
20 ม.ค.2569- เพจ ศิลปะปลดแอก – FreeArts เครือข่ายพรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า “ห้ามแตะหมวด 1, 2” จริงดิ?
ท่ามกลางวาทกรรมที่ถูกนำมาขู่ในช่วงโค้งสุดท้ายว่า “ห้ามแตะหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์)” เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและกระทบความมั่นคงของรัฐนั้น แท้จริงแล้วดูเหมือนจะเป็นเพียงคำลวงที่ใช้เพื่อกดทับไม่ให้เกิดรัฐธรรมนูญของประชาชน เพราะหากกางรัฐธรรมนูญฉบับปี 40, 50 และ 60 เทียบกันดู จะเห็นข้อเท็จจริงว่า ทั้ง “หมวด 1 และ 2” ล้วนเคยถูกแก้ไขมาแล้วทั้งสิ้น ตามความต้องการของผู้มีอำนาจในแต่ละยุค
หมวด 1 “บททั่วไป” ไม่เคยเหมือนเดิม: จากธรรมเนียมปฏิบัติ สู่อำนาจศาล มาตรา 7 ในหมวดที่ 1 ของรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 การผ่าทางตันของประเทศอิงกับ “ประเพณีการปกครองฯ” ซึ่งมักถูกตีความไปที่บทบาทของนายกฯ หรือสถาบันฯ แต่พอมาถึง รัฐธรรมนูญ 60 มันถูกย้ายไปที่ มาตรา 5 และดึงอำนาจนั้นมาใส่ในมือ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีอำนาจวินิจฉัยร่วมกับองค์กรอิสระ นี่คือการโอนฐานอำนาจจากฝ่ายบริหารไปสู่ฝ่ายตุลาการภิวัตน์อย่างชัดเจน
หมวด 2 “พระมหากษัตริย์” ถูกแก้ไส้ใน “หลัง” การทำประชามติ: รู้หรือไม่ว่า “ร่างที่ผ่านการเห็นชอบ” ในปี 59 กับ “ฉบับที่ประกาศใช้จริง” หรือก็คือรัฐธรรมนูญ 60 นั้น เป็นคนละเวอร์ชันกัน เพราะหลังจากประชามติผ่านไปแล้ว มีการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็นการเฉพาะใน หมวด 2 (รวดเดียวถึง 5 มาตรา ทั้ง 12, 15, 16, 17 และ 19) อาทิ มาตรา 16 เรื่องการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากเดิมในร่างประชามติ (และฉบับปี 40/50) เขียนล็อกไว้ว่า “ต้องแต่งตั้ง” (เมื่อกษัตริย์ไม่อยู่) แต่ถูกแก้อย่างไม่เป็นสาธารณะก่อนประกาศใช้จริงเป็น “จะแต่งตั้งหรือไม่ก็ได้” ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอำนาจของประธานองคมนตรีที่ไม่ต้องขึ้นมารักษาการโดยอัตโนมัติ
หรือจริง ๆ แล้ว กระแสการต่อต้านการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ คือการจะบอกว่า รัฐธรรมนูญ “แก้ได้ถ้าเป็นพวกเขา” แต่ “ห้ามแก้ถ้าเป็นประชาชน” เพราะประวัติศาสตร์ก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าว่า หมวด 1 และ 2 ไม่ใช่พื้นที่ต้องห้าม แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกหยิบฉวยไปแก้ไขเพื่อปรับดุลอำนาจของชนชั้นนำมาโดยตลอด แม้กระทั่งต้องแก้หลังจากประชาชนลงคะแนนไปแล้วก็ทำกันมาแล้ว แล้วเหตุใดในวันนี้ เมื่ออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญจะกลับคืนมาสู่มือประชาชน เราถึงถูกขีดเส้นห้ามไม่ให้แตะต้อง?
อย่าติดกับวาทกรรมลวงโลก แล้วออกไปยืนยันสิทธิของประชาชน วันที่ 8 กุมภานี้ รวมพลังกันกา “เห็นชอบ” เพื่อรื้อมรดกบาปเหล่านั้น ให้กลับมาเป็นกติกาที่เราเขียนเองทุกหมวดทุกมาตราอย่างแท้จริง!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
'ไอติม' เล่นใหญ่! ปลุก 21 ล้านเสียง ชน 'ระบอบสีน้ำเงิน'
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สั
'ภราดร' ไม่ฟันธงไทม์ไลน์แก้รธน. บอกต้องรอดูวาระ1อภิปรายอย่างไร แย้มคุย 'ชูศักดิ์' พร้อมเติมเสียง พท. ยื่นร่างได้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบชัดไม่ได้ ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 อภิปรายอย่างไร บอก ยังมีอีกหลายขั้นตอน เผย คุย ชูศักดิ์ แล้ว พร้อมเติมเสียงให้ พท.ยื่นร่างได้
'89 สว.' แถลงประณาม 'เท้ง' เลวร้ายที่สุด กล่าวหา 'ระบอบสีน้ำเงิน' ขีดเส้น 3 วัน ขอโทษ
'89 สว.' แถลงประณาม 'ณัฐพงษ์' กล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร ชี้พฤติกรรมเลวร้ายที่สุด จี้ขอโทษ ให้เวลา 3 วัน ยันสภาสูงไม่เคยอยู่ภายใต้อาณัติพรรคใด ย้อนถาม ปชน. มีเจตนาแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
'ไอติม' ใจป้ำ! แบ่งสส.พรรคส้มลงชื่อหนุนร่างแก้ไขรธน.ของ เพื่อไทย
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึง ก

