
19 ก.พ.2569-รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ทิศทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง โดยมองว่าฝ่ายรัฐบาลเริ่มเห็นภาพชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านยังต้องใช้เวลาในการตั้งหลักรับสถานการณ์ที่ถาโถมเข้ามาในช่วงต้น
รศ.สุขุม กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ถือว่า “เซ็ตตัว” แล้ว ทั้งในเชิงทิศทางนโยบายและการจัดวางบทบาทพรรคร่วมรัฐบาล โดยได้กำหนดกรอบการทำงานว่าจะเดินหน้าประเทศไปในแนวทางใด พร้อมประกาศชัดว่าจะรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นหลัก
การเมืองในช่วงนี้เป็นการให้โจทย์แก่พรรคร่วม ซึ่งหลายพรรคก็เข้ามารับบทบาทตามที่วางไว้ แม้จะยังมีบางพรรคที่คงท่าทีเชิงการเมืองอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมรัฐบาลอยู่ในภาวะได้เปรียบ เพราะมีตัวเลือกพรรคร่วมจำนวนมากที่พร้อมเข้ามาทำงานร่วมกัน
“คะแนนเสียงที่ได้มาทำให้ภูมิใจไทยมีความมั่นใจสูง การเดินเกมจึงรวดเร็ว เห็นชัดว่าพรรคกำหนดทิศประเทศแล้ว แม้ กกต.ยังไม่รับรอง ส.ส.ครบ แต่ในทางการเมืองถือว่าออกตัวไปไกล” รศ.สุขุม กล่าว
สิ่งที่จะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปีนี้คือการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง โดยเฉพาะมาตรการชายแดน เช่น การสร้างแนวป้องกันหรือการควบคุมด่านเข้าออกประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลย่อมต้องเร่งดำเนินการเพื่อสนองความคาดหวังของผู้เลือกตั้ง
รศ.สุขุมอธิบายว่า ฐานเสียงที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเกิดจากความต้องการ “ความมั่นคง” ของสังคม ทั้งในมิติความปลอดภัย เศรษฐกิจ และความเป็นระเบียบของรัฐ ดังนั้นการผลักดันนโยบายด้านนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการเมือง แต่เป็นการตอบสนองความรู้สึกของประชาชนที่สะท้อนผ่านคูหาเลือกตั้ง
ในทางกลับกัน พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน กำลังเผชิญโจทย์ภายในมากกว่าการตรวจสอบรัฐบาล จากกระแสข้อกล่าวหาเกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และประเด็นการขอข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกลายเป็นปัญหาทางการเมืองใหม่ ทำให้พรรคต้องทุ่มพลังไปกับการแก้สถานการณ์ของตนเอง
“ตอนนี้พรรคประชาชนเหมือนเมาหมัด ต้องแก้เกมของพรรคก่อน มากกว่าจะคิดเกมสู้กับรัฐบาล”
อย่างไรก็ตาม รศ.สุขุมเสนอว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ควรจมอยู่กับปัญหาภายในนานเกินไป เพราะบทบาทสำคัญในระบอบประชาธิปไตยคือการตรวจสอบฝ่ายบริหาร แม้ปัญหาพรรคจะต้องจัดการกันไปตามกระบวนการ แต่การทำหน้าที่ฝ่ายค้านต้องเริ่มโดยเร็ว
“เรื่องภายในพรรคก็แก้กันไป แต่การตรวจสอบรัฐบาลต้องตั้งหลักและเริ่มทำแล้ว เพราะนี่คือหน้าที่สำคัญของฝ่ายค้าน” รศ.สุขุม กล่าวทิ้งท้าย โดยเห็นว่าหากฝ่ายค้านสามารถกลับมาโฟกัสบทบาทตรวจสอบได้ จะทำให้ระบบการเมืองกลับสู่สมดุลมากขึ้นในระยะต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำฝ่ายค้าน กระทุ้งประธานสภาฯ ให้วางตัวเป็นกลาง อย่าขวางตรวจสอบ พรก.กู้เงิน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชนเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้เงิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น
'ปธ.สภา' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ยังไม่บรรจุญัตติ ปชน.
'โสภณ' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ก่อน ถึงบรรจุญัตติ ปชน. ชงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงิน แจงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงิน
เช็กมติครม. แต่งตั้งข้าราชการหลายกระทรวง แบ่งเค้ก ขรก.การเมือง อีก 5 ราย
ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ แต่งตั้ง Mr. Izmir Kamarudin ที่รัฐบาลมาเลเซียเสนอให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (Deputy Chief Executive Officer, DCEO) ขององค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย แทนรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารฯ เดิม ที่รัฐบาลมาเลเซียเสนอขอเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่ง โ
แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ครม. อนุมัติ '16 ต.ค.69' เป็นวันหยุดราชการเฉพาะพื้นที่กทม. สั่ง WFH 3 วัน รับประชุมระดับโลก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
'อนุทิน' เซ็นตั้งบอร์ดต่อต้านทุจริต เรียกหน่วยงานรัฐให้ข้อมูลสินบน ตามข้อเสนอ กกร.
“อนุทิน” ลงนามคำสั่งตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต หรือ คตท. ระดมหน่วยงานรัฐ - เอกชน เดินหน้าต่อต้านการทุจริต ตั้งเป้าตอบโจทย์ความโปร่งใส - ปรับลดกฎหมายที่ไม่จำเป็น หนุนเข้า OECD ตามกรอบปี 2571

