'ดร.ธนกฤต' เปิดผลทางกฎหมายยุบสภา 'ครม.' ถูก รธน. จำกัดอำนาจ 4 เรื่อง ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการฯ เว้นแต่ กกต.เห็นชอบ ห้ามใช้งบฉุกเฉิน หรืออนุมัติโครงการผูกพัน ครม.ชุดใหม่ ชี้วันเลือกตั้งคาดเป็น 1 หรือ 8 ก.พ. 69
12 ธ.ค. 2568 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อาจารย์พิเศษผู้บรรยายกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวงได้ให้ความเห็นทางกฎหมายผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว กรณีผลตามกฎหมายเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ว่า
อำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรเป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 วรรคหนึ่ง โดยการยุบสภาให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 วรรคสอง
ผลตามกฎหมายกรณีทั่วไปเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร มีดังนี้
1. สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (1)
2. ภายใน 5 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศกําหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับ โดยวันเลือกตั้งต้องกําหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 วรรคสาม
ดังนั้น กรณีที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปภายในวันที่ 17 ธันวาคม 2568
โดยวันเลือกตั้งทั่วไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนด อย่างเร็วที่สุดจะเป็นวันที่ 26 มกราคม 2569 และอย่างช้าที่สุดจะเป็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
และเมื่อพิจารณาจากธรรมเนียมปฏิบัติที่จะกำหนดวันเลือกตั้งให้ตรงกับวันอาทิตย์เพื่อความสะดวกของประชาชนในการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
หากพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ดังกล่าว วันเลือกตั้งที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด จะเป็นวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
3. ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 117 วรรคหนึ่ง
4. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ หรือที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วแต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อพ้น 90 วันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้เป็นอันตกไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 วรรคหนึ่ง
5. รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตําแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (2)
ผลตามกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร มีดังนี้
1. คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1)
2. คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) ดังกล่าว ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ดังต่อไปนี้
(1) ไม่อนุมัติงานหรือโครงการ หรือกระทำการที่มีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป
(2) ห้ามแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตําแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
(3) ห้ามอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
(4) ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทําการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และห้ามกระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด
มีข้อสังเกตว่า สำหรับกรณีที่คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) อันเป็นผลจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียงข้างมากให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) เนื่องจากมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง นั้น คณะรัฐมนตรีรักษาการที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นข้อห้ามทั้ง 4 ข้อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากกรณีที่คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตําแหน่งเนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (2)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลรธน.ยังรอเอกสาร-ความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งพร้อมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอภิปรายในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง
ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว กกต.เพิ่มพยานสู้คดีบาร์โค้ด
กกต.ยื่นแก้ชื่อพยานคดีบาร์โค้ดบนเลือกตั้ง ศาลรธน.สั่งพยานที่ถูกอ้าง -ผู้เกี่ยวข้อง ทำคำชี้แจงยื่นศาลใน15วัน
สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'
ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560
กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว
กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล
'ทรงศัก' เผยไม่ได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญแจงคดีบาร์โค้ด
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเผยส่งคำชี้แจงปมเลือกตั้งตามกรอบเวลา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้ขอขยายเวลา
ลุ้นกันต่อ! ศาลรัฐธรรมนูญขยายเวลาให้ กกต.อีก 15 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ กกต.ขยายเวลา 15 วัน ส่งคำชี้แจงข้อกล่าวหา -ระบุบัญชีพยานหลักฐาน คดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด

