ไทม์ไลน์เดือด! เขมรรุกหนักแนวตราด-สระแก้ว ทบ.เร่งทำลายอาวุธโจมตีไทย

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สรุปภาพรวมเหตุปะทะต่อเนื่องตั้งแต่คืน 12 ธ.ค. ก่อนนายกฯ ไทยหารือผู้นำสหรัฐฯ เผยกัมพูชาใช้โดรนสังหาร BM-21 และปืนใหญ่ระดมยิงหลายจังหวัด ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันอธิปไตย พร้อมรายงานความคืบหน้าการยึดพื้นที่และทำลายเป้าหมายทางทหารสำคัญ

13 ธันวาคม 2568 - ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเวลา 10.00 น. นำโดย พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสรุปสถานการณ์ภาพรวมเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับฝ่ายกัมพูชา พร้อมสรุปไทม์ไลน์สถานการณ์ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีไทยจะมีการหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. 2568

โดยไทม์ไลน์สถานการณ์ระบุว่า เวลา 22.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. 2568 ฝ่ายกัมพูชาโจมตีโดยใช้โดรนสังหาร BM-21 และปืนใหญ่ ระดมยิงบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว อุบลราชธานี สุรินทร์ และศรีสะเกษ

ต่อมาเวลา 23.00 น. ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงอาวุธหนักเข้าใกล้อธิปไตยไทยในพื้นที่จังหวัดตราด ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องป้องกันตนเอง

เวลา 00.00 น. ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิง BM-21 ในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนทั้งสองฝ่ายได้รับความเสียหาย

กระทั่งเวลา 05.47 น. ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีเข้ามายังอธิปไตยของไทยตลอดแนวชายแดน และในเวลา 05.50 น. ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ไปยังเป้าหมายทางการทหาร เพื่อป้องกันการรุกรานจากฝ่ายกัมพูชา

พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิบัติการยึดพื้นที่ว่า ช่วงสายของวันนี้ได้รับรายงานจากหน่วยในพื้นที่ว่า กองทัพสามารถยึดพื้นที่ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

พร้อมกันนี้ ได้มีการประมาณการความสูญเสียของฝ่ายกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 7–12 ธ.ค. 2568 โดยคาดว่ามีทหารกัมพูชาเสียชีวิตแล้ว 165 นาย และฝ่ายไทยสามารถทำลาย BM-21 ได้ 1 ระบบ รถยานเกราะและรถถัง 11 คัน โดรน 68 ลำ ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 2 ระบบ ระบบต่อต้านโดรน 3 ระบบ เสาสื่อสาร 3 จุด รวมถึงจุดตรวจการและฐานทหารอีก 5 แห่ง

รองโฆษกกองทัพบกระบุด้วยว่า การทำลายที่หมายต่าง ๆ มีความยากลำบาก เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกัน พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เป็นป่าเขา มีการหลบหลีกและใช้ยุทธวิธีที่ต้องอาศัยการชิงไหวชิงพริบ ขณะที่พื้นที่กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 เป็นพื้นที่โล่ง แต่มีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก ลักษณะเป็นการรบในเมือง ทำให้ยุทธวิธีทางการทหารแตกต่างกัน และเพิ่มความซับซ้อนในการปฏิบัติการ พร้อมขอให้ประชาชนร่วมเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากการทำลายยุทโธปกรณ์สำคัญ โดยเฉพาะจรวดและอาวุธระยะไกล มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน

ด้านนาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงการปฏิบัติการของกองทัพเรือเมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า ได้ดำเนินการใน 2 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่เกาะยอ จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานปืนขนาด 130 มิลลิเมตร จำนวน 2 ฐานยิง ที่เป็นภัยคุกคามต่อกำลังทางเรือของไทย กองทัพเรือจึงเปิดปฏิบัติการโจมตีทำลายที่มั่นทางทหารบนเกาะยอ ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในวันนี้จะขึ้นสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม

ส่วนพื้นที่บ้าน 3 หลัง กองทัพเรือถูกโจมตีด้วยอาวุธสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา ทำให้ไม่สามารถนำกำลังพลนาวิกโยธินเข้าไปยึดพื้นที่ได้ จึงจำเป็นต้องริดรอนและทำลายอาวุธสนับสนุน ทั้งปืนใหญ่ ปืน ค. และ BM-21 โดยได้ร้องขอการโจมตีทางอากาศจากกองทัพอากาศต่อเป้าหมายสำคัญทางยุทธศาสตร์

ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้โจมตีสะพาน 2 แห่ง คือ สะพานจัยจุมเนี้ยะ จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังและยุทโธปกรณ์ของฝ่ายกัมพูชาเข้าสู่พื้นที่ โดยผลการโจมตีสามารถทำลายสะพานทั้งสองแห่งได้เรียบร้อย

สำหรับอาคารกาสิโนทมอดา ในพื้นที่บ้านหนองรี ตรงข้ามบ้านท่าเส้น จังหวัดตราด ซึ่งพบว่าฝ่ายกัมพูชาดัดแปลงเป็นที่ตั้งทางทหาร ใช้เป็นจุดบัญชาการ ซ่องสุมและเพิ่มกำลัง รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมโดรน ได้มีการร้องขอกำลังทางอากาศจากกองทัพอากาศเข้าทำลาย โดยผลการปฏิบัติการแม้ตัวอาคารจะไม่ราบ แต่ภายในได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถใช้เป็นที่ตั้งทางทหารได้อีก

ด้านพลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ยืนยันว่า กองทัพอากาศใช้ขีดความสามารถทั้งหมดในการโจมตีเป้าหมายทางการทหารด้วยความแม่นยำสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ โดยการปฏิบัติการอยู่บนพื้นฐานของการป้องกันตนเอง ยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วนกับภัยคุกคาม เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ประเมินสถานการณ์ชายแดน ยังไม่มีสัญญาณขัดแย้งถึงขั้นปะทะรอบ 3

"อนุทิน" สยบข่าวลือ! ยันไม่มีสัญญาณสู้รบชายแดนรอบ 3 หลังลงพื้นที่สระแก้วตรวจแนวรบ เผยปมกัมพูชาขุด "คูเลต" เป็นยุทธวิธีป้องกันประเทศเขา

นายกฯ ชี้ MOU 43 ไม่ใช่มูลเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา มองมีประโยชน์ใช้เทคโนโลยีกำหนดหลักเขตแดนได้ชัดเจน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ชายแดน อำเภอตาพระยา และบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ว่า ครั้งนี้ก็เป็นการลงในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ครั้งแรกของตน เพราะก่อนหน้านี้มีสถานการณ์ที่ยังไม่เอื้ออำนวย กลัวว่ามาแล้วจะเป็นภาระของผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัย

นายกฯ ลุยตาพระยา-บ้านหนองจาน ให้กำลังใจทหารถึงฐานปฏิบัติการ

นายกฯ ลุยตาพระยา-บ้านหนองจาน ให้กำลังใจทหารถึงฐานปฏิบัติการ มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ก่อนร่วมกินอาหารว่างกับทหาร

นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้ว ขอบคุณประชาชนทำให้รบชนะกัมพูชา จัดสรรงบหนุน ชรบ. หมู่บ้านละ 5 พันบาท/เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบภายหลังจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา

กกล.บูรพา ตั้งชื่อฐาน 'นันทะวงศ์' เชิดชูวีรกรรม 'พลทหารธนพัฒน์' สละชีพที่บ้านหนองจาน

กกล.บูรพา โดย หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ดำเนินการปรับปรุงและสร้างฐานปฏิบัติการ ในพื้นที่ บ.หนองจาน เพื่อการวางกำลังและดูแลพื้นที่อย่างครอบคลุม ภายหลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ร่วมกับภาคประชาชนในพื้นที่ ตั้งชื่อฐานปฏิบัติการแห่งนี้ น