
13 ม.ค. 2569 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ
ทำไม กกต. จึงควรใส่ใจเรื่องการจัดผังหน่วยเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ในอดีต เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา การเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษายน 2549 การจัดคูหาเลือกตั้งแบบแปลกๆ โดยกลับหันคูหาออกด้านนอก เคยเป็นประเด็นวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะด้วยเหตุ การใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนไม่เป็นโดยลับ
กกต.ชุดที่ 2 ที่จัดการเลือกตั้ง หลังจากพ้นตำแหน่ง ยังถูกคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดที่แต่งตั้งโดยกระทรวงการคลัง สอบสวนให้ชดใช้ค่าเสียหายจากเงินของรัฐที่สูญเปล่าจากการจัดเลือกตั้งที่เป็นโมฆะประมาณ 2,000 ล้านบาท
ผลการสอบสวนคือ ประมาทเลินเล่อแต่ไม่ร้ายแรง ไม่ต้องหาร 5 ร่วมกันชดใช้ 2,000 ล้าน เนื่องจากเจตนาดี ไม่ต้องการให้คนซุกโพยเข้าไปกาในคูหา จึงหันคูหาออกให้โปร่งใส แต่กลับกลายเป็นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
หันมาดูการออกแบบผังหน่วยเลือกตั้งและประชามติที่ กกต. เขียนไว้ในระเบียบของ กกต. เอง มีการตั้งหีบบัตร เรียงรายไปตามทางเดินของการลงบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติ
หีบบัตรไม่ได้ตั้งในตำแหน่งกลางของที่เลือกตั้ง ไม่ได้หันหน้าออกให้ประชาชนเห็นได้ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส
ผังที่ออกแบบยังมีผนังบอร์ดต่าง ๆ ที่กั้นทัศนวิสัยในการมองเห็นหีบบัตรจากภายนอก ไม่สามารถสังเกตได้ว่า มีการทำอะไรกับหีบในช่วงที่ปลอดประชาชนมาใช้สิทธิ
สุ่มเสี่ยงกับการถูกร้องหลังวันเลือกตั้งให้เป็นโมฆะด้วยเหตุการณ์เลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต
หลายคนวิเคราะห์ไกลถึงขนาดว่า แล้วแต่ผลการเลือกตั้ง แล้วแต่ผลประชามติ ถ้าฝ่ายหนึ่งชนะอาจไม่มีปัญหา แต่หากอีกฝ่ายชนะ ก็อาจมีการร้องให้เป็นโมฆะ
เกมแบบนี้ แก้ไม่ยาก ก็คือจัดการเลือกตั้งให้สุจริตก็จบ ซึ่งทำได้ดังนี้
1. หากเห็นว่า ผังแบบเดิม ทั้งไม่สะดวกต่อประชาชน ที่ต้องแสดงตน 2 รอบ รับบัตร 2 รอบ หย่อนบัตร 2 รอบ ก็เปลี่ยนผังใหม่ ให้แสดงตนรับบัตรทีเดียว 3 ใบ และตั้งหีบบัตร 3 ใบ ในตำแหน่งกลางหน่วย หันหน้าออกให้คนจากภายนอกมองเห็นหีบชัดเจน
2. กรณี ยังอยากจัดเป็นแบบเดิมที่ต้องแสดงตน 2 รอบ กา 2 ที หย่อนบัตร 2 รอบ ก็ย้ายหีบบัตรที่วางเรียงรายตามทางเดิน มาตั้งเรียงไว้ที่กลางหน่วยทั้ง 3 ใบ และหันหน้าออกให้คนภายนอกมองเห็นอย่างโปร่งใส
ชี้ให้เห็นปัญหาแล้ว แนะนำทางแก้แล้ว เชื่อไม่เชื่อนั้นแล้วแต่ท่าน
แต่หากผิด คนหาร 8,000 ล้าน คือ 7 คน + 1 เลขาธิการ ลูกน้องไม่เกี่ยวครับ
ไม่มีคำว่า ประมาทเลินเล่อแต่ไม่ร้ายแรงแล้ว เพราะที่ไม่ร้ายแรงคือไม่มีคนเตือน อันนี้ เตือนแล้วเตือนอีก หากผิด ต้องเรียกว่า ดื้อและประมาทเลินล่ออย่างร้ายแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีต กกต.' สอนวิธีรู้ทันโพล! ไม่ให้โดนหลอกช่วงเลือกตั้ง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "วิชาทำโพล 101" ตอนที่ 3 วิธีรู้ทันโพล โดยระบุว่า
'อดีต กกต.' โวยหน่วยเลือกตั้ง ออกแบบพิสดาร เสี่ยงโมฆะ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ต้องใช้ความพยายามและความสามารถมากเพียงใด จึงออกแบบหน่วยเลือกตั้งได้ไม่สะดวกและสุ่มเสี่ยงโมฆะได้เพียงนี้
แรง! อดีตกกต. เปิดสามก๊กฉบับชาติวิบัติ หลังจากแตกแยกจะกลับปึกแผ่นด้วยการผสมพันธุ์อีกครั้ง
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. โพสต์ข้อความเรื่อง สามก๊กฉบับชาติวิบัติ ภาค 3 (มีการปรับเปลี่ยนฝ่ายและชื่อตัวละครให้สอดคล้องสถานการณ์)
ศึกเลือกตั้งรอบใหม่ กับ 'สามก๊กฉบับชาติวิบัติ' ภาค 3
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สามก๊กฉบับชาติวิบัติ ภาค 3 (มีการปรับเปลี่ยนฝ่ายและชื่อตัวละครให้สอดคล้องสถานการณ์)

