19 กุมภาพันธ์ 2569 - ตามที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีข่มขืนกระทำชำเราที่มีผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ
ล่าสุด นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนรอบนี้ (2569) ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน
ผมเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง ตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัคร สส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วว่า จำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ
โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่พรรคเคยขับ สส. ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกลนครราชสีมา เมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร สส. ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย)
สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอ็ดดี้ อัษฎางค์' วิเคราะห์ใครอันตรายกว่ากัน ส้มรื้อราก-น้ำเงินรวบอำนาจ
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเรื่อง "ใครอันตรายกว่ากัน" ส้มรื้อราก น้ำเงินรวบอำนาจ มีเนื้อหาดังนี้การเมืองไทยในวันนี้ดูเหมือนกำลังบีบให้ประชาชนเลือกอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองแบบ
'เดชรัต' ผู้รับผิดชอบนโยบายปฏิรูป สปสช. พรรคส้ม แจง 3 ข้อ ยืนยันไม่คิดล้มบัตรทอง
นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่อง พรรคประชาชน จะล้ม บัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชน ขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่
'สุขสมรวย' โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน บอกฮั้วจริงน้องสะใภ้คงฉลุย
‘สุขสมรวย’ โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่เกี่ยวเลือก สว. ชี้ กกต.ตรวจสอบจบแล้ว ซัดอย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน ชี้ถ้าฮั้วจริง น้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว พร้อมสั่งฝ่ายกม. ถอดเทปรายการดัง หลังเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง โอดผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้วิธีนี้
ไม่เห็นหัวปชช.! 'ไหม' ซัดรัฐบาลเกณฑ์ 'บัตรคนจน' ผิดพลาดซ้ำซาก ไม่สะท้อนความเดือดร้อนจริง
‘ศิริกัญญา’ จี้รัฐบาลเร่งแก้เกณฑ์ บัตรคนจน เหตุผิดพลาดซ้ำซาก ไม่สะท้อนความเดือดร้อนจริง
'จตุพร' ฟันธง! ส.ค. เกมฮั้ว สว. เดือด 'ส้ม-แดง-น้ำเงิน' ละเลงกันเละ
'จตุพร' ชงรื้อที่มา สว.ใหม่ แนะเอกซเรย์ทุกคนฮั้วกันหรือไม่ คาด ส.ค. ทุกสีงัดข้อมูลละเลงใส่กัน ป่วนการเมืองตะลุมบอน ทั้งส้ม-แดง-น้ำเงินเละเทะ ไม่เหลือพื้นที่การเมืองดีให้ยืน


