'จตุพร' ฟันธงเลือกตั้งวนลูปสับปลับ 'สงคราม-เงินเทา' ตัดสินชะตาบ้านเมือง

'จตุพร' ชี้เลือกตั้งแข่งกันสับปลับแล้วอ้างจำเป็นกอดคอตั้ง รบ. คาดพรรคใหญ่ปล่อยของซัดกันนัว ระบุ 3 ปัจจัยทั้งสงคราม เงินเทาสแกมเมอร์ และขุดดิจิทัลฟุตพริ้นท์ซ้ำเติมพูดแล้วลืมทำ ฟาดกันน่วม ชี้ ปชน.-พท.-ภท. กวาดเสียง แย่งชิงพรรคกลาง-เล็กตั้ง รบ.กลับกลอก

26 ธ.ค.2568- นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินการเลือกตั้ง 2569 ว่า พรรคการเมืองจะหาเสียงช่วงชิงความนิยมกันดุเดือดกับสงครามไทย-กัมพูชาและเครือข่ายเงินเทาสแกมเมอร์ พร้อมขุดดิจิทัลฟุตพริ้นท์มาซ้ำเติมพรรคตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว ไม่ทำตามสัญญาหาเสียงกับประชาชน

“การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองจะแข่งขันกันหนักไม่เอาพรรคเทาหรือพรรคที่พัวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์ แล้วจะลามไปถึงแต่ละพื้นที่แข่งขันกันดุเดือด ขุดดิจิทัลฟุตพริ้นท์มาทำลายความน่าเชื่อถือ เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทำทันที เป็นต้น ดังนั้นหลังเลือกตั้งแทบจะหาพรรคการเมืองจับมือกันตั้งรัฐบาลกันยากมาก”

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันหาเสียงของพรรคการเมืองได้วนกลับมายืนยันจุดยืนแต่เนินๆ เหมือนเมื่อเลือกตั้ง 2566 โดยแต่ละพรรคเริ่มประกาศไม่จับมือกับบางพรรค แต่หลังเลือกตั้งแล้ว อาจย้อนไปสู่การแสดงพฤติกรรมสวมกอดจับมือยินดีร่วมตั้งรัฐบาลด้วยกัน พร้อมๆ กับข้ออ้างบอกกล่าวความจำเป็นมากมายต่อประชาชน

กรณีพรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรมนั้น ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะนำพรรคให้เติบโตแล้ว จำเป็นต้องนำพรรคมาเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นจุดเด่นของประชาธิปัตย์ และเพื่อใช้เวลาสร้างความนิยมรอการเลือกตั้งครั้งถัดไป หากในสถานการณ์พรรคตกต่ำยังเลือกเดินบนทางเป็นรัฐบาลละเลยจุดยืนต่อต้านเครือข่ายเงินเทาแล้ว พรรคยิ่งจะตกต่ำไปอีก

ขณะที่พรรคประชาชนประกาศไม่จับมือกับกล้าธรรมก็เช่นกัน เพราะส่วนหนึ่งหวังตรึงเสียง กทม. ไม่ให้ประชาธิปัตย์เบียดแทรกแย่งชิงเสียงกลับไป และยังตอกย้ำจุดยืนวิจารณ์กล้าธรรมอย่างสาดเสียเทเสียมาตลอด

นอกจากนี้ พรรคประชาชนกับภูมิใจไทยที่ไม่จับมือร่วมตั้งรัฐบาล ด้วยภูมิใจไทยอ้างติดขัดปัญหาแก้ไข ม.112 ส่วนพรรคประชาชนเจ็บช้ำจากถูกภูมิใจไทยหักหลังการแก้ รธน. จึงประกาศจุดยืนเจ็บแล้วจำและจะไม่ให้ถูกหลอกซ้ำสอง

ส่วนพรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มจะถูกถล่มด้วยคลิปเสียงอังเคิลกับผลงานที่ผ่านมาและพฤติกรรมตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนกับเพื่อไทยจะแข่งขันกันดุเดือดและซัดกันรุนแรงด้วยอาวุธทุกชนิด แล้วที่สุดเสียงเลือกตั้งจะแบ่งออกเป็น 3 ก้อนเหมือนเดิม คือ ภูมิใจไทย ประชาชน และเพื่อไทย

นายจตุพร กล่าวว่า แม้พรรคการเมืองประกาศจุดยืนและให้คำมั่นสัญญา แล้วฉีก MOU และ MOA ยิ่งจะทำให้ไม่น่าเชื่อถือกันต่อไป แต่อย่าประมาทสายพันธุ์นักการเมืองไทย เพราะถึงที่สุดแล้วอะไรไม่คาดคิดไว้ ก็จะเกิดขึ้นมาอีก

สิ่งสำคัญ พรรคการเมืองต้องรู้ว่า แม้ประชาชนต้องการความชัดเจนในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งอาจจะได้เห็นข้ออ้างเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติมาเป็นเหตุผลกับประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ภาษาการเมืองลิ้นสองหรือสามแฉกแบบการพูดสับปลับ กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

ถึงที่สุดแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดมากในท่ามกลางอารมณ์ของสงคราม ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องลุ้นชะตาของตัวเองที่ศาลรับฟ้องยื้อเวลาพิจารณาฮั้ว สว. ส่วนนักการเมืองก็ลุ้นวันเลือกตั้งจะถูกขยายออกไปอีก 30 วันหรือไม่ เพราะจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคขนาดเล็กจะเหนื่อยและลำบากมากกับการหาเสียง

“ขณะนี้สถานการณ์ของบ้านเมืองละเอียดอ่อนมาก กกต. ถ้าจะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ควรตัดสินใจในเวลาที่คนตั้งหลักกันได้ ถ้า (พรรคการเมือง) เดินไปเต็มที่แล้วเป็นการเลือกตั้งเป็นโมฆะทุกอย่างก็สูญเปล่า พรรคการเมืองและประชาชนก็เสียประโยชน์

นอกจากนี้ กรณี 44 สส.พรรคประชาชนที่ ปปช. เลื่อนการพิจารณาข้อหาแก้ ม. 112 ออกไปนั้น จะไม่เกิดผลดีกับประชาชน ซึ่งไม่ควรเลื่อน แต่ต้องพิจารณาให้ชัดเจน ถ้าไม่รอดพรรคก็ได้เปลี่ยนคน หรือรอดจะได้ทุ่มหาเสียงให้เต็มที่ และจะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายได้สิ้นสงสัยกันไป

ส่วนสงครามไทย-กัมพูชานั้น นายจตุพร คาดว่าจะยืดเยื้อเพราะต้นเหตุมาจากการเจรจาหยุดยิงรอบแรกเมื่อ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น สงครามจะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ต้องพิจารณากันเป็นตอนๆ ไป ว่า จะจบก่อนเลือกตั้ง หรือสงครามจบหลังเลือกตั้ง แต่ประเมินว่า ก่อนสิ้นปี 2568 คงจบยาก

"ทุกสถานการณ์อะไรก็เกิดขึ้นมาได้ ทั้งสงครามระหว่างประเทศ สงครามข่าวสาร การปฏิบัติการไอโอสร้างความเชื่อให้คนของตัวเอง แล้วเสี้ยมทิมแทงอีกฝ่ายให้เสียหาย ดังนั้นการประเมินสถานการณ์ไว้สูงจะรับมือได้ง่ายกว่าการประเมินต่ำ” นายจตุพร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' ฟันธง! 'อนุทิน' ไม่เอาเพื่อไทยร่วมรัฐบาล

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสม

แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!

กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง

ดีลตั้งรัฐบาลขยับ ปิดงานสัปดาห์นี้ เปิดสภาฯนัดแรกไม่เกิน 13 มี.ค.

หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ มีการประเมินทางการเมืองว่า การเปิดประชุมสภาฯนัดแรก เพื่อเลือก”ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ-ประธานสภาผู้แทนราษฎร”จะเกิดขึ้น ภายในไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยมีการคาดกันว่า อาจจะเกิดขึ้นช่วงไม่เกิน 13 มีนาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น

'อภิสิทธิ์' นำทัพปชป. ปล่อยขบวนรถหาเสียงวันสุดท้าย ย้ำจุดยืน 'การเมืองสุจริต'

ประชาธิปัตย์เปิดฉากวันหาเสียงสุดท้าย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อารมณ์ดีออกสเต็ปหยอกสื่อ ก่อนปล่อยขบวนรถแห่ 3 เส้นทางทั่วกรุง ประกาศจุดยืนขอเป็นหลักประกั

อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้

'ศุภจี' ขอโอกาสทีมเศรษฐกิจภูมิใจไทย พาเรือประเทศไทยฝ่ามรสุมหาแหล่งน้ำใหม่

"ศุภจี" ขอโอกาสต่ออายุงานทีมเศรษฐกิจ ภูมิใจไทย พาเรือประเทศไทยฝ่ามรสุมไปหาแหล่งน้ำใหม่ ชี้ไทยโตต่ำ พึ่งสหรัฐ-จีนหนัก ถ้ายังบอกว่าส่งออกไม่มีปัญหา