั้ว ส.ว. แล้ว อย่างกับซ้อมบทกันมาก่อน
ส.ส. เด็กๆ ในพรรคที่ออกอาการอิดออดตอนขานชื่อ อนุทิน เป็นนายกฯ
คนอย่าง วิโรจน์ โรม น้องไอซ์ กลายเป็นเสมือน “พนักงานในบริษัท” ที่ต้องทำตามนโยบายของผู้บริหารทุกอย่าง
แม้ไม่เห็นด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จำใจต้องทำตามที่เจ้าของพรรคสั่งเอาไว้
ท้ายสุดไม่ว่าพรรคไหน “นายทุนพรรค คือ เจ้าของพรรคตัวจริง”
นักการเมืองใหม่ก็เหมือนกับพระบวชใหม่ เคร่งจนรองเท้ายังไม่ใส่
พออยู่ไปนานๆ พรรษาการเมืองแก่กล้าขึ้น อุดมการณ์ก็โยนทิ้งลงข้างทาง
แต่นี่เปลี่ยนกันเร็วจนแค่ก้มลงเก็บปากกา เงยหน้าขึ้นมาก็ตกลงเปลี่ยนอุดมการณ์กันหมดเสียแล้ว
แถมยังตีหน้าซื่อ เล่าความเท็จหลอกประชาชนให้หลงเชื่อ
การเมืองใหม่กับการเมืองเก่า ที่แท้ก็เล่นบทเดียวกัน คือ “หน้าไหว้ หลังหลอก”
นึกไม่ถึงว่า เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้หลอกคนแก่ได้เนียนจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภท.ไวจัด!ชงกม.ปืน 100มาตราปชช.ปลอดภัยขึ้น‘หนู’เคลียร์ดรามา
“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว
ร่างเสร็จแล้ว ! ศุภชัย โพสต์ ร่างกฎหมาย ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เสร็จแล้ว พร้อมเสนอสภาแก้ไข
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียม ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..)
นายกฯ ชมงานโอทอปศิลปาชีพ เป็นวันที่ 4 โดดขึ้นเวทีร้องเพลงร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 ส.ค.นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เจ้าของร้านทอง วอนรัฐบาลทบทวนมาตรการห้ามพกปืน
ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เตรียมกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืน และเตรียมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ ด้วยการสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนั้น
นายกฯ ร่ายยาว ควบคุมอาวุธปืน เพิ่มโทษรุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
“อนุทิน” เร่งออกกม.ปืนใหม่รุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน ลั่นห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12 จนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น พร้อมสั่งตรวจทำเนียบฯเข้ม คนใกล้ชิด-คนติดตาม ไม่ใช่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่ห้ามพกปืน ไม่รู้ภรรยาครอบครองปืน ชี้ ยิงโจรในบ้าน กม.ไม่คุ้มครอง แนะทิ้งกระสุนใช้เป็นของโชว์ เผยตัวเองเคยมีปืนแต่หายไป ได้แจ้งความแล้ว บอก "ทำความดีไว้" หลังถูกถามทำบุญใหญ่ประเทศ
นายกฯ ยันไม่ก้าวก่ายโผทหาร ชี้เป็นอำนาจในสภากลาโหม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัว นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ตนยังไม่คิด

