นักวิชาการชื่อดัง เปิดใจสวมเสื้อส้ม ลงสนามการเมือง

15 ธันวาคม 2568 - ที่อาคารอนาคตใหม่ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ นักวิชาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา พรรคประชาชน เปิดเผยถึงเหตุผลที่ลงสมัคร สส.ว่า ตนเองเกี่ยวข้องการเมืองมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้นำนักศึกษาเมื่อ 30 ปีก่อน ผลักดันทั้งเรื่องประกันสังคม รณรงค์นายกฯ มาจากการเลือกตั้ง และกฎหมายสิ่งแวดล้อม จึงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประเทศและสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทฐานะอะไร ทั้งผู้บริหารสถาบันการเงิน ภาคเอกชน หรือมหาวิทยาลัย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมประกอบกับประเทศเจอวิกฤตการณ์หลายเรื่อง ถึงเวลาที่ต้องอาสาเข้ามาทำงานการเมืองแล้ว 
 
ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัคร สส.เขต ทั้งที่หลายคนมองว่าเหมาะกับการลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า หลายคนมองว่าหากลงสมัคร สส.บัญชีราบชื่อ จะสามารถทำงานด้านนโยบายได้มากขึ้น แต่การเป็น สส.เขตมีข้อดี เพราะทำให้เราได้สัมผัสปัญหาของประชาชนจริง ๆ เริ่มต้นทำงานการเมืองจากประชาชนในพื้นที่ ทำให้เรามีความภาคภูมิใจ สามารถเป็นนักการเมืองที่ดีได้ และที่เลือกลงสมัคร สส.เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา เพราะตนเองอยู่ในพื้นที่มานานตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยจึงรู้สึกผูกพันกับคนในพื้นที่ อยากทำให้เป็นโมเดลตัวอย่างของการ เป็น สส.เขต เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมทางการเมือง เลือก สส.เขตเพื่อไปทำหน้าที่ในระดับประเทศ ออกกฏหมาย และตรวจสอบนโยบายต่าง ๆ ทำให้ประชาธิปไตยไทยเข้มแข็ง
 
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคคประชาชน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ร่วมงานกับหลายพรรคการเมือง รวมถึงกลุ่ม CARE รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการชักชวนให้ไปทำงานร่วมกับฝ่ายการเมืองอยู่เป็นระยะ แต่ไม่ได้ลงการเมืองแบบเต็มที่ เพราะยังไม่เห็นว่ามีพรรคการเมืองไหนที่จะเป็นสถาบันการเมืองและความหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง พรรคประชาชนมีความชัดเจนที่จะพัฒนาไปเป็นพรรคการเมืองของมวลชน ซึ่งที่ผ่านมามักจะได้รับเชิญให้ไปร่วมงานกับพรรคการเมืองในฐานะนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ จึงไปเสนอความเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ บางกลุ่มก็นำชื่อเราไปมากกว่า แต่ไม่ได้ไปมีบทบาทเท่าไร การเมืองบางทีเป็นเรื่องของการบริหารภาพลักษณ์ 
 
ส่วนความผันผวนทางการเมือง เนื่องจากขณะนี้มีหลายขั้ว จะสร้างแต้มต่อให้กับพรรคประชาชนอย่างไรนั้น รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่า ประชาชนต้องพยายามเลือกตั้งให้มีความชัดเจน เพราะเราต้องการรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพ ประชาชนต้องเลือกให้ชัดว่าต้องการพรรคการเมืองขั้วไหนมาบริหารประเทศ ถ้าไม่เลือกมากพอ โดยเฉพาะพรรคประชาชนก็จะตั้งรัฐบาลไม่ได้จะต้องเลือกให้เกินครึ่ง โครงสร้างการเมืองไทยไม่เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่ว่าเสียงของประชาชนจะต้องเป็นไปตามนั้น มีอำนาจนอกเหนือจากอำนาจของประชาชนเข้ามาแทรกแซงได้ตลอด หากต้องการรัฐบาลพรรคเดียวที่เป็นความหวังของประเทศจะต้องเลือกพรรคประชาชนให้เด็ดขาด
 
รศ.ดร.อนุสรณ์ ยังกล่าวถึงส่วนของพื้นที่เขตทวีวัฒนา ตนเล็งว่าอยากให้มีการพัฒนาเรื่องการรักษาพยาบาล ให้คนในพื้นที่ไม่ต้องไปต่อคิวนาน ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา เทียบกับกรุงเทพฯ เขตอื่น สิ่งแวดล้อมถือว่าดีพอสมควร แต่ควรจะดีกว่านี้ ทำไมเราจะต้องมาสูดมลพิษ PM 2.5 ควรจะมีคุณภาพอากาศที่ดีกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดของชีวิต รวมถึงเรื่องการขนส่งคมนาคม เนื่องจากในบางพื้นที่เหมือนต่างจังหวัด ไม่สามารถเข้าถึงขนส่งระบบสาธารณะที่เพียงพอและราคาถูก การเดินทางลำบาก เรื่องน้ำประปาก็ต้องทำให้มีคุณภาพด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา หลังปม 'สุริยะ' ซื้อเครื่องบินต่อจาก 'เบน สมิธ'

รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมือง มองข้ามช็อตหลังการเลือกตั้งว่า เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

ผู้สมัครสส.พรรคส้ม แจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกโยงพัวพันบึ้มห้องน้ำคนพิการ!

นายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่าในโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ผมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปัตตานี หลังพบว่ามีบางเพจเผยแพร่ข้อความและภาพเพื่อใส่ร้าย ด้อยค่า แพร่มลทิน และเป็นเรื่องเท็จต่อผมและพรรคประชาชน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดห้องน้ำคนพิการที่ปั้มน้ำมัน ปตท. ครับ

'ธนาธร' ลั่นพรรคส้มชนะทางความคิดแล้ว 8 ก.พ. เลือกระหว่างความกลัวกับความหวัง

“ธนาธร” ย้อนเส้นทาง 8 ปี สร้างการเมืองใหม่จากอนาคตใหม่ถึงพรรคประชาชน ชี้ชนะทางความคิดแล้ว เหลืออีก 2 วัน ต้องตัดสินใจระหว่าง

'ชูวิทย์' ฟาดส้มจนวันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ฟันธง ปชน. ไม่ได้อันดับ 1

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โค้งสุดท้าย "กระแสหรือกระสุน" เหลืออีก 48 ชั่วโมงจะถึง "วันพิพากษา" นักการเมือง ว่าใครจะสอบตก ใครจะได้ก้าวเท้าเข้าสภา หรือใครจะล้มช้าง!