
3 พ.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าเกี่ยงกัน 3 เรื่องพอซักฟอกแล้ว
นับตั้งแต่มีการเซ็น MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน เพื่อสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคประชาชนไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล และไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลแต่อย่างใด ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่าทีทางการเมืองของพรรคประชาชน ว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายค้ำกันแน่ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยที่ผิดหวังจากการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็มีการกระแหนะกระแหน แซะพรรคประชาชนอยู่ตลอดเวลา จึงเห็นบทบาทการทำท่าทีของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคฝ่ายแค้นให้เห็นอยู่เป็นประจำ
ล่าสุดมีการวิเคราะห์กันว่า รัฐบาลของนายอนุทินจะอยู่ไม่ครบ 4 เดือน คืออาจจะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 ตามที่ประกาศไว้ ซึ่งปัจจัยชี้ขาดน่าจะมาจากการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนก็ตาม แต่ถ้าดูความเคลื่อนไหวของทั้ง2พรรคแล้ว จะเห็นบทบาทความเคลื่อนไหวที่เกี่ยงกัน พยายามโบ้ยกันไปมา มีการสบประมาทพรรคเพื่อไทยว่า จะกล้าอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินหรือไม่ เพราะถ้าหากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เปรียบเสมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อกัน
ส่วนพรรคประชาชน ก็ถูกท้าทายว่ากล้าที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินหรือไม่ เพราะยังแอบฝันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะประสบความสำเร็จตามที่ตกลงไว้ใน MOA และสามารถจะนำไปอธิบายกับประชาชนได้ว่า ไม่ได้โหวตให้นายอนุทินฟรีไ แต่เป็นการโหวตเพื่อแลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลคุ้มค่าทางการเมือง
แต่ถ้าดูท่าทีของพรรคฝ่ายค้านทั้ง 2 พรรค คือพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยแล้ว จะเห็นบทบาทอยู่ในลักษณะคุมเชิง ไม่กล้าผลีผลามที่จะประกาศเรื่องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ทั้งที่มีประเด็นสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ในหลายประเด็นที่สำคัญเช่น 1.การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2.ความรับผิดชอบในการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ 3.การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไม่มีความคืบหน้า
ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นนี้ ถ้าหากทั้ง 2 พรรค หรือไม่ว่าพรรคใดพรรคหนึ่ง ขยับที่จะยื่นญัตติอภิปรายไว้วางใจรัฐบาลอนุทินแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็จะชิงยุบสภาตัดหน้าทันที จึงไม่ควรจะเกี่ยงกันระหว่างพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค ถ้าเห็นว่ามีประเด็นสำคัญและถ้าทั้ง 2 พรรคพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างจริงจัง ก็สามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกันได้ และชะตากรรมของรัฐบาลอนุทินก็จะขาดทันที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาเดือด! ประธานสภาซัด สส.ส้มพูดเอาแต่ได้
สภาเดือด สส.ปชน.ประท้วงไม่ให้หารือ 'โสภณ' สวน 'พูดเอาแต่ได้' ยันทำตามระเบียบ เผยเสนอชื่อ 'ณัฐพงษ์' เป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วไม่ล่าช้า แต่ต้องรอตามขั้นตอน
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' อโหสิให้ สส.ส้มแล้วแต่ 'รมช.มหาดไทย' ยังติดใจรอดูท่าทีต้นสังกัด
'ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยื่นหนังสือ 'รมช.มหาดไทย-วิปรัฐบาล' แสดงจุดยืน และตอบรับคำขอโทษ 'สส.ภัณฑิล' หลังอภิปรายพาดพิง ด้าน 'มท.2' ลั่นรับไม่ได้ รอดูบทลงโทษจากต้นสังกัด คืนศักดิ์ศรีให้ 'ราชสีห์'
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
อคติใต้เสื้อคลุมคนรุ่นใหม่! พรรคส้มกับการมองข้าม 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ
การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น
จับตากก.วินัยพรรคส้ม ถกลงดาบ ส.ส.ปากพล่อย อภิปรายเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ค้ายา
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.ก

