“ไชยชนก” เผยการจัดทำ พ.ร.ก. ใกล้เสร็จแล้ว ใช้เป็นเครื่องมือปราบขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตอบโต้สแกมเมอร์ ย้ำเดินหน้าหลายมาตรการ ทั้งจำกัดซิมการ์ด-เพิ่มขั้นตอนเปิดบัญชีธนาคาร เล็งคุยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาวิธีป้องกันใช้ซิมบ็อกซ์ ส่วนบัญชีม้าหากพบคนเดิมทำผิดซ้ำในช่วง 3 ปี จ่อห้ามเปิดบัญชีตลอดชีพ
6 พฤศจิกายน 2568 - ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวก่อนลงนามความร่วมมือ 15 หน่วยงานเพื่อประกาศสงครามกับสแกมเมอร์ ว่า สิ่งแรกที่ได้กระทำคือ การยกระดับวอร์รูมที่ทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนของธนาคารทั้ง 7 ธนาคาร โดยการประสานข้อมูลการกระทำต่างๆ ก่อนที่จะเกิดอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเรื่องไหนที่ปรากฏเป็นผลงานเป็นรูปธรรม จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้แถลงชี้แจง
ส่วนที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญคือ การยุติการเปิดบัญชีใหม่ หรือเพิ่มขั้นตอนในการเปิดบัญชีให้ละเอียดมากขึ้น และที่มีการเพิ่มมาตรการไปแล้ว คือ การจำกัดจำนวนซิมการ์ด ให้เหลือเพียง 5 ซิมต่อบุคคล หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติม ต้องขอเป็นการเฉพาะราย โดยบุคคลที่จะขอเพิ่มจำนวนซิมมากกว่า 5 ซิม ต้องส่งชื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบก่อน และยังได้เพิ่มกฎระเบียบในการลงทะเบียนซิมด้วย เพื่อให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีของฝ่ายสแกมเมอร์
นายไชยชนก กล่าวต่อด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเรื่องของสัญญาณระหว่างประเทศ ที่ได้รับการยืนยัน และรับรองจาก กสทช. ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจในการตรวจสอบ เมื่อมีการเปิดปิดของสัญญาณเกิดขึ้น ก็จะตรวจสอบว่าสัญญาเล็ดลอดได้อย่างไร และจะขออัพเดทข้อมูลใน 3 วันข้างหน้า
ส่วนจุดเริ่มต้นของกระบวนการสแกมเมอร์ คือ ซิมบ๊อกซ์ เป็นเครื่องมือรวบรวมสัญญาณให้สามารถใช้ในพื้นที่เดียวกันได้ ที่ผ่านมามีกฎหมายขึ้นมากำกับดูแลเรื่องซิมบ๊อกซ์ แต่ก็ยังคงมีการตรวจพบการกระทำที่ฝ่าฝืน ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างการเชิญตัวแทนเข้ามาหารือร่วมกันเพื่อหาวิธีการป้องกัน ซึ่ง กสทช.ได้ออกระเบียบว่า แม้จะเป็นชิ้นส่วนที่แยกกันมาประกอบซิมบ๊อกซ์ ก็ต้องมีการลงทะเบียนชี้แจงที่มาและการนำเข้า เพื่อนำข้อมูลส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำประวัติไว้ เพื่อนำไปอ้างอิงหาจุดเริ่มต้นของกระบวนการสแกมเมอร์ จากนั้นก็จะนำมาประกอบข้อมูลจาก operator ซิมการ์ด และธนาคาร
นายไชยชนก กล่าวถึงการดำเนินปราบบัญชีม้า ว่า หลังจากตรวจสอบแล้วว่าเป็นบัญชีม้าแถว 1 และแถว 2 ผู้ที่มีรายชื่อจะสามารถเปิดบัญชีธนาคาร ได้อีกแค่ 1 บัญชี เพื่อใช้ในการครองชีพ และไม่สามารถเปิดบัญชีได้อีกจนกว่าคดีจะจบ ซึ่งกรอบอยู่ในระยะเวลา 3 ปี และหากพบการกระทำผิดซ้ำในช่วงเวลา 3 ปี นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย ว่าบุคคลนั้นจะไม่สามารถเปิดบัญชีได้ตลอดชีวิต โดยนโยบายนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาและพูดคุยกัน
นายไชยชนก กล่าวว่า กระบวนการสแกมเมอร์จะเริ่มจากแพลตฟอร์ม การซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยจะให้เอ็ตด้าไปดูเรื่องกระบวนการร่างกฎหมาย อันดับแรกจะต้องมีการยืนยันตัวตน หากจะมีการทำธุรกรรมซื้อขายออนไลน์ หรือหากโดนรีพอร์ตก็จะต้องมีการยืนยันตัวตนอีกครั้ง อีกส่วนหนึ่ง ที่จะมีการดำเนินการ จะมีการยกระดับ พรก. ให้สามารถมีเครื่องมือ และอุปกรณ์ตอบโต้กับกระบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้การจัดทำ พรก.ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ประเสริฐ' ขู่ฟ้องพวกวิจารณ์ปั่นกระแสการเมือง ปม ดีเอสไอ-ป.ป.ช. สอบ 2 กรณี
"ประเสริฐ" โร่แจงปม ดีเอสไอ สอบกรณี MOU กระทรวงดีอี กับ บ.สิงคโปร์ และ ป.ป.ช. สอบใช้งบบริหารจัดการน้ำ ชี้ทั้งสองเรื่องยังไม่เป็นคดี ยังไม่สรุปผลสอบสวน ขู่เตรียมฟ้องนักวิจารณ์มั่ว ปั่นกระแสสร้างประเด็นการเมืองทำเสียหาย
‘ไชยชนก’ เผยคืบหน้าตั้ง ‘รัฐบาลอนุทิน’ 99.99%
‘ไชยชนก’ เผย คืบหน้าตั้ง “รัฐบาลอนุทิน” 99.99% ขู่ลงดาบพวกสร้างมุ้ง กันทำพรรคภูมิใจไทยป่วน
รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน
บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง
'วีระ' ร้องจเรตำรวจ สอบจนท.รัฐเก็บส่วยชายแดนสระแก้ว ของหนีภาษี แรงงานเถื่อน สแกมเมอร์
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการ คปต. เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการเรียกรับส่วยและการทุจริต บริเวณชายแดน
ตำรวจเผยพิกัด 'เบน สมิธ' ขอออกหมายแดงจับตัวแล้ว
พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียง
‘เทพไท’ ทวงถามชื่อ 10 นักการเมือง เอี่ยวสแกมเมอร์
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ

