โรมจับตา 72 ชม. หยุดยิงไทย-กัมพูชา ชี้รังสแกมเมอร์ก่อกวนไทยยังอยู่

“โรม” จับตา 72 ชม. หยุดยิงไทย-กัมพูชา ชี้ รบ. ต้องบริหารจัดการ เชื่อมือ “อนุทิน” ทำได้อยู่แล้วเหตุไม่ได้ดีเบตง-มีเวลาเยอะ แนะ สานสัมพันธ์เวียดนาม เปิดปฏิบัติการทะลายรังฝั่งบาเวต เตือน ประเทศที่ 3 ส่งอาวุธให้เขมร คิดให้ดีจะทำลาย หัวใจคนไทยทั้งประเทศ

28 ธ.ค. 2568  เมื่อเวลา 07.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายรังสิมันต์ โรม อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่มีกำหนดเวลาหยุดยิง 72 ชั่วโมง ว่า มีหลายอย่างที่ต้องเตรียมแผนหรือมองไปข้างหน้า 1. เรื่องการสะสมอาวุธยุทธโธปกรณ์ 2.เวทีต่างประเทศ กัมพูชามีการวางแผนมากน้อยแค่ไหน ตนเชื่อว่าหลายเหตุการณ์ต่อจากนี้กัมพูชาจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในฝั่งเขา ซึ่งไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน เอาไปใช้ในการกดดันประเทศไทยในเวทีต่างประเทศ เพราะเขารู้ว่าหากกดดันประเทศไทยผ่านทวิภาคี จะทำอะไรไม่ได้มาก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อม ในช่วง 72 ชั่วโมง สิ่งที่เราต้องคำนึงมี 2 อย่าง ส่วนแรกในเรื่องของสแกมเมอร์ หากไม่อยากให้กัมพูชากับไปสะสมอาวุธ เพื่อทำร้ายคนไทยหรือรุกล้ำอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย ว่าตนคิดว่าการทำลายเส้นทางหล่อเลี้ยงอาวุธสงครามของกัมพูชาเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และส่วนที่ 2 คือต้องมีการดำเนินการทางการทูตเชิงรุก เช่น ประเทศที่ 3 ที่จะส่งอาวุธมายังกัมพูชา ประเทศเหล่านั้นจำเป็นต้องรู้ว่าการทำแบบนี้เป็นการทำร้ายหัวใจคนไทย คิดว่าการต่างประเทศจำเป็นต้องเปิดปฏิบัติการเชิงรุก ประเทศต่างๆจำเป็นต้องรู้ว่าไม่ควรมีอาวุธในการรังแกรุกรานประเทศไทย

เมื่อถามว่า จะเป็นการเพลี้ยงพล้ำหรือไม่เพราะช่วงนี้เป็นช่วงการหาเสียงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการ ตนคิดว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็น่าจะมีเวลาเยอะเพราะไม่ได้ไปดีเบตอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องเวลาไม่ใช่สารัตถะ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีออนไลน์ที่สามารถประสานงานกับต่างประเทศได้

เมื่อถามว่าจากการติดตามมารังสแกมเมอร์ ชายแดนไทยกัมพูชา จะย้ายฐานไปที่ไหนหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนที่เราทุบทำลายไป ที่ฝั่งปอยเปตเหยื่อส่วนใหญ่เป็นอินโดนีเซีย เหยื่อชาวไทยมีบ้างแต่ไม่เยอะ ฝั่งที่สำคัญคือฝั่งบาเวต ซึ่งติดกับประเทศเวียดนาม ดังนั้นหากเราอยากทำลายรังสแกมเมอร์จริง ต้องเปิดปฏิบัติการสัมพันธ์ทางการทูตกับเวียดนาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยผนึกนานาชาติปราบแก๊งสแกมข้ามชาติ ปิดบัญชีมิจฉาชีพกว่า 1.5 แสนบัญชี

รัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ ร่วมมือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีจากหลายประเทศ สกัดเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติ จับผู้ต้องหาได้ 21

'ประเสริฐ' ขู่ฟ้องพวกวิจารณ์ปั่นกระแสการเมือง ปม ดีเอสไอ-ป.ป.ช. สอบ 2 กรณี

"ประเสริฐ" โร่แจงปม ดีเอสไอ สอบกรณี MOU กระทรวงดีอี กับ บ.สิงคโปร์ และ ป.ป.ช. สอบใช้งบบริหารจัดการน้ำ ชี้ทั้งสองเรื่องยังไม่เป็นคดี ยังไม่สรุปผลสอบสวน ขู่เตรียมฟ้องนักวิจารณ์มั่ว ปั่นกระแสสร้างประเด็นการเมืองทำเสียหาย

'วีระ' ร้องจเรตำรวจ สอบจนท.รัฐเก็บส่วยชายแดนสระแก้ว ของหนีภาษี แรงงานเถื่อน สแกมเมอร์

นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการ คปต. เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการเรียกรับส่วยและการทุจริต บริเวณชายแดน

ตำรวจเผยพิกัด 'เบน สมิธ' ขอออกหมายแดงจับตัวแล้ว

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียง