'ดร.สุวินัย' ชำแหละ 'ส้ม' สู้แบบเอาศีรษะชนกำแพงด้วยตรรกะของเด็กเอาแต่ใจ!

11 ก.พ.2569 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนและอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในรูปบทความเรื่อง “พรรคส้มและด้อมส้มสู้แบบเอาศีรษะชนกำแพง : เมื่อพวกเขากำลังสู้กับระบบและกติกา ด้วยตรรกะของเด็กเอาแต่ใจ” มีเนื้อหาว่า ตลอดซีรีส์ “ชำแหละพรรคส้ม” 10 กว่าตอน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง (ลิงค์บทความอยู่ในคอมเมนท์) ผมพยายามอธิบายสิ่งหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำอีก มิใช่ด้วยความเกลียดชัง แต่เพื่อชี้ให้เห็น ความผิดพลาดเชิงโครงสร้างของวิธีคิดของพรรคส้ม ความผิดพลาดนั้นสรุปได้ในประโยคเดียวคือ พรรคส้มและด้อมส้ม กำลัง “สู้กับระบบและกติกา” ด้วยตรรกะของเด็กที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และนั่นคือเหตุผลที่ ยิ่งสู้ ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งปลุกระดม ก็ยิ่งติดกับ และยิ่งเชื่อว่าตัวเอง “ถูก” ก็ยิ่งไม่มีวันชนะโลกจริงได้

พรรคส้มไม่ได้สู้กับศัตรู แต่สู้กับ “ความจริงของระบบ” ถ้าอ่านซีรีส์นี้ทั้งหมดอย่างใจเป็นกลาง จะเห็นชัดว่า
สิ่งที่พรรคส้มสู้มาตลอด ไม่ใช่พรรคอื่น ไม่ใช่บุคคล และไม่ใช่ชนชั้นใดเป็นพิเศษ แต่คือ โครงสร้างรัฐที่มีข้อจำกัดจริง ระบบราชการที่ไม่ตอบสนองต่อศีลธรรม กติกาทางการเมืองที่ไม่ให้รางวัลกับความรู้สึก โลกภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่สนใจว่าใครคิดว่าตัวเองดีแค่ไหน ปัญหาคือ พรรคส้มไม่เคย “ยอมรับ” สิ่งเหล่านี้เป็นจุดตั้งต้น แต่เลือกจะ "โกรธใส่ระบบ" แล้วคาดหวังว่าโลกจะเปลี่ยน เพราะตนเอง "รู้สึกถูก"

ตรรกะของเด็กเอาแต่ใจ คืออะไร? ตรรกะนี้ไม่ได้หมายถึง “อายุ” แต่หมายถึง ระดับวุฒิภาวะของการคิด
ลักษณะสำคัญของตรรกะแบบนี้มี 4 ข้อ 1.ถ้าฉันตั้งใจดี ระบบต้องเปิดทางให้ฉัน 2.ถ้าฉันแพ้ แสดงว่ากติกาไม่ยุติธรรม 3.ถ้าคนอื่นไม่เห็นด้วย แปลว่าเขาโง่หรือชั่ว 4.ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิด ความผิดต้องเป็นของโครงสร้าง นี่คือกรอบคิดเดียวกับเด็กที่วิ่งชนกำแพง แล้วโกรธกำแพง แทนที่จะถามว่า “กำแพงมันอยู่ตรงนั้นเพราะอะไร”

นี่คือเหตุผลที่พรรคส้ม “พูดเก่ง แต่ไปไม่ถึงไหน” ตลอดซีรีส์ "ชำแหละพรรคส้ม" ผมชี้ให้เห็นซ้ำ ๆ ว่า พรรคส้มเก่งมากใน 3 เรื่อง 1.การรื้อความหมาย 2. การตั้งคำถามเชิงศีลธรรม 3.การทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองอยู่ฝ่ายถูก
แต่พรรคส้มอ่อนมากใน 3 เรื่องที่สำคัญกว่าคือ 1. การจัดการต้นทุนของการตัดสินใจ 2. การแบกรับผลลัพธ์ที่ไม่สวยงาม 3. การเลือกความเสียหายน้อยกว่าในโลกจริง เมื่อถึงจุดที่ต้อง “เปื้อนมือ” โดยการเข้ามาบริหารประเทศจริง ๆ พรรคส้มจะถอยทุกครั้ง (มีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน) แล้วเรียกการถอยนั้นว่า “หลักการ” ซึ่งในโลกของรัฐ เรา เรียกว่า "การไม่รู้จักโต" ต่างหาก

ด้อมส้ม คือกระจกสะท้อนวุฒิภาวะของพรรคส้ม ฐานมวลชนของพรรคส้ม ไม่ใช่ปัญหาในเชิงจำนวน แต่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างจิต ด้อมส้มจำนวนมาก ไม่ได้ถามว่า นโยบายนี้ทำได้จริงหรือไม่? ประเทศจะรับต้นทุนไหวหรือเปล่า? ถ้าล้มเหลว ใครจะรับผิดชอบ? แต่ถามเพียงว่า ใครพูดถูกใจฉัน ใครยืนอยู่ฝั่งศีลธรรม ใครทำให้ฉันรู้สึกเหนือกว่าอีกฝ่าย นี่คือเหตุผลที่ พรรคส้มต้องรักษา "ความบริสุทธิ์ทางวาทกรรม" ไว้ตลอดเวลา เพราะทันทีที่พรรคส้มต้องลงมือทำจริง ๆ โดยเข้าไปบริหารประเทศจริง ๆ มนต์สะกดของพรรคส้มจะสลายทันที

การปลุกม็อบ การปฏิเสธผลเลือกตั้ง และการร้องความยุติธรรมซ้ำ ๆ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่พลัง แต่คือ อาการ
อาการของการไม่สามารถยอมรับว่าโลกไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความรู้สึกของเรา เด็กที่แพ้เกม จะคว่ำกระดาน ผู้ใหญ่ที่แพ้เกม จะลุกขึ้นมาเรียนรู้กติกาใหม่ ซีรีส์ “ชำแหละพรรคส้ม” ทั้งหมด พยายามชี้ให้เห็นว่า พรรคส้มเลือกทางแรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บทสรุป : ทำไมผมถึงบอกว่า นี่คือ “เอาศีรษะชนกำแพง” กำแพงไม่เคยโกรธใคร กำแพงไม่เคยเลือกข้าง กำแพงไม่เคยสนใจว่าใครคิดว่าตัวเองดีแค่ไหน กำแพงมีอยู่ เพราะมันถูกสร้างมาแบบนั้น การเมืองก็เช่นเดียวกัน ตราบใดที่พรรคส้มและด้อมส้ม ยังสู้กับระบบ ด้วยความรู้สึก ด้วยศีลธรรม และด้วยการปฏิเสธผลลัพธ์ การต่อสู้นั้นจะไม่มีวันเป็นการต่อรองกับความจริง แต่เป็นเพียงการทำร้ายตัวเองซ้ำ โลกไม่ได้พังเพราะคนคิดฝัน แต่โลกไม่เคยเปลี่ยน เพราะคนที่ไม่ยอมโตพอจะรับผลของความฝันนั้น และนี่คือหัวใจทั้งหมดของซีรีส์ “ชำแหละพรรคส้ม” ไม่ใช่เรื่องว่าใครดีหรือเลว แต่คือคำถามง่าย ๆ ว่า พวกคุณกำลังสู้กับโลก หรือกำลังสู้กับความจริงที่ไม่เข้าข้างพวกคุณกันแน่

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แพ้เลือกตั้ง-งูเห่าสีส้ม พรรคประชาชนขาลงกลางพายุคดี 44 สส.

หากมองสถานการณ์ของพรรคประชาชนในเวลานี้แบบไม่อ้อม ต้องยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงขาลง และเป็นขาลงที่เกิดจากปัจจัยต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์จุดเดียว

นักวิชาการยกคำ 'ธนาธร' ตั้งคำถามพรรคส้ม หลังเคยลั่น พรรคอันดับ 2 ไม่ควรชิงนายกฯหากแพ้ ถึง 30 เสียง

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนตัดสินใ

'ดร.โอฬาร' ชี้ เกมเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคประชาชน กระทบเครดิตพรรค หลังเคยลั่นไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนเสน

อัษฎางค์ สะท้อนโหวตเลือกปธ.สภาฯ 'พรรคส้ม' โฮมอโลน 'ขั้วที่สาม' รักษาอำนาจต่อรองไว้ใช้จังหวะคุ้มค่า

เอ็ดดี้ชี้ผลการโหวตเลือกประธานสภาในวันนี้สะท้อนโครงสร้างเชิงอำนาจในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างคมชัด

ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!

งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย

'พรรคส้ม' อ้างถูกแฮ็กฐานข้อมูลสมาชิก แต่ไม่ไปแจ้งตำรวจ สงสัยกุเรื่องกลบเกลื่อนความผิด

สืบเนื่องจาก พรรคประชาชน ทำข้อมูลสมาชิกพรรคกว่า 8 หมื่นรายหลุดสู่สาธารณะ โดยโพสต์ข้อความแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต