
‘คณะรวมพลัง’ นัดสำแดงพลังเอกราชชาติ ม็อบหน้าสถานทูต 22 พ.ย. ต้าน ‘ทรัมป์-อันวาร์’ รุมข่มเหงไทย ฟาดฝ่ายค้านหัวหดกลัวสหรัฐ
17 พ.ย. 2568 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “เอกราช!” ว่า คณะหลอมรวมพลัง เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และประชาชนได้ประชุมและมีมตินัดชุมนุมหน้าสถานทูตมาเลเซียและสหรัฐอเมริกา วันที่ 22 พ.ย. 2568 เพื่อประท้วงโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่เข้าแทรกแซงเอกราชไทยในปัญหากัมพูชารุกล้ำอธิปไตยเหนือดินแดนของไทยจนเกิดบาดหมางและทำพื้นที่ชายแดนตึงเครียด
ทรัมป์ใช้อันวาร์เปิดช่องทางให้เข้ามายุ่งเกี่ยวการเจรจาทวิภาคีไทย-กัมพูชาและกัมพูชาละเมิดข้อตกลงโดยวางทุ่นระเบิดใหม่ในเขตแดนไทยเป็นเหตุให้ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด 1 นาย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประท้วงและระงับข้อตกลงปฎิญญากัวลาลัมเปอร์ชั่วคราวเพื่อรอให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติจึงดำเนินการต่อ
อย่างไรก็ตาม การประท้วงของนายกฯ ไทยต้องการให้กัมพูชาขอโทษกรณีลักลอบวางทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นพฤติกรรมสะท้อนไม่อยากเจรจาสันติภาพ แต่พรรคฝ่ายค้านไทยแปลความหมายเจตนาขั้นต่ำสุดของนายอนุทิน เป็นการแข็งข้อกับทรัมป์ โดยจะส่งผลเสียต่อกำแพงภาษีการค้าที่สหรัฐเรียกเก็บกับไทย
“นายกฯ ไทย (นายอนุทิน) ยังไม่มีท่วงทำนองแข็งข้อกับทรัมป์เลย หากทรัมป์ต้องการเป็นกรรมการเจรจาทวีภาคีแล้ว คุณต้องมีใจที่เป็นธรรมเสียก่อน เพราะกัมพูชาละเมิดข้อตกลงเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยเข้ามาวางระเบิดใหม่ทำให้ทหารไทยขาขาดและเกิดความเสียหาย” นายจตุพร ระบุ
นายจตุพร กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านไทย ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ที่อิงแอบและกลัวสหรัฐจนหัวหดจึงประณามนายอนุทินว่า ทำให้ไทยเสียหายกับมาตรการกำแพงภาษีทรัมป์ ทั้งที่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐ
ทั้งนี้ เมื่อกัมพูชาวางระเบิดละเมิดไทย ทรัมป์นั่งเป็นหัวหงอกหัวดำอยู่ได้อย่างไร คุณทำตัวไม่สมกับเป็นประเทศมหาอำนาจ ความจริงคุณต้องเตือนกัมพูชา และคุณไม่มีสิทธิ์อะไรมาบังคับประเทศไทย และเมื่อทรัมป์แทรกแซงไทยแล้ว ประชาชนคนไทยจึงมีสทธิ์สำแดงพลังความเป็นชาติที่แข็งแรงหน้าสถานทูต เพื่อถ่วงดุลสหรัฐ ไม่ให้มาบ่งการโดยอ้างกำแพงภาษีมาเอารัดเอาเปรียบไทย
“วันที่ 22 พ.ย. นี้ คนไทยจะส่งสัญญาณความไม่พอใจทรัมป์กับอันวาร์ที่หน้าสถานทูตมาเลเซียและสหรัฐ เพราะเราเป็นประเทศเอกราช เราไม่เป็นชาติที่ไร้ศักดิ์ศรี ซึ่งเราจะยินยอมโดยอ้างความกลัวไม่ได้ เมื่อกัมพูชาละเมิดแอบวางทุ่นระเบิดจนทหารไทยขาขาด แล้วไทยจะเจรจาอะไรกันต่อไปอีก” นายจตุพร ระบุ
ส่วนพรรคฝ่ายค้านไทยนั้น นายจตุพร กล่าวว่า นายอนุทินเสนอให้กัมพูชาขอโทษเป็นเนื้อหาที่เบาที่สุดแล้ว แต่ฝ่ายค้านจะยอมเป็นขี้ข้าค้อมหัวศิโรราบให้ทรัมป์หรือ แล้วเขาจะไว้ชีวิตคุณเหรอ ดังนั้น ชาติที่มีเอกราชต้องกล้าสวนกลับเหมือนกันเพื่อไม่ให้ประเทศใหญ่มารังแกประเทศเล็กได้ เพราะเราเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ไม่ตกอยู่ใต้อาณานิคม เราเป็นชาติที่มีเอกราช
“ขอไทยอย่ากลัว ยิ่งแสดงความขี้ขลาดตาขาวก็ยิ่งถูกกดขี่ แค่คุณ (ทรัมป์-อันวาร์) ทำหน้าที่เป็นกรรมการให้ตรงไปตรงมา คุณยังทำไม่ได้เลย ดังนั้น ต้องยืนต่อสู้ที่ตัวตรงกันด้วยท่วงทำนองของความเป็นชาติ เราเชื่อว่าประเทศที่มีเกียรติเท่านั้นที่จะเจรจาอย่างมีเกียรติต่อกันได้ อย่าได้กลัวเรื่องกำแพงภาษี เพราะเรื่องดินแดนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเรื่องสแกมเมอร์ก็ต้องปราบ เราต้องไม่ทำให้ประเทศไทยเป็นของตายของใครที่จะมาข่มเหง ตบหัวเล่นกันทุกวัน” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร ไม่เห็นด้วยกับท่วงทำนองของฝ่ายค้านที่ไม่ต้องการให้ไทยแข็งข้อใส่ทรัมป์ เพราะกระทบกับเศรษฐกิจการค้าของกลุ่มทุนจึงต้องเกรงใจสหรัฐ แต่ไทยเป็นประเทศเอกราชต้องไม่ทำตัวกระจอกงอกง่อย อีกทั้งเชื่อว่า ไทยยังไม่เสียเปรียบการค้ากับสหรัฐเพิ่มเลย และทรัมป์มีพฤติกรรมกลับไปกลับมา เปลี่ยนท่าทีใหม่โดยไม่เกี่ยวข้องกับภาษีการค้าแล้ว ดังนั้น ไทยต้องเป็นชาติไม่วอกแวกและควรยืนตัวตรง พูดความจริงอย่างประเทศเอกราชมีศักดิ์ศรี และต้องไม่มีหลักยึดแบบตรรกปัญญาอ่อนของพรรคฝ่ายค้านบางพรรค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เปิดเวที IMF - World Bank ชูขอบฟ้าใหม่ไทย เปลี่ยนการเงินเป็นโอกาส เจอกันใหม่อีก 35 ปี
นายกฯ เปิดเวที IMF - World Bank ย้อนโลกเปลี่ยนจากแฟกซ์สู่เอไอ ปลุกร่วมรับมือการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงภูมิภาค-ทุน-โอกาส-เทคโนโลยี จากกรุงศรีฯ สู่กรุงเทพฯ เชื่อมโยงโลก บอกอีก 35 ปี เจอกัน
'จตุพร' จับตา 'ทักษิณ' รุกขยับบีบฉวยจังหวะศึกซักฟอก ผุดเกมพลิกอำนาจ
'จตุพร' เชื่อ 'ทักษิณ' ขยับล้างมลทินเป็นเกมพลิกอำนาจ ประเมินท่าที 'รบ.หนู-ภท.' ให้ตามใจ พท.-สนองอยากทักษิณ หากล้างมลทินได้ คนอื่น 'ยิ่งลักษณ์-บุญทรง' ต้องได้ด้วย ล้วนก่อปัญหาวงกว้างรุมขย่ม ชี้เกมแก้ดึง 'กธ.-ธรรมนัส' ร่วม ครม. ถ่วงรั้งแรงกดดัน พท.ตั้ง รบ.ใหม่
'ภราดร' ชี้ซักฟอกแค่ 3 วันกำลังดี แจงนายกฯ คิวงานแน่น ไม่หวั่นหมัดเด็ด
'ภราดร' ยันอภิปรายแค่ 3 วันกำลังพอดี แจงนายกฯ มีคิวภารกิจต่างประเทศเพียบ ไม่หวั่น 'กรณ์' มีหมัดเด็ด เชื่อรมต.พร้อมชี้แจง
'สาทิตย์' ซัดเดือด! สภาไม่ใช่ที่ประชุมภูมิใจไทยถึงจะมากำหนดเวลาซักฟอกแค่ 2-3 วัน
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีหลังมีรายงานว่ารัฐบาลเสนอจัดสรรเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ระหว่างวันที่ 27-30 ต.ค. ว่า เมื่อเกือบ 2 เดือนก่อน ในการประชุมวิปร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน
'ยศชนัน' ยันเพื่อไทยพร้อมหนุนรัฐบาลสู้ศึกซักฟอก ให้ทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลเต็มที่
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นายยศชนันระบุพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบัน
นักวิเคราะห์ข้อมูลชำแหละดรามารายงาน IMF เรื่องอัตราโตจีดีพีไทยต่ำกว่าลาว-กัมพูชา
นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม

