ผบ.ตร. สั่งจับตา 'กลุ่มเสี่ยง' ปลุกระดมมวลชนก่อเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง เตรียมจัดกำลังชุด คฝ. รับมือ

"บิ๊กราญ" ประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบการเลือกตั้ง พบปัญหาร้องเรียน 17 เขต วาง 3 มาตรการปฏิบัติ 1.ด้านการข่าว 2.ประสานการปฏิบัติ กกต. 3.เตรียมกำลังควบคุมฝูงชนระงับเหตุหากพบพื้นที่เสี่ยง

10 กุมภาพันธ์ 2569 - พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศลต.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ

ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่ามีประเด็นปัญหาข้อร้องเรียน 17 เขตเลือกตั้ง ใน 15 จังหวัด โดยมีปัญหา อาทิ พบใบนับคะแนนอยู่ในถังขยะ, การปิดกั้นผู้สังเกตการณ์, ใช้ถุงดำคลุมกล้อง CCTV, ความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน, รายงานผลล่าช้า, บัตรเสียสูงผิดปกติ, บัตรเขย่ง, บัตรเสียหาย เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีการยื่นคำร้อง ดำเนินการแก้ไข และดำเนินคดีแล้ว ยังเหลือบางจุดที่กำลังดำเนินการโดยทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ด้วย ผบ.ตร.มีความห่วงใยในผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแนวทางของ กกต. จึงกำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ทุกพื้นที่ ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติใน 3 ด้านหลัก ดังนี้

1. ด้านการข่าว ให้ชุดปฏิบัติการข่าวติดตามปฏิกิริยาของกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจมีการระดมมวลชนเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย พร้อมติดตามและสกัดกั้นข่าวลือ (Fake News) ในสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจสร้างความเข้าใจผิด หรือมุ่งเน้นการปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมให้ประสานข้อมูลกับสันติบาลจังหวัดเพื่ออัปเดตบัญชี “กลุ่มเสี่ยง” (Watchlist) และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์รายวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง เน้นการแลกเปลี่ยนข่าวสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวกับ กกต. อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายมวลชนข้ามเขตพื้นที่ หรือการขนส่งอาวุธ/สิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในช่วงรอยต่อหลังการเลือกตั้ง

2. การประสานการปฏิบัติกับ กกต. ให้พนักงานสอบสวนประสานกับ กกต. จังหวัด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคําร้องคัดค้าน หากมีการร้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากตํารวจ ให้ดําเนินการส่งมอบโดยเร็วที่สุด และจัดชุดปฏิบัติการเข้าคุ้มครองความปลอดภัยพยานทันทีที่ได้รับการร้องขอ พร้อมให้เฝ้าระวังสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งและเอกสารสําคัญ ณ ที่ว่าการอําเภอ หรือสํานักงาน กกต. จังหวัด อย่างเข้มงวด จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ

3. การเตรียมความพร้อมกำลังพลควบคุมฝูงชน ให้ผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชนให้ตรวจสอบกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน วางกำลัง กำชับยุทธวิธีการปฏิบัติ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อระงับเหตุเบื้องต้นในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญ ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ประเมินระดับสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับระดับการดำเนินการให้เหมาะสมและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! เด็ก 4 คน เล่นน้ำคลายร้อน จมดับต่อหน้าเพื่อน 1 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร รับแจ้งเหตุ มีคนจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย ที่ลำห้วยสาธารณประโยชน์ พื้นที่บ้านดอนกลาง ต.ค้อเหนือ

กกต. จัดอีเวนต์ถอดบทเรียนเลือกตั้ง ย้ำบาร์โค้ดบนบัตร ลับตามเจตนารมณ์ รธน.โดยแท้

กกต. ย้ำบัตรเลือกตั้ง “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” ยึดตาม รธน. การใช้สิทธิยังเป็นความลับไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน การตรวจสอบเป็นเรื่องของกระบวนการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ 'โสภณรัชต์' ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษ ติดยศ 'พล.ต.อ.' ก่อนเกษียณ

ก.ตร. ไฟเขียวแต่งตั้งตำรวจนายพลสีกากี วาระเดือนเมษายน 60 ตำแหน่ง ดัน "โสภณรัชต์-สมประสงค์" ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษ ติดยศ พล.ต.อ. ก่อนเกษียณ

นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน

"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่

สตช. ย้ำสิ้นสุดมาตรการ 'เตือนก่อนปรับ' 31 มี.ค.นี้ ก่อนบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด

สตช.ย้ำสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน “เตือนก่อนปรับ” 31 มีนาคมนี้ ก่อนดีเดย์จับปรับจริงตามกฎหมายจราจรทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน