27 พ.ย.2568 - ณ ห้องพิจารณาคดี 14 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง เวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 2306/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 701/2565 ระหว่าง บริษัท ลาภประทาน จำกัด กับพวกรวม 2 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ กรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา)คดีนี้ผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า กรุงเทพมหานครกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี กรณีผู้อำนวยการเขตปทุมวันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยไม่ตรวจสอบความกว้างของเขตทางในซอยร่วมฤดี และออกหนังสือรับรองความกว้างของเขตทางที่ไม่ถูกต้องให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้อาศัยเอกสารดังกล่าวประกอบการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่พิเศษในซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และดำเนินการก่อสร้างอาคารโดยสุจริต แต่ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองรื้อถอนอาคารดังกล่าว ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับความเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้อง)
ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า การที่ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ในการอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามมาตรา 39 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่า ได้มีผู้ยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตปทุมวันและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ถูกฟ้องคดี กรณีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยมีผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นผู้ร้องสอดในคดีหมายเลขดำที่ 1475/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 208/2555 เมื่อคดีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ อ.588/2557 ข้อเท็จจริงจึงเป็นที่ยุติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดว่า ถนนซอยร่วมฤดีมิได้มีเขตทางกว้าง 10.00 เมตร ตลอดแนว เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษบนที่ตั้งดังกล่าวได้ โดยที่ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2557 วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดีและเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองรู้ถึงการกระทำละเมิดซึ่งเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองอ้างว่า ทราบเหตุแห่งการกระทำละเมิดเมื่อได้รับคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร เมื่อเดือน กันยายน 2564 นั้น เห็นว่า การออกคำสั่งดังกล่าวเป็นการดำเนินการในชั้นบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา มิได้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงวันที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองนำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 จึงเป็นการยื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 อีกทั้งการฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องคดีเพื่อประโยชน์ของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยเฉพาะ มิได้เป็นการฟ้องคดีเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองไม่สามารถนำคดีมายื่นฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีได้ตามมาตรา 52 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ศาลปกครองจึงไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาได้
ผู้ฟ้องคดีทั้งสองจึงอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
าชกิจจานุเบกษา เผยพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้
เปิดระเบียบว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของ ขรก.ตุลาการศาลปกครอง
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบราชการศาลปกครองว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศ
'กทม.' 13 เขต ฝนตกเล็กน้อย-ปานกลางปริมาณฝนสูงสุด 'เขตบางเขน' 26.5 มม.
ฝนเล็กน้อยถึงปานกลางเขตห้วยขวาง จตุจักร หลักสี่ ลาดพร้าว บางเขน วังทองหลาง บางกะปิ บึงกุ่ม สะพานสูง คันนายาว คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี เคลื่อนตัวทิศเหนือ
ประชาธิปัตย์ จัดงานสัมมนา AI วางเป้ากทม.เป็นAI Builder Hub
“ประชาธิปัตย์” ประกาศความสำเร็จงาน "Thailand in the AI Race" ปักหมุดกรุงเทพฯ เป็น AI Builder Hub แห่งแรกของประเทศและภูมิภาค
กทม.เผยค่าดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตราย
สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เผยค่าดัชนีความร้อน(Heat Index) ประจำอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 มีค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) อยู่ในเกณฑ์ "อันตราย"

