
'ทนายอั๋น' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาลรัฐธรรมนูญ ล้มเลือกตั้ง 69 เหตุ บัตรลงคะแนนมี 'บาร์โค้ด' ทำให้ไม่เป็นความลับ พ่วง ล้มการเลือกสว. หลังพบมีมีลักษณะเดียวกัน ขีดเส้นใน 15 วัน ก่อนลุยด้วยตัวเอง ประกาศกร้าว 'จะล้มเลือกตั้งให้จงได้' พร้อมเผย มีคนส่งเอกสาร เลขาฯ กกต.ส่อฮั้ว จัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัว
13 ก.พ. 2569-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้ายื่นหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดินประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ประเด็นประเด็นแรกคือ กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และ พ.ร.ป. สส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะเท่านั้น ทั้งนี้ ตนก็ดีใจที่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ประเด็นที่ 2 คือจำนวนบัตรไม่เท่ากันโดย พบว่า บัตรเลือกตั้งสส. แบบบัญชีรายชื่อมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งส.สแบบแบ่งเขต ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนกลับไปก็จะพบว่า บัตรเลือกสว.ก็ มีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน
"แบบนี้จะเอายังไงครับพี่แหวง เอายังไงสว. อลงกต วรกี เพราะมีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน แสดงว่าการเลือกตั้งก็ไม่เป็นความลับ แต่อย่ามาบอกว่าขนาดการฮั้วยังไม่ผิด ไอ้แค่นี้จะมาผิด ก็ดูสิครับ ก็ฝากพรรคเพื่อไทยรวมถึงตัวผมเองที่จะไปยื่นในคราวเดียวกันเลยว่าการเลือกตั้งสวให้เป็นโมฆะเช่นเดียวกัน"นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลนิรนาม ส่งหนังสือร้องเรียนมาถึงตน ว่า กกต.โดยนายแสวง บุญมี เป็นคนออกกฎระเบียบทุกอย่างเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารแนะนำตัวสส. เกี่ยวกับการจัดพิมพ์เอกสารลงประชามติ เขาบอกว่าส่อว่า จะเป็นการฮั้วประมูล หมายความว่าล็อคเป้าเอาไว้แล้วว่าจะให้ใครเป็นคนจัดพิมพ์ ซึ่งมีเอกสารทุกอย่าง พอพูดถึงตรงนี้ตนก็สงสัยว่าข้าวแกงที่ประชาชนเลี้ยงนั้นไม่อิ่มท้องหรือ มีเงินเดือนเป็นแสน มีรถประจำตำแหน่ง มีคนขับให้นั่ง ถ้าไม่พอใช้ก็ใช้ประหยัดๆ บาทเดียวก็เอา สลึงเดียวก็เอา ดังนั้นนี่จึงเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นัดแรกคือได้ส่วนต่าง เอาคนของตัวเองไปทำหรือไม่ ส่วนที่ 2 อยากพิมพ์เท่าไหร่ก็ได้ ควบคุมได้หมด ประเทศไทยมาถึงจุดนี้แล้ว ดังนั้นถึงวันนี้การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยการเป็นโมฆะ
"เรื่องบาร์โค้ด ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนกา ผมพูดถึง สส. สมมุติ ทหารหน่วย 1 ประกอบด้วยข้าราชการทหาร พลทหาร และครอบครัวของทหาร ถ้าคนพวกนี้ ไปเลือกคนต่างชาติ ก็อาจจะโดนหรืออาจจะจำเอาไว้ให้ดี หลังจากการเลือกตั้งบรรดาพรรคการเมืองบางพรรค อาจจะแจกโค้ดรหัสให้เข้าถึง Server ของกกต.แล้วไปดูว่าหัวคะแนนบ้านไหนเจาะแต่ละหลังอาจจะเล่นกันอย่างนั้นเลยก็ได้ ซวยแล้วทีนี้" นายภัทรพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงเอกสารของผู้ร้องที่ส่งมาเกี่ยวกับเรื่องของการจัดเอกสาร นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นหนังสือเอกสารแนะนำตัว เอกสาร มีกว่า 9 ฉบับ ระบุหมดว่าเขียนว่าอย่างไร นายแสวงตอบกลับไปว่าอย่างไร เป็นไปได้อย่างไรในขณะที่งบประมาณของกกต.ยังไม่ออก มีหรือไม่คนที่ใจดีเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่โรงพิมพ์ของตัวเองหรือพรรคพวกของตัวเอง หรือมีการคุยกันก่อน ล่วงหน้า มีซัมติง (Something) กันหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้เห็นว่าไม่ถูกระเบียบที่ให้มีการจัดพิมพ์ก่อน โดยที่งบยังไม่ออก ที่สำคัญคือไม่มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
"ผมประกาศว่า อย่างไรเสียการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ ประกาศเล่นรายจังหวัดเลย เอากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน หมู่บ้านแก๊ง 4 โฟว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกอบต. บรรดาส. อบต อสม. พวกนี้ ไล่มาจนถึงนายอำเภอจะต้องติดคุก ส่วนในส่วนกลางผมจะรวบรวมคนไทยทั้งหลาย ร่วมลงรายชื่อ ซึ่งผมจะจัดการฟ้องเองเลย กกต.ทั้ง 7 บวกกับพี่แหวง"นายภัทรพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ ก่อนหน้านี้ทางกกตได้ทาบทามนายอำเภอให้มาเป็นประธานกกต.เขต นายภัทรพงศ์ กล่าว ตนได้ยินข่าวทำนองว่ามีการให้นายอำเภอ สั่งการฝ่ายปกครองทำคะแนนคู่ขนาน แต่ถ้าถามว่าตนรู้สึกอย่างไรก็ต้องบอกว่าแค่นี้ยังชิบหายไม่พอหรือ
เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงมีการแทรกแซงหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า แทรกแซง แล้วเราจะมีกกต.ไปทำไม ทั้งนี้ตนขอประกาศเนื่องจากมีการพูดว่าเราไม่ยอมรับกติกา หรือแพ้แล้วพาล หรือ เพราะตนไม่อยากไปวิ่งแก้ผ้าอย่างนั้นหรือ ก็ขอตอบว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เรารับไม่ได้ คล้ายกับคนเล่นไพ่ซ่อนไพ่ แล้วเอาไพ่ที่ซ่อนนั้นโขกเข้าไปในกอง บ้าหรือเปล่า แพ้แล้วไม่อยากจ่าย เราแค่รับไม่ได้กับกติกาแบบนี้
เมื่อถามต่อว่าเรื่องบาร์โค้ดนั้นทางกกต.ชี้แจงว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยและติดตามว่าเป็นบัตรของหน่วยไหน นายภัทรพงศ์ กล่าว ถามคำเดียว ใครเป็นคนการู้หรือไม่ ถ้าไม่รู้ก็จบตนไม่ติดใจ แต่ถ้ารู้ก็ต้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะง่ายๆ เลย
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาตนก็น้อยใจเนื่องจากกะว่าจะมาฟังการแถลงข่าวพร้อมตั้งคำถาม แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันไม่ให้เข้า ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่อยากวอนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำตัวให้มันกลางๆ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่ใช่จะรับใช้แต่องค์กรอิสระแบบไม่หูลืมหูลืมตา ทำนองว่าเอาขาลงเรือลำเดียวกันแล้วแบบนั้นไม่ถูกต้อง ฝากไปถึงผบ.ตร.ด้วย
เมื่อถามถึงกรณีร้องศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญเนื่องจากเราไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าตนไปยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง ก็ต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาสูงสภาล่าง แบบนี้ตนจะถูกมองว่ารับงานฝ่ายการเมืองมาเพื่อให้ตีตก หลังจากที่ตนไปยื่นเรื่องไม่สำเร็จไม่มีใครมาอีก ดังนั้นเข้าตามตรอกออกตามประตู ตนก็จะไปช่องทางปกติ
"ภายใน 15 วัน ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการ ผมถึงจะไปยื่นโดยตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าประเด็นนี้ศาลต้องรับ และผมจะต้องได้เบิกความ อธิบายขยายความด้วยตัวเองได้แน่นอน สำหรับคดีนี้ และผมจะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้จงได้" นายภัทรพงศ์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตฝ่ายสืบสวนกกต.' ไขปริศนา บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับจริงหรือ?
นายคมสัน โพธิ์คง อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวินิจฉัย ๑ ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ยุค กกต.ชุดแรก เผยแพร่บทความเรื่อง บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับจริงหรือ ? มีเนื้อหาดังนี้
'ผู้พันปุ่น' ข้องใจ 'บาร์โค้ด' ถ้าตรวจสอบย้อนหลังถึงต้นขั้วว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน งานช้างเข้าเต็มๆ
น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
ไปอีกคดี! มติเอกฉันท์ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง สว.สำรอง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'สว.สำรอง' ฟ้อง 92 ส.ว. ปมยื่น ป.ป.ช.–ศาล รธน. ตรวจสอบ 'ทวี–ภูมิธรรม' ชี้ผู้ร้องไม่ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง ไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 213
'จตุพร' ฟาด กกต.หอคอยงาช้าง ไม่ลงพื้นที่สางปัญหาชลบุรี จี้ 'นับใหม่' ทำให้สิ้นสงสัย
'จตุพร' ฟาด กกต.หอคอยงาช้าง ไม่ลงพื้นที่สางปัญหาชลบุรี จนกระหึ่มเสียงโกง สกปรกขยายลาม จี้ 'นับใหม่' ทำให้สิ้นสงสัย แนะ ภท.จับมือ กธ.ตั้ง รบ.ให้มั่น อย่าหวั่นไหวข่าวเสี้ยม ติงผลักมิตรเป็นศัตรูจบเห่ทันที
เอาแล้ว! เรืองไกรร้องศาลปกครองเพิกถอนทำประชามติเหตุคำถามไม่ตรงคำวินิจฉัยศาล
เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ

