กูรูฟันธง เลือกตั้งใหญ่ 'ปชน.' อันดับ 1 ตามด้วย 'ภท.' ส่ง 'พท.-กธ.' เบียดที่ 3 'ปชป.' รอฟื้นศรัทธา

เทพไท ชี้สถานการณ์การเลือกตั้งในวันข้างหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ในความเห็นคิดว่าอันดับ1 ยังเป็นพรรคประชาชน ส่วนอันดับ2 คือพรรคภูมิใจไทย อันดับ3กับอันดับ4 ต้องแย่งกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อมากกว่าเดิม

13 ต.ค.2568-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “โหมโรง การเมือง2ขั้ว” เนื้อหาระบุว่า แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ใช่ฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปก็ตาม แต่พรรคการเมืองสามารถคาดการณ์ได้ว่า จะมีเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยืนยันชัดเจนว่า จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 และยุบสภาก็คงจะไม่ช้าไปกว่านี้ มีแต่จะเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง

ในขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่างๆ ได้เคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก เตรียมการนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง เห็นได้จากพรรคเพื่อไทย เปิดแคมเปญ ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย ประกาศตัวผู้สมัครจำนวน 180 คน ประกาศตั้งเป้าหมายจำนวนส.ส. 200 คน บวกลบ10% พรรคประชาชน ประกาศจะกวาดคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ 20 ล้านเสียง จำนวนส.ส. 250 คน พรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าหมายจะได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 120 คน พรรคกล้าธรรม ก็ประกาศจะได้จำนวนที่นั่งส.ส. 80 คน รวมจำนวนเฉพาะ4พรรค จำนวนที่นั่งส.ส. 650 คน ซึ่งเกินจำนวนส.ส.ในสภา ที่มีอยู่ 500 คนด้วยซ้ำไป แต่ก็เป็นเรื่องของการประกาศเพื่อหวังผลทางการเมือง ปั่นกระแส เรียกเรตติ้ง หรือปั่นหุ้นเพื่อให้นักเลือกตั้ง เข้าสังกัดพรรคการเมืองเหล่านี้

ในข้อเท็จจริงหรือในความเป็นจริงทางการเมืองมีเพียง2ขั้ว คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับฝ่ายก้าวหน้า ถ้าดูคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่าคะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะตกอยู่ประมาณ 12-14 ล้านเสียง ในขณะที่ฝ่ายก้าวหน้าจะตกอยู่ที่ 14-16 ล้านเสียง  รวมทั้ง2ขั้ว จะมีประมาณ 30 ล้านเสียง

การที่พรรคการเมืองประกาศคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ และจำนวนที่นั่งส.ส. ก็เป็นการประมาณการ หรือการคาดคะเนทั้งสิ้น แต่ถ้าหากจะดูจุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมือง ก็เห็นได้ชัดว่าพรรคการเมืองไหนได้คะแนนจากซีกอนุรักษ์นิยม และพรรคการเมืองใดจะได้คะแนนจากซีกก้าวหน้าบ้าง ในฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่น่าจับตามอง ก็คือ ถ้าหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 นี้ ก็จะเป็นหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง ที่สามารถเป็นหัวขบวนของฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้ ซึ่งจะเข้ามาแบ่งหรือแชร์คะแนนในฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้ไม่น้อย

เพราะฉะนั้นการประมาณการที่ผ่านมาของพรรคการเมืองต่างๆ ก็น่าจะเป็นการประเมินคะแนนที่สูงเกินไป แม้ว่าล่าสุดผลการสำรวจของโพลบางสำนักออกมาว่า พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนิยมสูงกว่าพรรคประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ประชาชนคาดหวัง และอยู่ในพื้นที่สื่อตลอดเวลา ประกอบกับพรรคประชาชน กำลังมีกระแสข่าวเรื่อง 44 ส.ส. ถูกสอบโดยปปช.และอาจจะมีผลทางกฎหมายได้จึงทำให้คะแนนของพรรคประชาชนลดน้อยลง

แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์การเลือกตั้งในวันข้างหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ในความเห็นของผม คิดว่าอันดับ1 ยังเป็นพรรคประชาชน ส่วนอันดับ2 คือพรรคภูมิใจไทย อันดับ3กับอันดับ4 ต้องแย่งกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อมากกว่าเดิม ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ต้องรอโอกาสพัฒนา หรือปรับระดับความศรัทธาของประชาชนขึ้นไปเรื่อยๆ

ในขณะนี้แต่ละพรรคพยายามจะช่วงชิงคะแนนกันอย่างเต็มที่ เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน ก็จะรู้กันว่าพรรคการเมืองใดประสบความสำเร็จตามที่คุยไว้ และพรรคการเมืองใดหน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บ ตามที่ได้โม้โอ้อวดไว้เช่นกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อไทยจัดทัพใหม่ทันควัน! สั่งแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรคชุดใหม่ 11 คน

พรรคเพื่อไทย ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรค ชุดใหม่ 11 คน "จุลพันธ์" นั่งประธาน ขณะที่ "ภูมิธรรม-พรหมินทร์-สมศักดิ์" เป็นกรรมการ มอบอำนาจขับเคลื่อนงานบริหาร กำหนดยุทธศาสตร์ และกลั่นกรองเรื่องสำคัญของพรรค ดำรงตำแหน่ง 2 ปี

'ไอซ์ รักชนก' กับอาการ 'ส้มตกขอบ'…เสรีภาพสำหรับคนคิดเหมือนกัน!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ตั้งแต่ยุค “อนาคตใหม่” ต่อเนื่องมาถึง “ก้าวไกล” และปัจจุบันคือ “พรรคประชาชน” พยายามวางตัวเองในฐานะขบวนการการเมือง “ก้าวหน้า”

'สส.สุราษฎร์ฯ' โต้เดือด 'อิสราเอล' ยึดเกาะพะงันยันไม่ใช่เรื่องจริง

สส.สุราษฎร์ฯ โต้เดือด อิสราเอลยึดเกาะพะงัน  ยันไม่จริง ชี้เป็นดรามาสร้างภาพครึกโครม  ยอมรับมีนอมินีรับจ้างเปิดบริษัทแต่เนื้อร้ายตัดทิ้งหมด  แจงยิวเยอะช่วงนี้เพราะกลับบ้านไม่ได้ จากเหตุสงครามกับอิหร่าน

อิสรภาพของ 'ทักษิณ ชินวัตร' วันที่อำนาจไม่คอยท่า ยุคสมัยไม่รอใคร!

11 พฤษภาคม 2569 คือวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับการพักการลงโทษและก้าวออกจากเรือนจำ ภายใต้เงื่อนไขควบคุมเข้ม ทั้งการติดกำไล EM การรายงานตัวทุกเดือน และข้อจำกัดในการเดินทางออกนอกจังหวัด