'น้ำท่วมหาดใหญ่' เพิ่มเงื่อนไขซักฟอก 'อนุทิน'

28 พ.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ เพิ่มเงื่อนไขซักฟอกอนุทิน

มีการตั้งคำถาม และมีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะยุบสภาวันไหน และจะยุบสภาหรือไม่ ซึ่งเงื่อนไขของการยุบสภาอยู่ที่การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 หรือไม่

ถ้าหากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ นายอนุทินเคยประกาศมาก่อนว่าจะยุบสภาทันที จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้พูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องการให้การโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ไปก่อน แล้วค่อยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจะพิจารณาว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่

แต่ถ้าดูความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในเพจของพรรค พูดถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีประเด็นที่เคยเสนอไว้ล่วงหน้า ประมาณ 7 ประเด็นว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น

1.เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งหมายถึงการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ล็อตแรก 45 ตำแหน่ง ล็อตที่ 2 อีก 18 ตำแหน่ง และล็อตที่ 3 ล่าสุด ระดับรองผู้ว่าฯ อีก 40 ตำแหน่ง

2.เรื่องการเป่าคดีพวกพ้อง คงหมายถึงคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง

3.เรื่องการบริหารจัดการน้ำล้มเหลวการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

4.ใช้งบประมาณ4,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการMoto GP เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

5.ปล่อยประละเลยไม่เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาแก๊งสแกมเมอร์

6.มีการมุบมิบเซ็น MOU แร่หายากหรือแรธ์เอิร์ธกับประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา

7.เสี่ยงทำไทยเสียดินแดน กรณีปฏิญาณสันติภาพ

ส่วน 8 และ 9 ซึ่งเป็นประเด็นเพิ่มมาให ม่นั่นก็คือประเด็นที่ 8 เรื่องผู้แทนการค้าหรือ USTR ของสหรัฐอเมริกาได้ส่งหนังสือระงับการเจรจากำแพงภาษี และประเด็นที่ 9 ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสามารถการทำหน้าที่แก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ว่า ล้มเหลวมาก

ซึ่งถ้าหากว่าดูประเด็นต่างๆ ซึ่งมีเดิมอยู่แล้ว 7 ประเด็น แล้วก็มีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ประเด็น รวมเป็น 9 ประเด็น น่าจะเพียงพอสำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน จึงอยู่ที่นายอนุทินว่า จะยุบสภานี้หรือไม่ ถ้ายุบสภาตอนนี้ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อคะแนนนิยม เพราะยุบสภาท่ามกลางกระแสความล้มเหลว ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ แต่ถ้ากัดฟันสู้หรือทำเป็นใจดีสู้เสือ เพื่อให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถูกโหวตตกเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแน่นอน

เกมนี้เป็นการวัดใจกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาทางการเมืองให้กับรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐพงษ์' จี้ลดชั้นผู้รับเหมา ถามกล้อง CCTV ติดตั้งจุดไหนในพื้นที่ก่อสร้าง ปมเครนถล่มทับรถไฟ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟ บริเวณพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

'ยศชนัน' ลั่นไม่ยอมรับกระแส 'น้ำเงิน-ส้ม' แข่งตั้งรัฐบาล ยังมีหวังเพื่อไทยเป็นอันดับ 1

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงนครราชสีมา จากเมื่อปี 66 ได้ สส. 12 เขต ครั้งนี้จะได้ยกจังหวัด 16 เขตหรือไม่ จากการลงพื้นที่มีความมั่นใจ ประชาชนให้การตอบรับเป็น

'ยศชนัน' ย้ำจุดยืนเพื่อไทยไม่แตะหมวด 1-2

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงจุดยืนในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อไทยพูดถึงจุดยืนตรงนี้มาตลอดว่าการที่จะทำให้ต่างประเทศ หรือทุกคนมีความ

“กองทัพ”ตั้งการ์ด-ลดแรงเสียดทาน เริ่มศึกภายใน-ชายแดนยังไม่จบ

แม้การสู้รบในพื้นที่ชายแดน “ไทย-กัมพูชา” จะจบลงในระลอกที่ 2 ไปแล้ว โดยกองทัพสามารถทวงคืนพื้นที่จากฝ่ายตรงข้ามได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ “สงคราม” นั้นยังไม่จบ เพราะ “ควันหลง” ของเหตุการณ์ยังเป็นเชื้อไฟที่สามารถทำให้เหตุการณ์สู้รบปะทุได้อีกตลอดเวลา จากปัจจัยหลักคือ ยังไม่มีการสำรวจจัดทำหลักเขตกันจนเป็นที่ยุติ รวมไปถึงปัจจัยเฉพาะหน้าที่เกิดจากการเมืองภายในของ 2 ประเทศ ที่รัฐบาลต่างฝ่ายต่างสร้างคะแนนนิยมจากเหตุการณ์ชายแดน