'สถาบันพระปกเกล้า' ออกโรง ไทยต้องยืนบนหลักกม.ระหว่างประเทศ และสันติภาพ

สถาบันพระปกเกล้า ออกแถลงการณ์ บทบาทของประเทศไทยจำเป็นต้องตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ความรับผิดชอบในเวทีพหุภาคี และ สันติภาพที่ตั้งอยู่บนความยุติธรรมและความร่วมมือ คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของเสถียรภาพระหว่างประเทศ

1 มี.ค.2569 – แถลงการณ์สถาบันพระปกเกล้า ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลาง

สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะคลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ ภายใต้กำกับของประธานรัฐสภา มุ่งส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลบนพื้นฐานสันติวิธี ขอแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน

สถาบันพระปกเกล้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกฝ่าย ความสูญเสียของพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องเตือนใจถึงต้นทุนทางมนุษย์ของความขัดแย้ง ซึ่งไม่อาจประเมินค่าได้

สถาบันพระปกเกล้าขอเน้นย้ำหลักการสำคัญตามกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะข้อ 2(3) และ 2(4) ซึ่งกำหนดให้รัฐสมาชิกระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยสันติวิธี และงดเว้นจากการใช้กำลัง หลักการดังกล่าวเป็นรากฐานของระเบียบโลกและระบบกติกาพหุภาคี

ในฐานะสถาบันที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ธรรมาภิบาลและสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้าเห็นว่าความมั่นคงที่ยั่งยืนมิอาจเกิดจากการยกระดับความรุนแรง หากแต่ต้องอาศัยการเจรจา และการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ทั้งผ่านกลไกฝ่ายบริหารและการทูตเชิงรัฐสภา สมาชิกรัฐสภามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรับผิดชอบ กำกับดูแลการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการกำกับการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนการเจรจาอย่างต่อเนื่องในยามวิกฤต

ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ผ่านกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาและความร่วมมือระหว่างรัฐสภากับประเทศคู่เจรจาสำคัญ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในเวทีสหภาพรัฐสภา (IPU) และเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศอื่น ๆ กลไกเหล่านี้สามารถเป็นช่องทางสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ และธำรงรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ท่ามกลางบริบทความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักงานสันติวิธีและธรรมาภิบาล พร้อมสนับสนุนฝ่ายนิติบัญญัติและภาคนโยบายของประเทศไทยด้วยองค์ความรู้เชิงหลักการ การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ และข้อเสนอเชิงประจักษ์ ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันที่ความไม่มั่นคงในภูมิภาคหนึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก สถาบันพระปกเกล้า เชื่อว่าบทบาทของประเทศไทยจำเป็นต้องตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ความรับผิดชอบในเวทีพหุภาคี และ สันติภาพที่ตั้งอยู่บนความยุติธรรมและความร่วมมือ คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของเสถียรภาพระหว่างประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธานสภาฯ ตั้งกก.สอบ เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า ถูกร้องเรียกรับเงิน

'โสภณ' ตั้งกรรมการสอบเลขาธิการพระปกเกล้า ปมถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์แลกเรียนหลักสูตร ปปร. ยัน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อรักษาภาพพจน์สถาบัน

'คมคาย' ชงประธานรัฐสภาตรวจสอบปม 5 แสน แลกโควตาปปร.30 สถาบันพระปกเกล้า เตรียมเสนอ กมธ.ตำรวจ บรรจุวาระด่วน เรียกตำรวจ-ผู้เกี่ยวข้อง-ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าชี้แจง

นางคมคาย กล่าวว่า เรื่องนี้น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง สถาบันพระปกเกล้าเป็นองค์กรวิชาการระดับสูงภายใต้การกำกับดูแลของประธานรัฐสภา มีหน้าที่ผลิตหลักสูตรสร้างผู้นำและสอนเรื่องธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริตให้กับคนทั้งประเทศ แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตหรือซื้อขายโควตาการศึกษาจริง ย่อมทำลายความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิของรัฐสภาอย่างร้ายแรง

ปมร้อนเงินแลกที่นั่ง ปปร.30 เลขาฯ พระปกเกล้าลั่น ‘เลื่อนลอย’ จ่อเอาผิดถึงที่สุด

ปมร้อนกล่าวอ้างเงินแลกที่นั่ง ปปร.30 เลขาฯ สถาบันพระปกเกล้ายืนยัน “เลื่อนลอย ไม่เป็นความจริง” เผยผู้สมัครยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรไม่เคยให้หรือเสนอผลประโยชน์แก่ใ

"อาสพลธ์" เผย กมธ.ป.ป.ช. จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องแจงปมจ่าย 5 แสน แลกโควตาเรียน ปปร.30 ชี้เข้าข่ายสินบน ผิดทั้งผู้ให้-ผู้รับ ยอมความไม่ได้ เร่งปิดช่องโหว่ขายเก้าอี้

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวบุคคลแจ้งความดำเนินคดีกับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เรียกรับเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับโควตาเข้าเรียนหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30

พลังงาน-ค่าขนส่ง-ราคาวัตถุดิบพุ่งดันดัชนีวัสดุก่อสร้าง ก.ค. โต 5.8%

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2569 โต 5.8% สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ไทยออยล์เผยไตรมาส 2/2569 กำไรลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

ไทยออยล์เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือความท้าทายของตลาด และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ