08 ม.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เมื่อ "ป.ป.ช." ถูกกล่าวหาว่าทุจริต... ใครจะเป็นคนตรวจสอบ?” มีเนื้อหาว่า หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อ กรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตทั่วประเทศ แล้วถ้า "กรรมการ ป.ป.ช." ถูกกล่าวหาว่าทุจริตหรือประพฤติมิชอบเสียเองล่ะ? จะมีใครมาตรวจสอบพวกเขาได้บ้าง?
วันนี้เราสรุป 2 ช่องทางหลัก ในการดำเนินคดีอาญาแก่กรรมการ ป.ป.ช. มาฝากครับ
1.ช่องทางที่ 1: "ช่องทางพิเศษตามรัฐธรรมนูญ" (เพื่อไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ)
นี่คือกลไกหลักที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงเช่นกรรมการ ป.ป.ช. โดยเฉพาะ
เริ่มที่ไหน: ยื่นคำร้องต่อ ประธานรัฐสภา
ใครยื่นได้บ้าง: สส. และ สว. (ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5) หรือ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20,000 คน เข้าชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา
กระบวนการ: ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (ซึ่งไม่ใช่กรรมการ ป.ป.ช.) มาทำหน้าที่ไต่สวนแทน หากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา คณะผู้ไต่สวนอิสระจะส่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีต่อศาล
ศาลที่ตัดสิน: ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
2.ช่องทางที่ 2: "ช่องทางสิทธิของผู้เสียหาย" (เพื่อไปศาลอาญาคดีทุจริตฯ)
กรณีที่ประชาชนคนธรรมดาได้รับความเสียหายโดยตรงจากการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของกรรมการ ป.ป.ช.
เริ่มที่ไหน: ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ใครยื่นได้บ้าง: ประชาชนที่เป็น "ผู้เสียหายโดยตรง" (เช่น ถูกกลั่นแกล้งแจ้งข้อหา หรือถูกเรียกรับเงิน)
กระบวนการ: ผู้เสียหายสามารถจ้างทนายฟ้องเอง หรือแจ้งความต่อตำรวจ (บก.ปปป.) เพื่อสอบสวนส่งอัยการ
หากฟ้องเอง ศาลจะทำการ "ไต่สวนมูลฟ้อง" เพื่อดูว่าคดีมีมูลหรือไม่
ศาลที่ตัดสิน: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
จุดเด่น: ประชาชนสามารถเริ่มคดีได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีการเข้าชื่อตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนดอแล้วยื่นต่อประธานรัฐสภาเหมือนช่องทางแรก
3.สรุปสั้นๆ
ถ้าเป็นการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ใช้ช่องทาง รัฐสภา > คณะผู้ไต่สวนอิสระ > ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ
ถ้าเป็นเรื่องที่ เราถูกกระทบโดยตรง/ถูกรังแก ใช้ช่องทาง ฟ้องเอง > ศาลอาญาคดีทุจริตฯ
กฎหมายไทยไม่ได้ปล่อยให้ใครมีอำนาจล้นฟ้าจนตรวจสอบไม่ได้ แม้แต่คนใน ป.ป.ช. เอง หากทำผิด ก็มีกระบวนการเอาผิดที่เข้มข้นรออยู่ครับ!
4.ส่วนข่าวพาดหัวเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ว่า ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” ยื่น ป.ป.ช. ค้านตีกลับสำนวนคดีสินบนทองคำให้ตำรวจ เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ยังไม่มีการหารือถึงคดีที่กรรมการ ป.ป.ช. คนหนึ่งรับสินบนทองคำหนัก 246 บาทเพื่อช่วยเหลือคดีที่บิ๊กโจ๊กถูกกล่าวหาว่ารับผลประโยชน์คดีพนันออนไลน์ไว้พิจารณา หรือส่งสำนวนกลับไปให้ สตช. เนื่องจากเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบก่อน
5.ผู้เขียนว่า คดีนี้มีกรรมการ ป.ป.ช. คนหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ (รับสินบนทองคำหนัก 246 บาท) คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไม่มีอำนาจไต่สวน และประธานศาลฎีกาจะตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระมาทำหน้าที่ไต่สวนแทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่คดีที่ดำเนินการทางรัฐสภาตามช่องทางที่ 1 เพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
จึงต้องไปใช้ช่องทางที่ 2 โดยดำเนินการเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาชี้คำสั่งศาลไม่หยุดวันนี้แค่ยกแรกต้องติดตามบทสรุปด้วยใจระทึก!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์ 'วิบากกรรมจริยธรรมจากอนาคตใหม่สู่ก้าวไกล'
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก
ส่งศาลฟัน44ส้ม เคาะพักโทษแม้ว
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกลชงแก้มาตรา 112
'ดร.ธารินี' โพสต์ถึง 'ชายคนนี้' กับคำว่า 'หน้าที่' ที่ไม่ทำ
ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเพจ ธารินี วรินทรากุล - Tharinee Warintrakul ถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อ
ป.ป.ช.จ่อเคาะ 44สส.แก้ม.112 ส่งศาลฎีกาฟัน
ป.ป.ช.ได้ฤกษ์ชงที่ประชุมใหญ่มีมติรับรองคำร้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกลแก้ ม.112
ป.ป.ช. ได้ฤกษ์! นัดถกรับรองคำร้องคดี '44 สส.ส้ม' ส่งศาลฎีกา
ความคืบหน้าในคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด 44 สส.

