
7พ.ย.2568- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความว่า
ลูกไม้เก่า
กัมพูชาคงใกล้จะขาดใจตาย
เศรษฐกิจกำลังจะพังทลาย
คนเขมรหันมาต่อต้านตระกูลฮุน
อย่ากระนั้นเลย หันมาใช้ลูกไม้เก่า
ถ้าไทยไม่เปิดด่าน จะแฉให้หมด
นักการเมืองไทยทำธุรกิจสีเทาในเขมร
รวมทั้งเวบพนันออนไลน์ในกัมพูชา
แถมมีทหารไทยรับส่วยบ่อนคอลเซนเตอร์
ธุรกิจเหล่านี้อยู่ไม่ได้
ถ้าไม่มีทหารไทยอยู่เบื้องหลัง
นี่คือ ขบวนการป้ายสี กูเลวมึงต้องเลวด้วย
ไม่เกินความคาดหมาย
อยากบอกประธานฮุนเปิดออกมาเลย
มีกี่คลิปมีกี่ข้อมูลเปิดให้หมดอย่าเก็บไว้
อย่าลืมนะ ธุรกิจเทาๆมันอยู่ในเขมร
ต้องจัดการแก้ปัญหาของตัวเอง
โทษตัวเองที่ส่งเสริมธุรกิจเทาๆดำๆ
ตระกูลฮุนต้องจัดการธุรกิจเทาๆ
อย่าตีโพยตีพายโทษฝั่งไทย
ปัญหาคนไทยเราต้องจัดการแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เตือน อย่าสร้าง 'โบสถ์ยิว' เพิ่มจะตกเป็นเป้าก่อการร้ายระหว่างประเทศ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ลากไส้ ขบวนการเซาะกร่อน พุ่งเป้าองคมนตรี-กองทัพ ตีวัวกระทบคราด
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เซาะกร่อน
'นันทิวัฒน์' ปรบมือครม.ยกเลิกMOU44 แนะปฏิบัติตามแนวพระบรมราชโองการ ปี 16
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฝาก 'สีหศักดิ์' ตัดพ้อสหรัฐไม่แยแสไทยเจอวิกฤต ลั่นบทเรียนนี้เจ็บแล้วต้องจำ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร การเมืองระหว่างประเทศ มีคำกล่าวว่า
‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ย้ำชาติต้องมาก่อนเสมอ ไทยต้องบริหารสมดุลอำนาจ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง ชาติต้องมาก่อนเสมอ
ท้า 'ฮุนเซน' รีบเปิดชื่อคนไทยทรยศชาติ ขนน้ำมันขายเขมร
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีสมเด็จฮุนเซน

