
27 ก.พ. 2569 – สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 เช็คคะแนน กกต. ในสายตาประชาชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 10 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ 13-16 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1.การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนมองว่ามีความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ? (สำรวจโดย x Line Today) เสียงส่วนใหญ่ชัดเจนว่า “ไม่เชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรม”
87.7% รู้สึก “ไม่ค่อยสุจริตเที่ยงธรรม-ไม่สุจริตเที่ยงธรรมเลย” สูงสุด โดยมีเพียง 12.3% ที่รู้สึก “ค่อนข้างสุจริตเที่ยงธรรม-สุจริตเที่ยงธรรมมากที่สุด”
ช่องว่างความเชื่อมั่นที่กว้างมาก (กลุ่มเชิงลบมากกว่ากลุ่มเชิงบวกประมาณ 7 เท่า) สะท้อนวิกฤตความกังวลและความไว้วางใจต่อ “ความสุจริตเที่ยงธรรม” ของกระบวนการจัดเลือกตั้งครั้งนี้
2.หน้างาน “พอได้” แต่โจทย์ความน่าเชื่อถือของระบบยังหนัก
เรื่องที่ผลประเมิน “ค่อนข้างดี-ดี” คือ ความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ และป้ายต่าง ๆ (61.9%) สูงสุด รองลงมา คือ การอำนวยความสะดวกแก่คนมาใช้สิทธิ (59.9%) และ การปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้ง (56.4%)
เรื่องที่ผลประเมิน “พอใช้-แย่” คือ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต (67.6%) สูงสุด รองลงมา คือ การให้ข้อมูลแก่ประชาชน (57.6%) การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่ถูกต้องและรวดเร็ว (54.7%) การควบคุมการหาเสียง/พฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย (54.3%) และ การนับคะแนนที่โปร่งใสตรวจสอบได้ (50.6%)
ภาพรวมสะท้อนว่า งานเชิงปฏิบัติการหน้าหน่วยเลือกตั้งทำได้ค่อนข้างดี จึงเป็นจุดแข็งที่ควรรักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอทุกพื้นที่ แต่ขณะเดียวกัน ปัญหาหลักอยู่ที่มิติความน่าเชื่อถือของระบบและการกำกับกติกา ประชาชนไม่ได้กังวลเรื่อง “จัดหน่วยเลือกตั้งได้ไหม” แต่กังวลว่า “ระบบยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายจริงหรือไม่”
3.การบ้านเร่งด่วน 3 เรื่อง: “นับคะแนนโปร่งใส–บังคับใช้กฎหมาย–สื่อสารก่อนเลือกตั้ง”
สิ่งที่ประชาชนอยากให้ กกต. ปรับปรุงเร่งด่วนที่สุด 3 อันดับแรก คือ การนับคะแนนที่โปร่งใส (23.6%) สูงสุด การบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง (23.3%) และ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลก่อนเลือกตั้ง (20.5%)
รองลงมา คือ การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่ถูกต้องและรวดเร็ว (7.8%) การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ (6.5%) และ การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า (4.6%)
สะท้อนว่า ประชาชนอยากเห็น กกต. เร่งแก้ “จุดตัดสินความไว้วางใจ” ของการเลือกตั้ง มากกว่าการแก้เรื่องหน้างานทั่วไป ต้องการหลักฐานและกระบวนการที่ตรวจสอบได้มากขึ้น เพื่อลดช่องว่างที่ทำให้เกิดความสงสัย ข่าวลือ หรือความไม่ไว้วางใจ
4.มุมมอง “ความไม่สุจริตเที่ยงธรรม” ในการจัดเลือกตั้งตามภาค—ใต้และกทม. สูงเด่น
สัดส่วนประชาชนที่มองว่าการจัดเลือกตั้ง “ไม่ค่อยสุจริตเที่ยงธรรม-ไม่สุจริตเที่ยงธรรมเลย” ภาคใต้สูงสุด (74.9%) รองลงมา คือ กรุงเทพมหานคร (70.7%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (65.3%) ภาคเหนือ (59.4%) ภาคตะวันออก (44.4%) และ ภาคกลาง (21.5%)
ความกังวลไม่เท่ากันตามพื้นที่ สะท้อนปัจจัยเชิงบริบท ได้แก่ ประสบการณ์ในพื้นที่ การรับรู้ข่าวสาร ความเชื่อมโยงทางการเมือง/กรณีร้องเรียน กกต. จึงควรวางมาตรการและการสื่อสารแบบ เจาะพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อุณหภูมิความกังวลสูง เพื่อทำให้กระบวนการตรวจสอบได้และลดช่องว่างความสงสัยของประชาชน
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 10
การสำรวจครั้งนี้สะท้อนภาวะ “ความไว้วางใจต่อกระบวนการเลือกตั้ง” ที่สั่นคลอนอย่างชัดเจน แม้งานด้าน “หน้างาน” บางเรื่องถูกมองว่าค่อนข้างดี แต่มีประเด็นจำนวนมากที่ประชาชนให้ กกต. สอบตก โดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริต โดยรวมจึงเป็นสัญญาณว่า ประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่กังวลต่อความน่าเชื่อถือของทั้งกระบวนการและมาตรฐานการกำกับดูแล ดังนั้น การยกระดับความเชื่อมั่นไม่ได้อยู่ที่ “การจัดหน่วยเลือกตั้ง” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ตรวจสอบได้จริง ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมาย การสื่อสารข้อมูล ไปจนถึงการนับคะแนนและการรายงานผล และ จากนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของกกต. ที่ต้องเร่งกู้ความไว้วางใจและวิกฤตศรัทธา เพราะอีกไม่นานนี้ จะมีการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” เป็นสนามต่อไป ซึ่งประชาชนจะจับตาดูการทำงานของ กกต. อย่างเข้มข้นขึ้นแน่นอน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮั้วสว.ถึงมือกกต.ชุดใหญ่
“แสวง” เผยคดีฮั้ว สว.ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว ยันผลเลือกตั้งแบบ สส. 5/18 ครบ 100% แล้ว “ไอลอว์” จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วย “ยิ่งชีพ” ขู่คดีฮั้วหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องเจอร้องแน่
ดร.โจฟุ้งหวังกวาดชัย! ปชป.เปิดตัว 16 พ.ค. แน่
กกต.ประชุมติวเข้มความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา รับความผิดพลาด กปน.เป็นบทเรียน ย้ำการรักษาอุปกรณ์ให้ถูกระเบียบ สั่งเข้มประธานหน่วยต้องแม่นกฎ "ดร.โจ" หวังชนะ
กลัวถูกลืม! 'ไอลอว์' จัดอีเวนต์ บุก กกต. ตัดริบบิ้น ชูป้ายเรียกร้องเปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง
"ไอลอว์" บุก กกต. จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง–ประชามติรายหน่วยครบ 100% ซัดระบบ ECT Report ข้อมูลหาย ซ้ำยังผิดพลาด ด้าน WeWatch แฉปมเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ตั้งคำถามความโปร่งใส กกต. ชี้ไม่ยึดโยงประชาชน ด้าน “ยิ่งชีพ” เตือนคดีฮั้ว สว. 8 หมื่นหน้า หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง ประชาชนหมดศรัทธาแน่
กกต. ติวเข้ม! เลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯกทม.-นายกพัทยา' ย้ำ กปน. ต้องแม่นกฎ
กกต. ติวเข้มพร้อมเลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯ กทม.- นายกเมืองพัทยา' รับ กปน. ผิดพลาดเป็นบทเรียน สั่งเข้มประธานหน่วยต้องแม่นกฎ เฝ้าระวังหาเสียงทุกช่องทาง ทั้งลงพื้นที่และโซเชียล
จับตา! กกต. จ่อถก 'คดีฮั้ว สว.' ลุยสางเรื่องร้องเลือกตั้ง สส. ให้จบ
'แสวง' เผยคดี 'ฮั้ว สว.' ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว แจงเร่งสางคำร้องเลือกตั้ง สส. ให้สิ้นกระแสความ ท้าเปิดชื่อจังหวัด-หน่วยที่อ้างคะแนนไม่ครบ
KPI Poll เผย ปชช.ไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใด จี้แก้ปัญหาคอร์รัปชัน-ทบทวนข้อตกลงกับกัมพูชา
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อนโยบายเร่งด่วนด้านการบริหารภาครัฐ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน

