ปิดฉาก "คอบร้าโกลด์ 2026" ผบ.ทหารสูงสุดไทย-ทูตสหรัฐฯ ร่วมชมฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง F-16 อากาศยานไร้คนขับ/Neros ยานเกราะล้อยางแบบ Stryker ร่วมโชว์ขีดความสามารถ
6 มีนาคม 2569 - เวลา 09.40 น. พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลตรี วิลเลี่ยม เจ.เพรนเดอร์แกสต์ที่ 4 (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 40 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย เข้าร่วมในพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 พร้อมทั้งชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) โดยมี ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดมิตรประเทศ และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมชมการฝึก ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี
การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วย การกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียม และการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง การเคลื่อนที่ประกอบการยิง การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด การเข้ายึดที่หมาย และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืนซึ่งเป็นครั้งแรกของการฝึกร่วม/ผสม ระหว่างกองทัพไทย และกองทัพสหรัฐอเมริกา ในการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืน โดยมียุทโธปกรณ์สำคัญที่เข้าร่วมการฝึกฯ ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองทัพไทย อากาศยานไร้คนขับ แบบ Neros ยานเกราะล้อยางแบบ Stryker จากกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพไทย
ปัจจุบันการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นที่ทางกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพมิตรประเทศ ที่มีให้กับกองทัพไทย นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง ในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร ขยายสู่มิติอวกาศและไซเบอร์ รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม/ผสม ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ รวมทั้งการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนคงไว้ซึ่งการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคให้มั่นคงสืบไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทัพไทยเกาะติดสถานการณ์ชายแดน 'กัมพูชา-เมียนมา' พร้อมตอบโต้ตามกลไกมั่นคง
พลเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ตอบคำถามกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องมีการประเมินเพิ่มเติมหรือไม่ หลังกัมพูชามีการทำ IO ข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา ว่า เหล่าทัพมีการเตรียมความพร้อม ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ได้เน้นย้ำในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ ไปแล้ว ไ
ภ.8 คุมเข้ม! จัดกำลังดูแลทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย เยือนภูเก็ต
ผบช.ภ.8 เน้นย้ำนโยบาย "ตำรวจของประชาชน" คุมเข้มความมั่นคง ดูแลอำนวยความสะดวกความปลอดภัยกำลังพลสหรัฐฯ 5,000 นาย ในการเยือนภูเก็ต
กลาโหมบูรณาการทุกเหล่าทัพ-รวมพลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ
จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหมบูรณาการกำลังจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที
รัฐบาลเร่งปิดดีล ART การค้าไทย-สหรัฐฯ รักษาตลาดส่งออก ได้อัตราภาษีเป็นธรรม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) เพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขั
กองทัพไทยโต้กัมพูชา ยันอากาศยานไม่ล้ำน่านฟ้า รับบินเข้าใกล้ชายแดน 200 เมตร
กองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณีอากาศยานปฏิบัติภารกิจพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

