ชำแหละ '3 พรรคดัง' นิยมซื้อเสียง ห่วงภาคใต้แข่งจ่ายเดือด

6 ก.พ. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 3 พรรคเน้นซื้อเสียง 2 พรรคแข่งซื้อในภาคใต้

ตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 วันแล้ว ที่จะถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายจริงๆ ของการแข่งขันในการหาเสียงของพรรคการเมือง และหลายพรรคก็ได้เปิดปราศรัยปิดท้ายการหาเสียงไปแล้ว ยังเหลือช่วงสุดท้ายหรือโค้งสุดท้ายนี้ จะมีพรรคการเมืองบางพรรคเพิ่มกระสุนดินดำ หรือเรียกกันว่าระดมสรรพกำลัง เพื่อใช้เงินซื้อเสียงกัน ซึ่งมีกระแสข่าวออกมาว่า มีอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองดัง ติดต่อกลุ่มทุนสีเทา เพื่อระดมทุนอัดฉีดผู้สมัคร สส. เพื่อสนับสนุนการซื้อเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือตอนล่าง ทำให้คอการเมือง นักวิจารณ์การเมือง ต่างก็วิเคราะห์สถานการณ์กันว่า อดีตนายกรัฐมนตรีคนนั้นเป็นใคร และกลุ่มทุนสีเทาที่สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนพรรคการเมืองใด

ถ้าจะพูดถึงพรรคการเมืองที่มีความพร้อมทั้งกระสุนดินดำ สรรพกำลังทั้งหมด ที่ต้องการใช้วิธีการหาเสียง หรือเอาชนะคู่ต่อสู้โดยการซื้อเสียง มีดังต่อไปนี้

1.จะมี 3 พรรคการเมือง ที่มีความพร้อมในสรรพกำลัง หรือกระสุนดินดำ หรือเงินทุน จะใช้เงินทุนซื้อเสียงกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทั้ง 3 พรรคการเมืองนี้ มีขอบข่ายการซื้อเสียงทั่วไปในทุกภูมิภาค

2.สำหรับพื้นที่ภาคใต้ จะมีเพียง 2 พรรคการเมืองเท่านั้น ที่สนับสนุนให้ผู้สมัครซื้อเสียงกัน ส่วนอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่มีฐานเสียงในภาคใต้ จึงไม่สนับสนุนผู้สมัครของพรรคซื้อเสียง จะมุ่งเน้นสนับสนุนให้ซื้อเสียง น่าจะมีเพียงเขตเลือกตั้งเดียว หวังที่จะลบล้างคำสบประมาทว่า ไม่มี สส. ในภาคใต้เลย ครั้งนี้จะได้มี สส. สักคนหนึ่ง เพื่อลบคำสบประมาท

3.จะเน้นซื้อเสียงในพื้นที่มีอดีต สส. เข้าสังกัด หรือผู้สมัครที่เป็นอดีต สส. ลงสมัครในครั้งนี้ ที่ดูด สส.เก่า เข้าพรรค จะระดมสรรพกำลัง และจะมีการเลี่ยงการแข่งขันในการซื้อเสียง จะใช้วิธีการถ้อยทีถ้อยอาศัย ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีอดีต สส. หรือเป็นพื้นที่ใหม่ ทั้ง 2 พรรค จะปล่อยอิสระให้ผู้สมัครของแต่ละพรรค ใช้ความสามารถซื้อเสียงแข่งขันกันเอง โดยการสนับสนุนเงินทุนจากพรรค

4.พรรคการเมืองที่ประกาศไม่ซื้อเสียง ซึ่งมีอยู่หลายพรรค แต่อาจจะมีผู้สมัครของพรรคเหล่านั้นแอบซื้อเสียง โดยต้นสังกัดไม่สนับสนุน แต่ผู้สมัครเหล่านั้นมีศักยภาพ มีความพร้อมเพียงพอช่วยตัวเองได้ อาจจะใช้เงินทุนของตัวเอง หรือเงินทุนที่ตัวเองหาได้ หรือมีคอนเนกชันหาเงินมาซื้อเสียงได้

จึงสรุปได้ว่า การซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการซื้อเสียงกันทุกภูมิภาค และมีพรรคการเมืองที่ปรากฏว่า นิยมการซื้อเสียง มีอยู่ 3 พรรค แต่พื้นที่ภาคใต้มีการซื้อเสียงกันดุเดือดมากที่สุด และเป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรคการเมืองซื้อเสียงอย่างน้อย 2 พรรค ที่สมัครใจกันลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อใช้วิธีการซื้อเสียง และเชื่อว่าถ้า กกต. ปล่อยประละเลย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เช่นนี้ การซื้อเสียงในภาคใต้ที่มีประชาชนส่วนหนึ่ง กำลังเสพติดการขายเสียง ก็จะประสบความสำเร็จ ประกอบกับการใช้เงื่อนไขกลไกอำนาจรัฐ เข้ามากำกับดูแล การซื้อเสียงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ปัจจัยชี้ขาดในการเลือกตั้ง สส. ภาคใต้ จะมองข้ามการซื้อเสียง หรือกระสุนดินดำไปไม่ได้เด็ดขาด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. ผุดอีเวนต์สัมมนาใหญ่ ถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ 25-27 มี.ค. ที่เชียงราย

กกต.ลุยถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ สัมมนาใหญ่ 25-27 มี.ค.นี้ ที่เชียงราย แบ่ง 5 กลุ่มย่อย สรุปข้อผิดพลาด บกพร่อง เตรียมรับมือการเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมทำCSR เติมบุญวัดห้วยปลากั้ง

ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี

คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้

'แสวง' ยืนยันเลือกตั้งเป็นความลับ ชี้เรื่องดี ศาลรธน. รับวินิจฉัย

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงคดีบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิว