'ไทยสร้างไทย' ขายไอเดียเรียนฟรีถึง ป.ตรี จบเร็วขึ้น 2-3 ปี จี้รัฐปรับตัวให้ทันกระแสโลก

"ไทยสร้างไทย" ปิ๊งไอเดีย เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลดระยะเวลาการเรียนลงอีก 2-3 ปี หวัง เพื่อเพิ่มโอกาสการทำมาหากินของเยาวชนเร็วขึ้น แนะรัฐปรับตัวให้ทันกับกระแสโลก

22 ก.พ.2565 - น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจต่อกรอบนโยบายการศึกษาของพรรคอย่างท่วมท้น หลังจากประกาศเสนอให้เด็กเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีและพิจารณาลดระยะเวลาเรียนเพื่อให้ทันโลกยุคใหม่ที่เน้นเรียนเฉพาะวิชาที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ ปัจจุบันนักเรียนต้องใช้เวลาเรียนทั้งหมด 19 ปี คือ อนุบาล 3 ปี ประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษา 6 ปี และปริญญาตรี 4 ปี พรรคไทยสร้างไทยเสนอให้ลดระยะเวลาเรียนลงเหลือ 16-17 ปี โดยยังคงวิชาที่ ต้องเรียนไว้ และพิจารณาตัดหรือให้วิชาที่ ควรเรียน เป็นวิชาเลือกเสรีแทน หลักสูตรจะปรับไปหลังจากที่ทำโรงเรียน sandbox เพื่อควบคุมคุณภาพการเรียนการสอน ตอนนี้การเรียนข้ามชั้นเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอยู่แล้ว สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ซึ่งอยู่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 ก็เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบหลักสูตรได้และสามารถสอบเทียบเข้าระดับต่างๆรวมทั้งมหาวิทยาลัยต่อไป

งบประมาณที่จะนำมาสนับสนุนการเรียนฟรีนั้น พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลให้เงินสนับสนุนเด็กเรียนฟรี 15 ปี จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อยู่แล้ว จึงต้องหางบประมาณมาเพิ่มอีก 1-2 ปี โดยสามารถนำงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการกว่า 3.3 แสนล้านบาท และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอีก 1.2 แสนล้านบาท มาจัดสรรใหม่ได้ เนื่องจากการใช้งบประมาณในปัจจุบันยังครอบคลุมถึงสิ่งที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน เช่น การสร้างตึก อาคาร โครงการต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะสมกับยุคที่เริ่มมีการเรียนออนไลน์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบางรายวิชาที่เหมาะสม แต่ต้องจริงจังเรื่องการปรับปรุงการเข้าถึงอุปกรณ์การเรียน อินเตอร์เน็ต และวิธีการสอน ดังเช่นที่หลายประเทศทำมานานแล้ว เช่น การเรียนทางไกลในออสเตรเลีย คอร์สเรียนของ Udemy และ Khan Academy

น.ส.ธิดารัตน์กล่าวว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รายงานว่าในเด็กไทยทุกๆ 100 คน มี 16 คน ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ และมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอยู่ไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านคนแล้ว การลงทุนในการศึกษาที่ถูกต้องจะสามารถแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาซึ่งเป็นพื้นฐานของการแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ นอกจากนี้ สังคมไทยควรมุ่งเน้นสอนให้เด็กเรียนเพื่อรู้จักตัวตนของตนเอง รู้จักวิธีหาความรู้ และรู้จักปรับตัวในยุคที่โลกถูก disrupt ทุกๆ 2-3 ปี ควรสอนวิชาที่จำเป็นต่อการเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ เช่น พื้นฐานทางการเงิน ความรู้ทางกฎหมาย การตลาดออนไลน์ สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น

“การศึกษาถูก disrupt ตามกระแสโลกไปแล้ว เราต้องกล้าที่จะ disrupt ตัวเอง การตกเทรนด์ในยุคที่โลกหมุนเร็วแค่หนึ่งครั้งมีผลให้ประเทศล้าหลังไปกว่า 10 ปี พรรคไทยสร้างไทยจึงมุ่งช่วยให้คนตัวเล็กเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่แข่งขันกับนานาประเทศได้” น.ส.ธิดารัตน์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”