
7 พ.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจ เกมวัดใจล้วนๆ
ผมน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่วิเคราะห์อนาคตของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกุล ว่าจะมีอายุไม่ครบ 4 เดือนตามที่ประกาศไว้ ในช่วงแรกๆ ยังไม่มีใครเชื่อว่า บทวิเคราะห์อายุรัฐบาลอนุทินจะอยู่ไม่ครบ 4 เดือนเป็นจริงได้ เพราะช่วงนั้นอาจจะเป็นการวิเคราะห์ช่วงมีการเซ็น MOAใหม่ๆ แต่เมื่อสถานการณ์รัฐบาลบริหารประเทศครบ 1 เดือน ได้เห็นบริบททางการเมืองในหลายด้าน จึงมีการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย และเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลอนุทินจะอยู่ไม่ครบ4เดือนจริง
มีนักวิเคราะห์บางคนบอกว่า อาจจะยุบสภาหลังจากวันเปิดสมัยประชุมสามัญของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว คือวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพราะฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทำให้รัฐบาลชิงยุบสภาเสียก่อน เห็นได้จากกรณีที่นายอนุทินกล่าวไว้ว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ฝ่ายค้านด่าฟรี แสดงว่าจะยุบสภาก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไปได้สูงมาก
ล่าสุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการยุบสภาก่อนครบวาระ 4 เดือน จะทำให้การทำประชามติไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ก็ไม่มีคำถามที่จะไปทำประชามติ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังใช้เงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญตัวประกันทางการเมือง ไม่ให้พรรคฝ่ายค้านที่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะถ้าดูท่าทีของพรรคประชาชนแล้ว ใจลึกๆ ก็อยากจะให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 เดือน หวังที่จะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จด้วย
เกมนี้จึงเป็นการวัดใจของพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค คือพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน ว่าพรรคไหนจะชิงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน ถ้าหากพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะยื่นนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีเป็นหลัก หวังที่จะล้มรัฐบาลให้ได้เป็นการสางแค้นทางการเมือง
ส่วนพรรคประชาชน ถ้าต้องการจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่อยากจะให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 เดือน เพื่อแลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็สามารถทำได้เพียงช่องทางเดียว คือการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล โดยพุ่งเป้าไปยังตัว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่พรรคประชาชนกำลังกดดันให้นายอนุทินปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อนายอนุทินไม่ปลด ก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส โดยไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน จึงทำให้รัฐบาลของนายอนุทินอยู่ต่อจนครบ 4 เดือนได้
จึงเป็นการวัดใจและชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน ว่าพรรคการเมืองใดเดินเกมการเมืองได้เหนือชั้นกว่ากัน ให้ได้คะแนนนิยมจากเกมนี้มากที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาเดือด! ประธานสภาซัด สส.ส้มพูดเอาแต่ได้
สภาเดือด สส.ปชน.ประท้วงไม่ให้หารือ 'โสภณ' สวน 'พูดเอาแต่ได้' ยันทำตามระเบียบ เผยเสนอชื่อ 'ณัฐพงษ์' เป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วไม่ล่าช้า แต่ต้องรอตามขั้นตอน
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' อโหสิให้ สส.ส้มแล้วแต่ 'รมช.มหาดไทย' ยังติดใจรอดูท่าทีต้นสังกัด
'ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยื่นหนังสือ 'รมช.มหาดไทย-วิปรัฐบาล' แสดงจุดยืน และตอบรับคำขอโทษ 'สส.ภัณฑิล' หลังอภิปรายพาดพิง ด้าน 'มท.2' ลั่นรับไม่ได้ รอดูบทลงโทษจากต้นสังกัด คืนศักดิ์ศรีให้ 'ราชสีห์'
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
อคติใต้เสื้อคลุมคนรุ่นใหม่! พรรคส้มกับการมองข้าม 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ
การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น
นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ

