'ธิษะณา' พูดชัดๆ เหตุผลวิพากษ์พรรคส้ม ไม่ใช่เพื่อทำลาย ยืนยันมาตรฐานการเมืองต้องสูงกว่านี้

19 กุมภาพันธ์ 2569 - น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอพูดให้ชัดอีกครั้ง การที่ดิฉันออกมาวิพากษ์พรรค ไม่ใช่เพราะ “ไม่ได้ไปต่อ” ถ้าเป็นเรื่องตำแหน่ง ดิฉันสามารถออกมาพูดก่อนเลือกตั้งได้ แต่ดิฉันไม่ทำ และได้พูดไปแล้วด้วยว่า “เคารพในการตัดสินใจของพรรค” แต่ทราบว่าไม่ได้ไปต่อ เพราะไม่ต้องการให้กระทบคะแนนเสียง ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งภายในกลายเป็นภาระของพรรคในสนามเลือกตั้ง

ดิฉันเลือกเงียบในช่วงเลือกตั้ง เพราะแยกออกระหว่างความเห็นต่างภายในกับความรับผิดชอบต่อประชาชน การออกมาพูดหลังผลเลือกตั้งชัดเจนแล้วถือว่าให้เกียรติพรรคมากที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันโกรธจริง ๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล และไม่ใช่ความผิดหวังส่วนตัว แม้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเลือกจะยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเชิงพื้นที่หรือเชิงบริหารในระดับที่พิสูจน์ความพร้อมระยะยาว

การเป็นอนุกรรมาธิการระยะสั้นไม่กี่เดือน ไม่มีสถานะข้าราชการ ไม่มีอำนาจบริหารเชิงนโยบาย ไม่มีความรับผิดชอบเชิงระบบต่อประชาชน ไม่อาจเรียกว่า “ประสบการณ์ทำงานเต็มรูปแบบ” ได้

นี่ไม่ใช่การดูถูกใคร

แต่นี่คือคำถามเรื่องมาตรฐาน พรรคที่อ้างว่าจะยกระดับการเมืองต้องอธิบายได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไร หรือมาตรฐานถูกยืดหยุ่นตามความเหมาะสมทางการเมือง

แต่ประเด็นที่หนักกว่านั้น คือการโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ดิฉันเตือนแล้วว่า การตัดสินใจนั้นจะมีต้นทุนทางอุดมการณ์สูงมาก จะทำให้เส้นแบ่งทางหลักการพร่าเลือน และจะสร้างความได้เปรียบทางโครงสร้างให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์

วันนี้เราเห็นแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางอำนาจ และมีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองอย่างชัดเจน จะบอกว่าไม่มีความเชื่อมโยงเลยได้อย่างไร ในเมื่อการโหวตครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการอำนาจ

ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใครเรื่องการโกง แต่ดิฉันพูดชัดว่า การตัดสินใจของพรรคมีผลต่อดุลอำนาจที่ทำให้ภูมิใจไทยมีความได้เปรียบในวันนี้ และถ้าเราไม่กล้ายอมรับว่าการตัดสินใจของเรามีผลต่อผลลัพธ์ทางการเมือง เราก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่าที่ไม่เคยรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

เมื่อดิฉันตั้งคำถามเชิงนโยบาย สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่คำอธิบายเชิงเหตุผล แต่คือการหยิบเรื่อง “สารเสพติด” และเรื่องส่วนตัวขึ้นมาพูดในพื้นที่สาธารณะ

นี่คือรูปแบบของ character assassination อย่างชัดเจน แทนที่จะตอบว่า ทำไมจึงโหวตแบบนั้น ทำไมจึงลดบาร์ทางหลักการ ทำไมจึงทำให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์ได้เปรียบทางโครงสร้าง กลับเลือกเบี่ยงประเด็นไปที่ชีวิตส่วนตัวของผู้ตั้งคำถาม

เมื่อประเด็นสารเสพติดถูก insinuate ซ้ำ ๆ ทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย นั่นไม่ใช่การถกเถียงเชิงนโยบาย แต่นั่นคือการสร้างภาพจำทางสังคมเพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อถือ การเมืองที่มั่นใจในหลักการ ต้องตอบด้วยหลักการ การเมืองที่มั่นใจในเหตุผล ไม่จำเป็นต้องทำลายตัวบุคคล

ดิฉันไม่ได้โกรธเพราะแพ้ ดิฉันโกรธเพราะมาตรฐานลดลง หลักการถูกต่อรอง และการตัดสินใจหนึ่งครั้งได้เปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศ

ถ้าพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าก้าวหน้าไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากคนของตัวเองได้ คำว่า “ประชาธิปไตย” ก็จะเหลือเพียงสโลแกน

ดิฉันวิพากษ์ ไม่ใช่เพื่อทำลายใคร แต่เพื่อยืนยันว่า มาตรฐานต้องสูงกว่านี้ หลักการต้องชัดกว่านี้ และประชาชนสมควรได้รับการเมืองที่โปร่งใสมากกว่านี้ค่ะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำพิพากษา 'ศาลฎีกา' จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืน

เปิดคำพิพากษา "ศาลฎีกา" พิพากษากลับ จำคุก 4 ปี "บอย ธีระวัฒน์" ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืนสาว จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน สั่งให้ชดใช้ค่าสินไหม 2 แสนบาท

เดาไม่ยาก! อ.ไชยันต์ ชี้เบาะแสที่มาชื่อบริษัท 'Spectre C' มาจากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า Spectre C. ??!! ช่วงนี้ คำว่า spectre กำลังเป็นข่าวดัง เพราะโยงกับชื่อบริษัท Spectre C ที่ดูจะโยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรค

ทนายแฉซ้ำ! พรรคส้มรู้แก่ใจผู้สมัครต้องคดีข่มขืน แต่ยังให้ลงเลือกตั้ง ไม่ฟังเสียงทักท้วง

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความ และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม

ศาลฎีกา พิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดีข่มขืน

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) เปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเราที่มี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

จบเห่! พรรคส้ม ปรับหน้าเว็บไม่ต้องกรอก เลเซอร์ไอดี จนกว่าจะได้รับอนุญาต

เพจเฟซบุ๊ก Fact Check-พรรคประชาชน แจ้งว่า ได้มีการปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

'เรืองไกร' เตือน 'ช่อ' พูดมากระวังย้อนเข้าตัว ลุยเก็บข้อมูลฟันยุบพรรคส้ม เจ้าของบริษัทสื่อ 'สเปกเตอร์ ซี'

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วถ้าพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย