'สุริยะใส' แนะจับตาทางแพร่งอำนาจในอิหร่าน วิกฤตการสืบทอดเสถียรภาพของระบอบ

1 มี.ค.2569-รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “จับตาทางแพร่งอำนาจในอิหร่าน…วิกฤตการสืบทอดและเสถียรภาพของระบอบ” เนื้อหาระบุว่า หากเกิดสถานการณ์ที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหารจริง สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอันดับแรกคือ นี่ไม่ใช่เพียงการสูญเสีย “ผู้นำทางการเมือง” แต่คือการสั่นคลอน “แกนโครงสร้างอำนาจ” ของระบอบทั้งหมด

ระบอบอิหร่านเป็นระบบการเมืองแบบผสมระหว่างรัฐศาสนาและสาธารณรัฐ โดยตำแหน่งผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมของอำนาจทั้งสามมิติพร้อมกัน ได้แก่ อำนาจทางศาสนา อำนาจความมั่นคง และอำนาจทางการเมืองเชิงโครงสร้าง

ดังนั้น เมื่อศูนย์กลางอำนาจดังกล่าวหายไป สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีไม่ใช่การล่มสลายของรัฐ แต่คือภาวะ “การจัดสมดุลอำนาจใหม่ภายในชนชั้นนำ” (elite power reconfiguration)

ในระยะสั้น ระบอบมีแนวโน้มจะยิ่งแข็งตัวขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของรัฐ และมีลักษณะเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเครือข่ายผลประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ในระยะกลางและระยะยาว กล่าวคือ ความสามารถของชนชั้นนำในการรักษาเอกภาพภายใน

ปัจจุบันอิหร่านกำลังเผชิญกับปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการ ได้แก่ วิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ ความชอบธรรมของระบอบที่ลดลงไนสายตาคนรุ่นใหม่ การประท้วงต่อเนื่องในสังคมเมือง และความแตกต่างทางยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มอำนาจหลัก ทั้งสายอนุรักษนิยมเข้ม สายปฏิบัตินิยม และสายปฏิรูป

ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง “ความทนทานของระบอบอำนาจนิยม” (authoritarian resilience) ซึ่งชี้ว่า การอยู่รอดของระบอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการต่อต้านของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระดับความเป็นเอกภาพของชนชั้นนำเป็นสำคัญ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระบอบอำนาจนิยมมักไม่ล่มสลายเพราะแรงกดดดันจากภายนอกหรือการประท้วงของมวลชน หากแต่เกิดจาก “การแตกหักภายในของกลุ่มผู้ถืออำนาจ”

ดังนั้น คำถามหลักต่ออนาคตของอิหร่านจึงไม่ใช่ว่า “ประชาชนจะลุกขึ้นโค่นล้มระบอบหรือไม่” แต่คือ “ชนชั้นนำด้านศาสนา ความมั่นคง และเศรษฐกิจ จะยังคงสามารถรักษาฉันทามติร่วมกันได้หรือไม่”

หากยังรักษาเอกภาพได้ ระบอบมีแนวโน้มจะดำรงอยู่ต่อไปอีกยาวนาน แม้อาจปรับตัวไปสู่ความเป็นรัฐความมั่นคงเข้มข้นมากขึ้น

แต่หากเกิดความแตกแยกเชิงโครงสร้างภายในชนชั้นนำ นั่นอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลสะเทือนต่อภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลางในวงกว้าง

ท้ายที่สุด เหตุการณ์เช่นนี้จึงควรถูกมองไม่ใช่เพียงในมิติการเมืองภายในประเทศ แต่ในฐานะ “บททดสอบเสถียรภาพของระบอบอำนาจนิยมเชิงโครงสร้าง” ซึ่งมีนัยต่อสมดุลอำนาจระดับภูมิภาคและระดับโลก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าสงครามกับอิหร่านส่งผลให้เกิดการขาดแคลนยุทโธปกรณ์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนกระสุนปืน อันเป็นผลมาจากสงครามที่มีค่าใช้จ่ายสูงในอิหร่าน

ทรัมป์: สงครามอิหร่านจะยุติลงทันที หลังการเลือกตั้งสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธ ถึงกำหนดการยุติสงครามกับอิหร่านใหม่ โดยระบุว่าสงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งสภาคองเกรสในวันที่ 3 พฤศจิกายน ทรัมป์บอกกับนักข่าวที่ฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงวอชิงตัน ก่อนเดินทางไปร่วมการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส

'ดร.กอบศักดิ์' เผยแผน 'ทรัมป์' บีบให้เลือกจะเป็นเพื่อนหรือศัตรู

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความกรณี

ไทยออยล์เผยไตรมาส 2/2569 กำไรลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

ไทยออยล์เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือความท้าทายของตลาด และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ

สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่