เทพไทฟันปรี้ยง! ปิดประตูตายน้ำเงินผสมฟ้า

12 ก.พ.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปิดประตูตาย น้ำเงินผสมฟ้า” ระบุว่า ผมได้เห็นกระแสข่าวจากสื่อหลายสำนัก อ้างถึงแหล่งข่าวระดับสูงในพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับว่าที่ สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปิดช่องทางการเข้าร่วมรัฐบาล แต่ได้ตั้งเงื่อนไข 3 ข้อคือ 1.ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม 2.ต้องไม่สนับสนุนกลุ่มทุนเทา 3.ต้องไม่มีนักการเมืองที่สร้างความแตกแยก

ถ้าหากพิจารณาจากเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมรัฐบาล 3 ข้อนี้ เพียงข้อ 1 เพียงข้อเดียว ก็ปิดช่องทางที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลได้เลย ส่วนข้อ 2 กับข้อ 3 มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลชุดใหม่ คงจะไม่สนับสนุนกลุ่มทุนสีเทา และไม่เอาคนที่สร้างความแตกแยกเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนเงื่อนไขข้อ 1 ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรมนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม มีสัญญาใจ มีความผูกพันกันทางการเมืองอย่างที่เรียกกันว่า ไม่สามารถทอดทิ้งกันได้

ซึ่งจะขอยกตัวอย่างให้เห็นว่า ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคพรรคกล้าธรรม ความสัมพันธ์กันอย่างไร คือ

1.นายอนุทินต้องตอบแทนบุญคุณให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะเป็นคนแรกที่พลิกขั้วให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นเมื่อผู้กองธรรมนัสประกาศตัวสนับสนุนนายอนุทินแล้ว ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และเป็นโอกาสทำให้พรรคประชาชน ยกมือสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี จุดเริ่มต้นของการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทินเกิดขึ้นจากผู้กองธรรมนัสเป็นคนแรก จึงเป็นเรื่องที่ต้องตอบแทนบุญคุณกัน

2.มีสัญญาใจกันตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ๆ มีเวทีดีเบตของสื่อสำนักหนึ่ง และมีการถามนายอภิสิทธิ์ว่า จะไม่จับมือกับใครเป็นรัฐบาลบ้าง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ตอบว่า จะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม จนมีการแชร์กันเป็นไวรัล และผู้กองธรรมนัสได้ปรับทุกข์กับนายอนุทินว่า ถูกพรรคการเมืองต่างๆเท ไม่ยอมจับมือด้วย จนนายอนุทินบอกว่า ก็มาอยู่ด้วยกัน

3.เป็นพันธมิตรทางการเมืองอย่างเหนียวแน่น ซึ่งเปรียบเสมือนพรรคพี่พรรคน้อง หรือตีคู่ทางการเมืองเหมือนกับปาท่องโก๋ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผู้สมัคร สส.ที่มีพื้นที่ทับซ้อน และมีปัญหาเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าหากไม่สามารถคัดลงเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทยได้ ก็จะถ่ายโอนไปให้พรรคกล้าธรรม

4.ทั้ง 2 พรรค คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม มีแบคอัพทางการเมืองที่เข้มแข็งเหมือนกัน และเป็นกลุ่มอำนาจเดียวกัน ที่สนับสนุน 2 พรรคนี้ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถที่จะแยกหรือสลัดพรรคกล้าธรรมทิ้งได้

แม้ว่าจะมีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการที่จะรักษาภาพลักษณ์ โดยตัดพรรคกล้าธรรม ออกจากการร่วมรัฐบาล และจะดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลนั้น เป็นความฝัน เป็นความต้องการของกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ที่ได้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จึงมีความฝันว่า อยากให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาจับมือกันเป็นรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม มีความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น

ส่วนเงื่อนไขที่นายอภิสิทธิ์ประกาศว่า ไม่เอาพรรคกล้าธรรม จะเป็นเดดล็อก(deadlock) ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กเลย! ผลเลือกตั้ง สก. 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ

ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จำนวน 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ 94.99 % หรือผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,165,627 เสียง มีดังนี้

'หัวหน้าปชป.' ขอบคุณชาวกทม. ลั่นทุกคะแนนไม่สูญเปล่า รับรู้เป็นรองพลิกสถานการณ์ไม่ง่าย

อภิสิทธิ์ โพสต์ขอบคุณผู้สนับสนุนพรรคที่ยังเชื่อมั่นในพวกเรา ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยทำงานมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่าๆ

'มาร์ค' ลุ้นได้ 'ส.ก.' ตามเป้า ตรวจสอบการทำงานผู้ว่าฯกทม. 'อนุชา' ยอมรับความพ่ายแพ้

พรรคประชาธิปัตย์แถลงยอมรับความพ่ายแพ้เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. 'อนุชา' ขอบคุณทุกคะแนนเสียง 'อภิสิทธิ์' ลุ้นได้ ส.ก.ตามเป้า

'อภิสิทธิ์' ผิดหวังรัฐบาลโอนงบแค่หมื่นล้านจากเป้าแสนล้าน ไม่ช่วยแก้วิกฤต ซัดใช้เงินกู้หวังผลทางการเมือง

"อภิสิทธิ์" ร่ายยาว พ.ร.บ.โอนงบ แม้สนับสนุนแต่ผิดหวังอย่างยิ่ง ซัดรัฐบาลไม่พร้อมบริหาร สงสัยโอนงบหวังผลการเมืองในอนาคตหรือไม่ ชี้จากเงินแสนล้านสุดท้ายเหลือหมื่นล้าน บอกห่วง “เอกนิติ” ที่การเมืองส่งของไปอยู่บนบ่าหลายอย่าง แต่ห่วงประเทศมากกว่า

'กรณ์' จวกออก พ.ร.บ.โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของ!

'กรณ์' ซัดรัฐบาล ออก พ.ร.บ. โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของมากกว่าบริหารการคลัง ชี้เหมือนเป็ดง่อยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ทำเพราะแก้เขิน-แก้ต่าง ว่ารัฐใช้ทุกเครื่องมือแก้ปัญหาประเทศ