19 ก.พ.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ส่องกล้องคดีประวัติศาสตร์: Barcode บนบัตรเลือกตั้ง... ความโปร่งใส หรือ อวสานความลับ?”
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนเก้าอี้ สส. ทั้งสภา! เมื่อมีการตั้งคำถามว่า Barcode และ QR Code ที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น "ล้ำเส้น" รัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่?
เรามาถอดรหัสความซับซ้อนนี้ผ่านมุมมองกฎหมายและเทคโนโลยีกันครับ
มาตรา 96: กกต. "ทำเครื่องหมาย" ผิดกฎหมายหรือไม่?
ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ห้าม "ผู้ใด" ทำเครื่องหมายบนบัตรเพื่อเป็นที่สังเกต
มุมกฎหมาย: มาตรานี้มุ่งป้องกันการทุจริตจาก "ตัวบุคคล" (เช่น ผู้ซื้อ-ขายเสียง) ที่พยายามทำสัญลักษณ์ยืนยันการลงคะแนน
คำวินิจฉัยที่เป็นไปได้: ศาลมักมองว่า Barcode ที่พิมพ์มาจากโรงพิมพ์คือ "รูปแบบมาตรฐานของบัตร" (Standard Form) ไม่ใช่การทำเครื่องหมายเพิ่มเติมภายหลัง กกต. จึงมักจะ "รอด" ในประเด็นนี้ครับ
ความลับของการลงคะแนน (Ballot Secrecy): หัวใจที่สั่นคลอน
แม้จะไม่ผิดเรื่องการทำเครื่องหมาย แต่โจทย์ใหญ่คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 83 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้อง "เป็นความลับ"
"ความลับ" ในยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่การปิดม่านในคูหา แต่คือการที่ไม่มีใคร (รวมถึงรัฐ) สามารถเชื่อมโยงคะแนนเสียงกลับไปหาตัวบุคคลได้ในภายหลัง
หากผู้เชี่ยวชาญ IT พิสูจน์ได้ว่ารหัสบนบัตรเป็นแบบ Unique (หนึ่งรหัสต่อหนึ่งคน) และสามารถ Traceback (ตรวจสอบย้อนกลับ) ไปถึงชื่อ-นามสกุลผู้เลือกตั้งได้... งานนี้มีหนาวแน่นอน!
หลักความได้สัดส่วน: จะ "สั่งโมฆะ" หรือ "ไปต่อ"?
นี่คือจุดที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้ดุลพินิจอย่างหนักระหว่าง:
1.หลักความศักดิ์สิทธิ์: ถ้าที่มาไม่ชอบ (ไม่ลับ) การเลือกตั้งย่อมเสียไปทั้งหมด
2. หลักความคุ้มค่า: งบประมาณมหาศาลและเสถียรภาพของประเทศ
บทเรียนจากต่างประเทศ:
เยอรมนี: เคยสั่งแบนเครื่องลงคะแนนไฮเทคเพราะประชาชน "ตรวจสอบด้วยตาเปล่าไม่ได้" เน้นความเชื่อมั่นเหนือความสะดวก แต่ไม่ได้สั่งโมฆะทันทีหากความผิดนั้นไม่กระทบผลคะแนนอย่างมีนัยสำคัญ
ฟิลิปปินส์: ยอมรับ Barcode เป็นระบบความปลอดภัย ตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่า "แยกขาด" จากข้อมูลบุคคล
ผ่าแผนซักค้าน: 3 คำถามเด็ดชี้ชะตาเลือกตั้ง '69
หากต้องสู้กันในชั้นศาล นี่คือประเด็นที่ "ผู้เชี่ยวชาญ IT" ต้องตอบให้ชัด:
1.Static หรือ Dynamic? : รหัสนี้เหมือนกันทั้งเขต หรือต่างกันทุกใบ?
2. The Master Link : ใน Server ของ กกต. มีตารางที่เชื่อมรหัสบนบัตรเข้ากับ "เลขบัตรประชาชน" หรือไม่?
3. Encryption Key : ใครถือรหัสถอดรหัส? และมี Log การเข้าถึงที่โปร่งใสหรือไม่?
บทสรุป: บรรทัดฐานใหม่ของการเมืองไทย
หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าความลับรั่วไหลจริง "ความเสียหาย" อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงิน 6 พันล้านที่ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ แต่คือ "ความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย"
ย้อนกลับไปในคำวินิจฉัยที่ 9/2549 ศาลเคยวินิจฉัยในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ว่า
(1) กำหนดวันเลือกตั้งที่กระชั้นชิดเกินไป ห่างจากวันยุบสภาเพียง 37 วัน, จำนวนบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนรวมกันแล้วมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของบัตรดี, ผู้สมัครคนเดียวมีถึง 281 เขตเลือกตั้ง โดยมาจากพรรคการเมืองเดียว และผู้สมัครจำนวนมากได้คะแนนเสียงไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ไม่เที่ยงธรรม ไม่ได้ผู้แทนปวงชนอย่างแท้จริง อันนําไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และ
(2) การจัดคูหาเลือกตั้งที่หันหน้าเข้าคูหาลงคะแนนและหันหลังให้คณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และบุคคลภายนอกที่มาสังเกตการณ์การเลือกตั้งหน้าหน่วย อยู่ในวิสัยที่สามารถมองเห็นการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ เป็นการละเมิดหลักการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยลับ จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ กกต. ประกาศรับรองผลทั้งหมดต้องเสียไปด้วย และมีผลเป็นการเพิกถอนการเลือกตั้ง
เมื่อกําหนดเวลาที่จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. อันเนื่องจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร ได้ล่วงพ้น 60 วันไปแล้ว และเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไป มีความเที่ยงธรรมและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกําหนดวันเลือกตั้ง สส. ดําเนินการให้มีพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมกําหนดวันเลือกตั้ง สส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ภายใน 60 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับต่อไป
ครั้งนี้... ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาฟันธง! คำขอนิรโทษกรรมของทักษิณไม่อยู่ในขอบเขตได้รับสิทธิ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสถอดรหัสคดีโกงสอบท้องถิ่น ภาค 2
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'ศุภชัย' จี้ 'โรม–รักชนก–ภคมน' สอบปมความโปร่งใสการใช้เงิน 230 ล้านของ Thai PBS
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีรายงา
‘วัส’ ชี้ปรากฏการณ์รัฐประหารโดยพลเรือน ทำประชาธิปไตยอ่อนแอ
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า จาก "เขากระโดง" ถึง "บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง": เจาะลึกสภาวะ State Capture และปรากฏการณ์ "รัฐประหารโดยพลเรือน" ในสังคมไทย
ที่แท้บันเทิงธิปไตย! 'โรม' ใช้ตีกิน 'กองทัพ-กอ.รมน.' มา 8 ปี
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "บันเทิงธิปไตย“ นี่คือกลยุทธที่เรียกกองทัพ และ กอ.รมน. ไป "หลอกรับประทาน" มา 8 ปี ของนายรังสิมันต์ โรม ใช่หรือไม่?

