ป.ป.ง. ยึดทรัพย์ 'ชนนพัฒฐ์' เพิ่ม 12 ล้าน คดีเอี่ยวเว็บพนัน

ป.ป.ง. ยึดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่มเติม 12 ล้าน - รายคดี ส่วนคดี "อลงกต" ขอศาลให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน รวม 60 ล้าน

11 มีนาคม 2569 - นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชนการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการ ที่น่าสนใจ ดังนี้1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 34 รายคดีทรัพย์สิน 808 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 303 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

1.1 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ www.gimi88.com และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ราย นายชนนพัฒฐ์ กับพวก โดยมีทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 12 รายการ (เช่น หุ้นในบริษัทจำกัด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.81/2569)

1.2 รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลงทุน โอนผ่านบัญชีม้าบุคคล และนิติบุคคล ก่อนเปลี่ยนแปลงเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิทัล (USDT) จากนั้น ได้มีการโอนเหรียญออกไปยังกระเป๋าดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม Huione Pay มูลค่าหลายพันล้านบาท ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นเงินฝากในบัญชีและถอนเป็นเงินสด ก่อนนำเงินสดดังกล่าวออกนอกประเทศไทยผ่านด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา และด่านชายแดน ไทย-พม่า

กรณีดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรมได้เคยมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.296/2568) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569 ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 211 รายการ (เช่น รถยนต์สินทรัพย์ดิจิตอล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท (คำสั่ง ย.78/2569)

1.3 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯ เครือข่ายกลุ่มไลน์ชื่อ หลังบ้านศิวิไล ราย นายกวินท์ กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท (คำสั่ง ย.83/2569)

1.4 รายคดี นายกฤษฎา กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 14 รายการ (ที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 27 ล้านบาท (คำสั่ง ย.84/2569)

1.5 รายคดี นายกฤตภพ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 169 รายการ (เช่น หุ้น สิทธิเรียกร้องในกรมธรรม์ประกันชีวิต และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 43 ล้านบาท (คำสั่ง ย.54/2569)

1.6 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ www.auto888vip.com ราย นายทวีศักดิ์ กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 49 รายการ (เช่น เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท (คำสั่ง ย.70/2569)

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 953 รายการ มูลค่าประมาณ 310 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

2.1 รายคดี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ นายอลงกต กับพวก กรณี "อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ" กับพวก กระทำความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)

2.2 รายคดี นายฉัตรชัย กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 378 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม วัตถุมงคล ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 78 ล้านบาท (คำสั่ง ย.1/2569)

2.3 รายคดี นายไมตรี กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดฐานฟอกเงิน มีการขยายผลออกหมายจับผู้กระทำความผิด เชื่อมโยงการทำธุรกรรมกับบัญชีเงินฝากธนาคารของนิติบุคคลหลายบริษัทที่จดทะเบียนที่ตั้งแห่งเดียวกัน ซื่งเชื่อว่าเป็นพฤติการณ์ของกลุ่มนักค้ายาเสพติดที่อาศัยนิติบุคคลในการฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 26 รายการ (เช่น เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท (คำสั่ง ย.303 -304/2568)

2.4 รายคดี นางสุพิชฌาย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับกรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของนายธนวันต์ หรือ "หมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย" อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 362 รายการ (เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคล สินค้าแบรนด์แนม ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 131 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2569)

อนึ่ง ในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระหรือความผิดที่มีผู้เสียหาย นั้น สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายในรายคดีที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียด แห่งความเสียหายและจำนวนความเสียหาย ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้น สำนักงาน ปปง. จะตรวจสอบและรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายและจำนวนความเสียหายเพื่อพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป โดยผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไชต์สำนักงาน ปปง. (www.amlo.go.th)

3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 266 รายการ มูลค่าประมาณ 422 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี นายเฉลิมชัย กับพวก กรณีการหลอกลวงลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 3 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 102 รายการ มูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท (คำสั่ง ย.55/2568)

3.2 รายคดี น.ส.พิมภาดา กับพวก กรณีพฤติการณ์ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หลอกลวงผู้เสียหายว่ามีพัสดุตกค้างผิดกฎหมายและให้โอนเงิน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมฯ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย(กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 3 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 32 รายการ มูลค่าประมาณ 77 ล้านบาท (คำสั่ง ย.196/2568)

3.3 รายคดี MR.ZHENG กับพวก กรณีขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลอกลวงเหยื่อ ซ้ำเติมผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง และหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย(กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 17 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 53 รายการ มูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท (คำสั่ง ย.224/2568)

3.4 รายคดี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีชักชวนให้ซื้อห้องชุดโครงการต่างๆ และมีการจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 429 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 9 รายการ มูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท (คำสั่ง ย.226/2568)

อนึ่ง กรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน CIA นั้น สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น จะต้องมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานนั้นด้วย โดยสำนักงาน ปปง. ได้ประสานขอข้อมูลพยานหลักฐานดังกล่าวจากหน่วยงานภายในประเทศ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานขอข้อมูลจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหากสำนักงาน ปปง. ได้รับพยานหลักฐานตามที่ร้องขอแล้ว ก็จะได้พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชนนพัฒฐ์' ยังไม่เลื่อนรับทราบข้อหา ตามหมายเรียก 12 มี.ค.นี้

"ดีเอสไอ" เผย สส.ชนนพัฒฐ์ ยังไม่ส่งเอกสารขอเลื่อนรับทราบข้อหาเปิดเว็บพนัน-ฟอกเงิน หลังให้สัมภาษณ์สื่อ อ้างติดภารกิจประชุมรัฐสภา-จ่อทำเอกสารเเจ้งดีเอสไอ ขณะที่ “หมายเรียกครั้งที่ 1” กำหนดเดิม พฤหัสบดี 12 มี.ค. เวลา 10 โมง

‘กรณ์’ ไล่บี้ ก.ล.ต.-ปปง. เร่งออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ หลังหลักฐานฟอกเงินชัดเจน

"กรณ์" จี้ถาม กลต.-ปปง. เหตุใดยังไร้หมายจับ "เบน สมิธ" หลังพบหลักฐานฟอกเงินชัดเจน เดินหน้าทวงคืนความเป็นธรรมเพื่อคนไทย

หวั่น‘สส.เทา’รอด เอกสิทธิ์คุ้มครอง

ส่อใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง! “ดีเอสไอ" เผย “สส.ชนนพัฒฐ์” ยังไม่ส่งเอกสารขอเลื่อนรับทราบข้อหาเว็บพนัน-ฟอกเงิน ยังคงนัดหมายเดิม 12 มี.ค. ย้ำสอบทุกประเด็น

ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละเกมประวิงคดี ‘ชนนพัฒฐ์’ ชี้ DSI ออกหมายเรียกซ้ำได้

ภายหลังศาลยกคำร้องหมายจับ นายชนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม จังหวัดสงขลา โดยให้ออกหมายเรียกก่อน ต่อมา นายชนนพัฒฐ์ฯโพสต์ข้อความ อ้างมีเหตุขัดข้องติดประชุมสภา ขอเลื่อนคดี วันที่ 12 มีนาคม 2569 นั้น

ดีเอสไอ ยันไม่เลื่อนนัด 12 มี.ค. เรียก 'สส.ชนนพัฒฐ์' เข้ารับทราบข้อหาฟอกเงินเว็บพนัน

ดีเอสไอ เผย "ชนนพัฒฐ์" ยังไม่ส่งเอกสารขอเลื่อนรับทราบข้อหาฟอกเงินเว็บพนัน ยังคงหมายเรียกเดิม 12 มี.ค. ย้ำสอบทุกประเด็น