
'อดีตผู้พิพากษา' วิเคราะห์กลุ่มพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 6 คน ไม่มีเจตนาทำเพื่อโกง ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต เตือนผลเสียอาจย้อนกลับกกต.ใช้นิติสงครามปิดปาก กระทบความเชื่อมั่น อาจต้องเผชิญการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็น'โมฆะ'แนะรับฟังและปรับปรุงมากกว่าสร้างความขัดแย้ง
27 ก.พ. 2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
เมื่อ "การตรวจสอบ" ถูกมองเป็น "การขัดขวาง": วิเคราะห์ปมร้อน กกต. แจ้งความกลุ่มพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง
จากเหตุการณ์วันที่ 25 ก.พ. 69 ที่ กกต. มอบอำนาจให้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล 6 คน ที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัส QR code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด อันเป็นความผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง อั้งยี่ และยุยงปลุกปั่น เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น
ปรากฏว่า สถานที่ทำการ "ถ่ายภาพและถอดรหัส" บัตรเลือกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กันไว้สำหรับสื่อมวลชน
หากพิจารณาจากบริบทที่เกิดขึ้น "ต่อหน้าสาธารณชน" และ "ในเขตพื้นที่อนุญาต" ข้อสันนิษฐานที่ว่านี่คือการชี้เบาะแส (Whistleblowing) หรือการตรวจสอบ (Auditing) พื่อสะท้อนช่องโหว่ของระบบ ดูจะมีน้ำหนักมากกว่าเจตนาทุจริตแบบแอบซ่อน
วิเคราะห์เจตนา: "ทำเพื่อโกง" หรือ "ทำเพื่อตีแผ่"?
การกระทำที่เปิดเผยและตั้งกล้องในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน มักมีนัยสำคัญดังนี้:
Proof of Concept (POC): ต้องการพิสูจน์ว่า "รหัส" บนบัตรเลือกตั้งสามารถเชื่อมโยงกลับไปหาตัวบุคคลได้จริง ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ (Secrecy of the Ballot) หากพิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง ปัญหาจึงอยู่ที่ “มาตรฐานของบัตรเลือกตั้ง” ไม่ใช่ “ผู้ที่ออกมาตีแผ่ความจริง"
Public Awareness: การทำในพื้นอนุญาต ในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน และต่อหน้าสาธารณะ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่า ระบบที่ กกต. ใช้อยู่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าใครเลือกใคร (ซึ่งเอื้อต่อการซื้อสิทธิขายเสียง)
"นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต" เพราะคงไม่มีใครตั้งกล้องถ่ายการโกงต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน
ผลเสียที่อาจย้อนกลับมาหา กกต. (The Backlash)
การตัดสินใจใช้กฎหมาย "แจ้งความดำเนินคดี" ในแง่มุมตรงข้าม แทนการ "ชี้แจงเชิงเทคนิค" นับเป็น “นิติสงคราม” ที่รัฐทำกับประชาชน อาจส่งผลเสียต่อ กกต. ในระยะยาว ดังนี้:
1.วิกฤตศรัทธาและความเชื่อมั่น (Erosion of Trust)
แทนที่สังคมจะมองว่ากลุ่มบุคคลนั้นทำผิด แต่คนจะเริ่มตั้งคำถามกับ กกต. แทนว่า "ทำไมระบบถึงเปราะบางจนถูกถอดรหัสได้ง่ายขนาดนั้น?" การแจ้งความอาจถูกตีความว่าเป็นการ "กลบเกลื่อนความบกพร่อง" ของตัวระบบบัตรเลือกตั้งเอง
2. ภาพลักษณ์การใช้อำนาจปิดปาก (SLAPP Suit)
หากศาลวินิจฉัยว่ากลุ่มคนดังกล่าวทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ กกต. จะถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อข่มขู่ (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ทำให้ภาคประชาชนไม่กล้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เลือกตั้งในอนาคต
3. การขยายผลเรื่อง "ความไม่โปร่งใส"
เมื่อเรื่องถึงชั้นศาล ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ "รหัสบัตร" และ "กระบวนการพิมพ์" จะต้องถูกเปิดเผยเพื่อสู้คดี หากพบว่าบัตรเลือกตั้งมีช่องโหว่ที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้จริง กกต. อาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งทั้งหมดเป็น "โมฆะ" เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ
บทสรุปเชิงวิพากษ์
ในสภาพการณ์เช่นนี้จึงน่าเชื่อว่าเจตนาของกลุ่มบุคคลคือการ "ตรวจสอบ" กกต. จึงควรใช้โอกาสนี้ในการรับฟังและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง มากกว่าการสร้างความขัดแย้งผ่านกระบวนการยุติธรรม
เพราะในโลกประชาธิปไตย "ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้" คือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรอิสระ
ไม่ใช่การใช้ข้อกฎหมายปิดกั้นการตั้งคำถาม ครับ
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
27/2/69
#หยุดใช้กฎหมายปิดปาก #SLAPP #ตรวจสอบโปร่งใส #กกตมีไว้ทำไม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุก 3 ปี 2 อดีต ป.ป.ช.บทเรียนราคาแพงที่ถึงเวลาปฏิรูปองค์กร!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'อดีตผูัพิพากษา' เปิด 2 เคสกฎหมาย เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน ใครประมาท
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน: ใครประมาท? เปิด 2 เคสกฎหมายที่คนขับรถและผู้โดยสารต้องรู้! มีเนื้อหาดังนี้
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' เจาะลึกคำพิพากษาประวัติศาสตร์สูงวัยแต่ไฟยังแรง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เอาแล้ว! อดีตผู้พิพากษาเจาะลึก พรก.กู้เงินบอก 2 แสนล้านเรื่องเปลี่ยนพลังงานเป็นจุดตาย
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ชงโรดแมปการปฏิรูปการเกณฑ์ทหารอย่างยั่งยืน!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษายกคดี 'ยิ่งลักษณ์-สมศักดิ์' ถอดรหัสกรณีศักดิ์สยาม!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

