จับสัญญาณ! พรรคใหญ่ฮั้วการเมือง ตั้งรัฐบาลล่วงหน้า

9 ม.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฮั้วการเมือง สัญญาณตั้งรัฐบาลล่วงหน้า?

ผมได้เฝ้าติดตามเวทีปราศรัยหาเสียงของ 3 พรรคการเมืองใหญ่ คือพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ซึ่งการเปิดเวทีปราศรัยของ 2 พรรค ในสนามกรุงเทพมหานคร คือพรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และพรรคภูมิใจไทยก็เปิดปราศรัยในกรุงเทพฯ ครั้งแรก ที่ย่านห้วยขวาง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเข้าร่วมการปราศรัยด้วย

ซึ่งการปราศรัยของทั้ง 2 พรรค เป็นที่น่าสังเกตคือ ไม่มีการปราศรัยพาดพิงโจมตีกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีประเด็นที่น่าจะพูดถึง และที่น่าจับตามอง ซึ่งทั้ง 2 พรรคต่างก็มีแผลซึ่งกันและกัน ไม่เห็นทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยพูดถึงการฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดงเลย ทั้งที่ตอนเป็นรัฐบาลได้เอาจริงเอาจัง ขึงขัง ต้องการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งกำลังคาราคาซังอยู่ในขณะนี้สังคมอยากรู้ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะเดินหน้าต่อ 2 คดีนี้อย่างไร

ในขณะเดียวกันการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้หยิบยกเรื่องกรณีคลิปหลุด คลิปอังเคิล การพูดคุยกันระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุนเซน จนเป็นที่มาของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้นางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่ง และจากกรณีคลิปหลุดนี้ ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีแถลงการณ์ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

จนถึงบัดนี้การเปิดเวทีปราศรัยหาเสียง ก็ไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเลย รวมไปถึงคดีที่ดินอัลไพน์ ที่พรรคภูมิใจไทยแสดงความเห็นที่จะเอาคืน หลังจากที่ถูกรัฐบาลของนางสาวแพทองธารคิดบัญชีกับคดีที่ดินเขากระโดง ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็จะเอาคืนคดีที่ดินอัลไพน์ ซึ่งเป็นมหากาพย์คารังคาราคาซังมายาวนาน 2 เรื่องนี้ทั้ง 2 พรรค ก็ไม่มีการพาดพิง ไม่มีการเปิดประเด็นในการปราศรัยเลย ทำให้สังคมสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับบรรยากาศการหาเสียงทางการเมืองของ 3 พรรคการเมืองใหญ่

ซึ่งพรรคประชาชนก็เป็นพรรคหนึ่งที่เป็นขั้วชิงจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเช่นเดียวกัน ทำให้คอการเมืองสังคมสงสัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้การหาเสียงโดยมิติใหม่ การเมืองใหม่ หรือมีการฮั้วทางการเมืองกัน ไม่กล้าแตะต้อง ไม่กล้าเปิดแผลซึ่งกันและกัน และสิ่งที่ทั้ง 3 พรรคหาเสียงกับประชาชนในประเด็นที่เหมือนกัน คือมรดกของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ โครงการคนละครึ่ง ซึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ที่พรรคภูมิใจไทยได้สานต่อนโยบายคนละครึ่งของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เป็นนโยบายคนละครึ่งพลัสและจะจ่ายให้งวดที่ 2 หรือเฟส 2 ทันที หลังจากเป็นรัฐบาลแล้ว

พรรคเพื่อไทยก็เช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้เหนียมอายไม่กล้าสานต่อโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ พยายามเลี่ยงบาลีไปผลักดันโครงการเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ออกนโยบายคนละครึ่งพลัสที่มากกว่าด้วยซ้ำ ไปคือรัฐบาลออกให้ 70% ประชาชนจ่าย 30% มิหนำซ้ำทางพรรคประชาชนก็เอากับเขาด้วย ประกาศนโยบายคนละครึ่งพลัส หวยใบเสร็จ SME

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการหาเสียงของพรรคใหญ่ 3 พรรค มุ่งเน้นประชานิยมและแข่งขันกันผลักดันเรื่องนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นมรดกนโยบายมาจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ การที่พรรคภูมิใจไทยจะสานต่อนโยบายนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพรรคภูมิใจไทยต้องการจะสวมรอย แสดงบทบาทแทน หรือสืบทอดเจตนารมย์อุดมการณ์ให้คนฝ่ายอนุรักษ์นิยมเข้าใจว่า นายอนุทินคือตัวแทนของพลเอกประยุทธ์

แต่ที่น่าแปลกใจคือทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน กลับมานิยมชมชอบนโยบายคนละครึ่งของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ด้วย อย่างนี้จะเข้าลักษณะ “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” หรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกา พิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดีข่มขืน

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) เปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเราที่มี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

จบเห่! พรรคส้ม ปรับหน้าเว็บไม่ต้องกรอก เลเซอร์ไอดี จนกว่าจะได้รับอนุญาต

เพจเฟซบุ๊ก Fact Check-พรรคประชาชน แจ้งว่า ได้มีการปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

'เรืองไกร' เตือน 'ช่อ' พูดมากระวังย้อนเข้าตัว ลุยเก็บข้อมูลฟันยุบพรรคส้ม เจ้าของบริษัทสื่อ 'สเปกเตอร์ ซี'

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วถ้าพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย

เลเซอร์ไอดี ความลับประชาชน และความคลุมเครือของพรรคส้ม

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องมีฐาน

'สติธร' แนะ ภูมิใจไทย จับงาน 'มั่นคง-เศรษฐกิจ' สร้างคลัสเตอร์กระทรวง ดึงทีมมืออาชีพร่วมขบวน

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อการจัดสรรงานในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญ

'ปวิน' ร่ายยาว IO จะมาจากฝั่ง 'กองทัพ' หรือ 'พรรคส้ม' คือการใช้บัญชีนิรนามข่มขู่-ปิดปากผู้เห็นต่าง

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์เฟซบุ๊กกรณีพรรคประชาชนถูกเปิดโปงทำปฏิบัติการไอโอ ว่า