นายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ แถลงยึดบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ 20 ล้านมวน

"นายกฯ อนุทิน" ลงพื้นที่หาดใหญ่ แถลงผลปฏิบัติการ "สิงห์ตะปบเหยื่อ" ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ภาคใต้ ยึดของกลางกว่า 20 ล้านมวน มูลค่าค่าปรับทะลุ 1,000 ล้านบาท

5 กุมภาพันธ์ 2569 - เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงผลปฏิบัติการ "สิงห์ตะปบเหยื่อ" จากการตรวจยึดบุหรี่ล็อตใหญ่กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และสื่อมวลชน เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนมาในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามและแถลงผลปฏิบัติการ "สิงห์ตะปบเหยื่อ" ซึ่งเป็นการตรวจค้นจับกุมการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ (มวน) กลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายค้าบุหรี่เถื่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเพื่อมาให้กำลังใจชื่นชมการทำงานของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ตลอดจนทุกส่วนราชการในพื้นที่ที่ได้บูรณาการสรรพกำลัง ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล "ปราบปรามผู้กระทำผิดและของผิดกฎหมายเหล่านี้" ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้ให้ความสำคัญและเน้นย้ำมาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

"บุหรี่เถื่อนที่ยึดได้ในวันนี้ มีจำนวนกว่า 2,000 ลัง คิดเป็น 20,000,000 มวน (ยี่สิบล้านมวน) และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 14 ราย จากการประเมินมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า รัฐต้องสูญเสียรายได้ไปมากกว่า 67 ล้านบาท และค่าปรับทางภาษีมากกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงได้ยึดรถที่ใช้ในการกระทำ ความผิด จำนวน 11 คัน และที่สำคัญคือ ของกลางเหล่านี้ถูกบรรจุหีบห่อพร้อมส่งไปยังปลายทางเป็นอย่างดี ถ้าหากหลุดไปจะทำให้ขบวนการค้าของเถื่อนกระจายไปทั่วประเทศและทำลายสุขภาพของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก“ นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่อผู้กระทำผิด และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง สถานีตำรวจภูธรคลองหอยโข่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และจะได้ทำทำการสอบสวน ขยายผลต่อไปว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการทำผิดในครั้งนี้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อจับกุมให้หมดทั้งขบวนการ อันเป็นการตอกย้ำให้สังคมตลอดจนผู้มีอิทธิพลได้รับรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลที่กำลังจะพ้นหน้าที่ไป แต่ว่าเราก็พร้อมปฎิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศไทยและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างสุดกำลังความสามารถ โดยไม่มีการการลดหย่อนหรือยืดหยุ่นใด ๆ กับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายทั้งสิ้น

"ตนขอใช้การแถลงข่าวในวันนี้ ประกาศไปยังผู้ที่คิดจะทำสิ่งผิดกฏหมายบ้านเมืองทุกคนว่า จงได้หยุดความคิด และการกระทำที่ผิดเหล่านั้นเสียเพราะมันไม่คุ้มกับสิ่งที่ท่านจะได้รับผลทางกฎหมายที่เราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านอย่าเกรงกลัวอิทธิพลมืดของผู้กระทำความผิด ขอให้ทุกท่านได้ยึดถือกฎหมายที่ท่านปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะการจับกุมของเราทุกครั้ง คือการทำลายเครือข่ายอาชญากรรมให้ลดน้อยลง เราจะต้องช่วยกันสร้างความมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน เพื่อ"บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ขจัดภัยอันตรายจากอาชญากรเหล่านี้ให้หมดสิ้น และมุ่งมั่นเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดินสืบไป

สำหรับปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามขบวนการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เกิดขึ้นหลังจากประชาชนร้องเรียนปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่อย่างหนักจนเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย โดยผลสำรวจพบว่าบุหรี่ที่หมุนเวียนในสงขลากว่า 90.1% เป็นบุหรี่เถื่อน ส่งผลให้ท้องถิ่นต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีไปมากกว่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจำหน่ายทั้งในรูปแบบขายปลีกและขายส่งครอบคลุมพื้นที่สงขลาและจังหวัดข้างเคียง

โดยผลจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ากลุ่มผู้ค้ามีการปรับเปลี่ยนพฤติการณ์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อย่างซับซ้อน โดยเปิดหน้าร้านอำพรางเป็นตู้น้ำแต่ซุกซ่อนสินค้าไว้ในโกดังลับ และเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกตู้ทึบเป็นจุดพักสินค้าเคลื่อนที่แทนการเก็บในอาคารเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายตามสถานการณ์ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการขยายฐานลูกค้าไปทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และระบบขนส่งเอกชน โดยกลุ่มขบวนการมักอาศัยช่วงเวลากลางคืนในการลักลอบขนถ่ายสินค้า และวางขายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายในช่วงกลางวัน จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมในครั้งนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง'อนุทิน'ต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง อนุทินต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ เตือนหากคิดแบก โดนคดีอาญา-ผิดจริยธรรม เชื่ออดีตเลขาฯปธ.กสทช.ชิงลาออกด่วน เพราะได้สัญญาณพิเศษ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'อนุทิน' เดินงานโอทอปศิลปาชีพ บอกจะพยายามสานต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม

รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ

“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ

'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

นายกฯ ขออภัย! แจงเหตุ อส. ปะทะผู้ชุมนุมพีมูฟ รมต.ติดภารกิจ ทำไม่เข้าใจกัน ยันพร้อมคุยหาทางออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 6 ส.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายบุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำชับเพื่อไม่ให้เกิดการบานปลายอย่างไรหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.