ศาลแขวงดุสิตสั่งจำคุก 1 เดือน "พิชิต-นัสเซอร์" 2 แกนนำ คปท. ไม่รอลงอาญา คดีชุมนุมปี 67 เรียกร้องให้ส่งตัวทักษิณกลับเข้าเรือนจำ ศาลให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ คนละ 1 หมื่น
4 กุมภาพันธ์ 2569 - ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ387/2568 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนัสเซอร์ หยีหมะ หัวหน้ารักษาความปลอดภัย เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จำเลยที่ 1 และนายพิชิต ไชยมงคล หรือตั้ม แกนนำ คปท. จำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดต่อ พรบ.การชุมนุมสาธารณะ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิชิต และนายนัสเซอร์ แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ชุมนุมขับไล่นายทักษิณ ชินวัตร ให้กลับเข้าเรือนจำ เนื่องจากเห็นว่าอาการป่วยไม่ถึงขั้นวิกฤติ และการพักรักษาตัวนอกเรือนจำ เป็นการบังคับโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้แจ้งการชุมนุมและจำเลยทั้งสองเชิญชวนหรือนัดให้ผู้อื่นมาร่วมการชุมนุมสาธารณะ จำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย แต่ปล่อยปละละเลยให้กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งวางเต็นท์เพิงพักลงบนพื้นผิวการจราจร 2 ช่องทาง บนถนนพิษณุโลก และผู้ชุมนุมนำรถโดยสารขนาดใหญ่มาจอดปิดช่องเดินรถทั้งหมดอีก 2 ช่องทางที่เหลือ และนำกรวยมาวางกีดกั้นบนทางสาธารณะเป็นเหตุให้ผู้ใช้ทางขับรถเฉี่ยวชนรถยนต์โดยสารดังกล่าว เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะตามกฎหมายมีหนังสือแจ้งประกาศของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะให้แก้ไขการชุมนุมสาธารณะ 4 ฉบับ แต่จำเลยทั้งสองกับพวกเพิกเฉย ขอให้ลงโทษตาม พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 15 (4), 31
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 แจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ระหว่างการชุมนุมกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งวางเต็นท์เพิงพักลงบนพื้นผิวการจราจร 2 ช่องทาง ของถนนพิษณุโลก และในเวลากลางคืนกลุ่มผู้ชุมนุมนำรถโดยสารขนาดใหญ่มาจอดปิดช่องเดินรถดังกล่าวอีก 2 ช่องทางที่เหลือ และนำกรวยมาวางกีดกั้นบนทางสาธารณะ และมีรถขับมาชนกับรถโดยสารที่กลุ่มผู้ชุมนุมจอดปิดกั้น
เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะมีหนังสือแจ้งประกาศให้แก้ไขการชุมนุมสาธารณะรวม 4 ฉบับ แต่จำเลยทั้งสองไม่แก้ไข
ต่อมาศาลแพ่งมีคำสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมสาธารณะภายใน 7 วัน ผู้ชุมนุมจึงเคลื่อนย้ายออกจากที่ชุมนุม
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ พยานฝ่ายโจทก์และจำเลยทั้งสองเบิกความรับกันว่าผู้ชุมนุมตั้งเต็นท์ ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ติดตั้งโซล่าเซลล์ ทำป้ายรถเมล์ชั่วคราว จอดรถในช่องเดินรถที่ 3 และที่ 4 เล่นดนตรี จอดรถส่งอาหารบริเวณประตูเข้า-ออกมหาวิทยาลัย ตั้งเวทีปราศรัย
โดยโจทก์มีประชาชนบริเวณดังกล่าวมาเบิกความเป็นพยานถึงผลกระทบของการชุมนุม
จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ทำนองว่า การจัดการชุมนุมสาธารณะโดยใช้พื้นที่ตามฟ้องเป็นเหตุสมควรแล้ว และไม่สามารถจัดการชุมนุมบริเวณอื่น
เห็นว่า จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งจากเจ้าพนักงานให้แก้ไขการชุมนุมแล้ว แต่ไม่แก้ไข และแม้ประชาชนยังสามารถสัญจรไปมาบนท้องถนนในเวลากลางวันและกลางคืนตรงพื้นที่การชุมนุมได้บ้าง
แต่พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกันว่า การชุมนุมของผู้ชุมนุมทำให้การจราจรติดขัดสะสม ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน
พยานโจทก์ปากผู้ชุมนุมยังเบิกความตรงกันว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ขับชนรถซึ่งผู้ชุมนุมนำมาจอดขวางถนน และอาจารย์มหาวิทยาลัย พยานโจทก์เบิกความว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุมที่ถนนถูกปิด นักศึกษาต้องเดินเท้าเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้เข้าเรียนสายและในบางรายไม่สามารถเข้าเรียนได้ โดยมีนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบกว่า 700 คน ลงลายมือชื่อไว้ในสำเนารายชื่อนักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อน และการที่ผู้ชุมนุมย้ายป้ายรถเมล์ชั่วคราวไปตั้งอยู่ใกล้ทางโค้งเป็นจุดอันตราย อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้ชุมนุมยังนำรถมาจอดรถขวางประตูทางเข้า-ออกมหาวิทยาลัยเพื่อเอาของขึ้นลง รถไม่สามารถเข้า-ออกประตูมหาวิทยาลัยได้
เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นในการตรา พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่มุ่งหมายให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิและเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะโดยทั่วไปตามสามัญสำนึกของวิญญูชนเป็นเกณฑ์แล้ว การที่จำเลยทั้งสองจัดให้มีการชุมนุม แต่กลับปล่อยปละละเลยการชุมนุมจนกระทั่งผู้ชุมนุมนำเต็นท์พักแรมตั้งบนพื้นผิวจราจรซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นศูนย์รวมสถานที่สำคัญ อาทิ ทำเนียบรัฐบาล มหาวิทยาลัย และโรงเรียน ซึ่งมีประชาชนจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ความจากทางนำสืบของคู่ความทั้งสองว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถของกลุ่มกองทัพธรรมที่เข้าร่วมการชุมนุมซึ่งนำมาจอดขวางถนนไว้ ย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อนมากกว่าปกติในการใช้ชีวิตตามปกติสุขของประชาชนโดยทั่วไป และเป็นการคำนึงถึงสิทธิขั้น พื้นฐานของตนเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมที่จะได้รับ
ซึ่งหากพิจารณาถึงสภาพท้องถนนก่อนที่จะมีการชุมนุมแล้ว หากไม่มีการวางเต็นท์หรือจอดรถขวางกั้นบนช่องเดินรถ รถก็ควรจะสามารถแล่นไปตามช่องเดินรถของถนนได้ตามทางตรงปกติ
ดังนั้น การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็น ผู้จัดการชุมนุมที่มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามประกาศคำสั่งเจ้าพนักงานในการดูแลและแก้ไขการชุมนุมสาธารณะ จึงเป็นการกระทำโดยฝ่า ฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการดูแลการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชน
ส่วนที่จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ว่า ไม่สามารถไปจัดการชุมนุมบริเวณอื่น และศาลแพ่งเคยยกคำร้องกรณีมีคำสั่งให้เลิกการชุมนุมถึง 4 ครั้ง และให้เลิกการชุมนุม ในครั้งที่ 5 ก็มิใช่เหตุผลอันสมควรที่จำเลยทั้งสองจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานในการดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยปราศจากอาวุธและไม่ให้ขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะโดยกระทำโดยการฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานตามกฎหมายตาม พรบ.การ ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 15(4) ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 15(4) ประกอบมาตรา 31 วรรคหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน และเมื่อพิจารณาจากประวัติและสภาพความผิดที่จำเลยทั้งสองได้เคยกระทำในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง ตามรายงานของกองทะเบียนประวัติอาชญากรจึงเห็นสมควรไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง
ต่อมาทนายความของจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราว
ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองมีประกันตัวไประหว่างอุธรณ์คดีโดยตีราคาประกันคนละ 10,000 บาทโดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
เตือนอิสราเอลเคารพกม.ไทย
"สนธิ-คปท." นำมวลชนบุกสถานทูตอิสราเอล เรียกร้อง 4 ข้อ คุมพลเมืองเคารพกฎหมายไทย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
'สนธิ-คปท.' บุกสถานทูตอิสราเอล ยื่น 4 ข้อ จี้คุมพลเมือง-เปิดตรวจที่ดิน 'ชาบัด'
“สนธิ-คปท.-มวลชน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงทูตอิสราเอล เรียกร้อง 4 ข้อ คุมพลเมืองเคารพกฎหมายไทย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด เปิดทางตรวจสอบการถือครองที่ดิน
คปท. จี้ประธานรัฐสภา เร่งส่งศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวน ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล, นายนัสเซอร์ ยีหมะ และนายสอและ กูมุดา เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางรัฐธรรมนูญ กรณีสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันลงชื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
'ตั้ม พิชิต' ข้องใจบทบาท 'รอมฎอน' ถามลั่น เป็น สส. รัฐไหนกันแน่?
“ตั้ม พิชิต” แกนนำคปท. อัด “รอมฎอน” ปมท่าทีต่อเหตุรุนแรงชายแดนใต้ เลือกตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่รัฐม
จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง 'ทักษิณ' ขยับ กดทับ 'อนุทิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่า

