
‘ดร.ชิดตะวัน’ แนะ ‘นายกฯอนุทิน’ ใช้ไอเดีย ‘หมอวรงค์’ บรรจุในนโยบายแถลงสภา จุดเริ่มต้นปฏิรูปนักการเมืองไทย โชว์สปิริตยกเลิกสิทธิประโยชน์ ในยุคใกล้เผชิญวิกฤตพลังงาน
16 มี.ค. 2569 – รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “วิกฤติพลังงาน กับสปิริตนักการเมืองไทย!” โดยระบุว่า
จากกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ตั้งคำถามในคราวประชุมครั้งแรกของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ในเรื่องสวัสดิการฟุ่มเฟือยของ สส. พร้อมเสนอยกเลิกค่าอาหารกลางวัน ลดจำนวนผู้ช่วย สส. จากปัจจุบัน 8 คน ให้เหลือไม่เกิน 3 คน ตลอดจนยกเลิกกองทุนบำนาญ สส. ท่ามกลางวิกฤติการขาดแคลนพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง จากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สหรัฐอเมริกาจับมืออิสราเอลโจมตีสังหารอายะตุลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของชาวอิหร่าน รวมทั้งผู้นำระดับสูงจำนวนมาก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น
เมื่อพิจารณาประเทศที่มีเศรษฐกิจมั่นคง มีเสถียรภาพทางการคลัง และสามารถรับมือกับภาวะความผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เป็นอย่างดี อาทิ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน นิวซีแลนด์ พบว่า ประเทศเหล่านี้ไม่มีวัฒนธรรม VIP แต่นักการเมืองใช้ชีวิตเช่นเดียวกับประชาชน
นอกจากสมาชิกรัฐสภาของประเทศเหล่านี้จะมีสิทธิพิเศษที่ต่ำในทุกมิติ เช่น ไม่มีผู้ช่วยงานส่วนตัว นักการเมืองส่วนใหญ่มักเดินทางไปทำงานด้วยจักรยาน หรือใช้บริการระบบขนส่งมวลชน โดยไม่มีรถนำหรือได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ในกรณีเดนมาร์ก สมาชิกรัฐสภาถึง 63% ใช้จักรยานในการเดินทางไปทำงาน
ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองชื่อดังระดับโลก Dennis Mueller ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ผู้สอน ของผู้เขียนและที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยแห่งกรุงเวียนนา เมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่าน่าอยู่ที่สุดในโลกปี 2022-2024 จากผลการสำรวจของ EIU ซึ่งผู้เขียนมักเจอท่านหลายคราบนรถเมล์และรถไฟฟ้า เคยอธิบายให้ฟังว่า
“การที่เรานั่งรถไฟฟ้า รถเมล์ ไม่ใช้รถส่วนตัว รวมถึงไม่ใช้ของฟุ่มเฟือย นอกจากจะทำให้รายได้ไม่หมดไปกับสิ่งไม่จำเป็น ยังลดการเบียดเบียนทรัพยากรของโลก และไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ตามมาเมื่อต้องขาดสิ่งนั้นไป…ประเทศเราจึงมีความพร้อมจากความมั่นคงของประชาชน และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”
ในช่วงหลาย 10 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยใช้จ่ายเงินเกินตัว กล่าวคือ มีการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เช่น ปีงบประมาณ 2568 มีวงเงินงบประมาณการใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้ถึง 865,700 ล้านบาท และ 860,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2569 ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องประหยัดงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีอากรของประชาชน เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณเหลือในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด จึงควรนำเรื่องการลดค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น ให้เป็นนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ได้แก่ การลดจำนวนผู้ช่วยงานส่วนตัวของสมาชิกรัฐสภาให้เหลือไม่เกิน 3 คนต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ตัดค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง และยกเลิกเบี้ยประชุมของกรรมาธิการฯ ที่มาจากสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนมีเงินเดือนและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินในแต่ละเดือนมากกว่า 110,000 บาท ทั้งนี้ ไม่นับรวมค่าเดินทางมาประชุมสภา/กรรมาธิการ ที่สามารถเบิกได้เต็มจำนวน
ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีก็สมควรน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นแบบอย่างแก่คณะรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำระดับสูง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงประชาชนทั่วไป เช่น การประหยัดพลังงานด้วยการงดใช้รถประจำตำแหน่ง หันกลับมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชน
ซึ่งก่อนหน้านี้ ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีชารีฟ แห่งปากีสถาน ได้แสดงสปิริตความเป็นผู้นำด้วยการเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อเป็นแบบอย่างกับข้าราชการและประชาชน ด้วยการงดรับเงินเดือน ทั้งมีคำสั่งให้รัฐมนตรี รวมถึงที่ปรึกษาและผู้ช่วย ในระดับรัฐบาลกลางและระดับจังหวัด งดรับเงินเดือนและค่าเบี้ยเลี้ยงเป็นเวลา 2 เดือน ในขณะที่สมาชิกรัฐสภาจะถูกลดเงินเดือนลง 25% และยังสั่งให้เปลี่ยนรูปแบบการประชุมเป็นระบบออนไลน์ โดยมิให้เบิกค่าเบี้ยประชุมในทุกกรณี เป็นต้น
วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีของรัฐสภา ที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงหนึ่งเดียว ได้พยายามเสนอแนวทางให้รัฐสภาไทยมีบรรทัดฐานและวัฒนธรรมเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนานาอารยประเทศ
การปฎิรูปนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด ว่าจะตัดสินใจนำพาประเทศจากยุคนักการเมืองไร้สปิริต สู่ยุคใหม่ที่นักการเมืองเป็นความหวังของประชาชน ด้วยการเสียสละยกเลิกสิทธิประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ในสถานการณ์ที่ประเทศเข้าใกล้วิกฤติ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า…หรือไม่ เช่นใด!? ดูน้อยลง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรผิดหวัง ที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในการเจรจาสงครามกับอิหร่าน
รัฐมนตรีของรัฐบาลสหราชอาณาจักร เวส สตรีทติง กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เป็นเรื่อง "น่าผิดหวัง" ที่การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดหยุดชะงักลง พร้อมเสริมว่า ความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บนโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้เป็นเรื่อง "ผิดปกติ"
แก้วสรร : สงครามอิหร่าน...สงครามที่หยุดไม่ได้!
ในบรรดานักวิเคราะห์สงครามตามโลกโซเชียลขณะนี้ Professor Jiang สามารถนำGames Theory มามองแล
2นักโปโลน้ำสาวไทย ปลอดภัยในแดนสงคราม เตรียมเข้าชิง'อิสราเอลคัพ'
สถานการณ์สงครามในพื้นที่ตะวันออกกลาง หลังกองทัพอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดถล่มเป้าหมายกว่า 100 จุดทั่วประเทศเลบานอนภายในเวลาเพียง 10 นาที ในเวลาเดียวกันของภาวะสงครามยังมี 2 นักกีฬาโปโลน้ำสาวทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์คือ "น้องแอม" ภัณฑิลา อาสายุทธ์ กับ "น้องแพรวา" รักษิณา เรืองทรัพย์ไพศาล ที่กำลังเล่นลีกอาชีพอยู่ที่สโมสรฮาโปแอลโยคเนียม (Hapoel Yoqneam) สโมสรโปโลน้ำชั้นนำของประเทศอิสราเอล ซึ่งมีชื่อเสียงจากการเข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติ รวมถึงรายการ Women Euro Cup และการแข่งขันในยุโรป โดยนักกีฬาทั้ง 2 คนยืนยันว่าปลอดภัยดี พื้นที่ที่อยู่ไม่ใช่พื้นที่สงคราม
'ศุภจี' รับเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย แต่อย่าสร้างความตระหนก ให้ทุกคนตระหนักเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน
'สีหศักดิ์' ไม่ทราบเรือขนน้ำมันแวะส่งสิงคโปร์ ยันรัฐบาลเจรจาให้เรือกลับมาไทยเท่านั้น
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือสินค้าและเรือนํ้ามันของไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ว่า เราต้องมีรายละเอียดหลายอย่างที่เขาอยากได้ ซึ่งเกี่ยวกับเรือแต่ละลำ วันนี้ได้มีการประชุมเกียวกับเรือที่ยังตกค้างอยู่
"ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่" ยุทธศาสตร์ประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตโลก
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและผันผวนอย่างรุนแรง นานาประเทศทั่วโลกไม่ได้เพียงแค่บริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังยกระดับ “มาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น” ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประเทศอยู่รอด

