
28 กรกฎาคม 2569 – รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมีใจความตอนหนึ่งว่า “การที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์อะไรต่างๆ ผมได้แจ้งกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชาไปว่าอยู่ที่ท่านแล้ว ประเทศไทยพร้อมที่จะเจรจา แต่ต้องเจรจาบนพื้นฐานที่ประเทศไทยได้วางเอาไว้ … ผมมั่นใจในหน่วยงานความมั่นคงประเทศไทยที่ได้ทำการปกป้องพิทักษ์ความเป็นเอกราชและความปลอดภัยของประเทศไว้เป็นที่เรียบร้อย ไม่มีสิ่งที่น่ากังวลใดๆ ดังนั้น การวางแผนถึงนโยบายต่างๆ โครงการต่างๆ ที่หน่วยงานของท่านมีความประสงค์ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน หากขยายกิจการต่างๆ ก็ขอให้ทำเสมือนว่าเหตุการณ์ทุกอย่างประเทศนี้มีความปกติมีความปลอดภัย…”
ต่อมา วันที่ 27 ก.ค. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดการประชุมร่วมกับฝ่ายกัมพูชาที่ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านมนุษยธรรม โดยยืนยันร่วมกันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและ MOU43
เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงนับจากสิ้นสุดการรบรอบ 2 เป็นต้นมาพบว่า กองกำลังกัมพูชาได้คุกคามทหารไทย มีการเติมอาวุธหนักและกำลังทหารประชิดชายแดนอย่างต่อเนื่อง ปรากฏเสียงระเบิดในพื้นที่ติดกับห้วยตามาเรีย-ช่องคานม้า อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถึง 19 ครั้ง โดยวันที่ 17 ก.ค. 2569 เพียง 7 วันก่อนการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีตามรายละเอียดข้างต้น ทหารไทยได้เหยียบทุ่นระเบิดที่ฐานภูผา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมข้อเท็จจริงที่ตระกูลฮุนเซนได้ปลูกฝังความคิดที่ผิดให้คนเขมรมีความเชื่อว่า ไทยคือชาติที่รุกราน ทำให้คนเขมรจำนวนไม่น้อยเกิดความเกลียดชัง และมีการให้ความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา
การที่กองกำลังกัมพูชาในปัจจุบันยังคุกคามทหารไทย แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยกลับกล่าวถึงการเจรจา การจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ ตลอดจนการขยายการลงทุน นอกจากเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน มีหน้าที่โดยตรงในการพิทักษ์รักษาบูรณภาพเหนือดินแดนและความมั่นคงของรัฐ ยังไม่สอดคล้องกับทฤษฎีและแนวปฏิบัติของรัฐบาลประเทศอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินนโยบายอย่างแข็งกร้าวต่อประเทศที่มาคุกคาม
ตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ รัฐบาลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ ไม่สามารถนำผลประโยชน์อื่นใดมาอยู่เหนือเรื่องอธิปไตย เกียรติภูมิ และบูรณภาพแห่งดินแดน โดยหากประเทศมีภาพลักษณ์ที่อ่อนแอ มีภัยคุกคาม ไร้ซึ่งความมั่นคง จะส่งผลโดยตรงต่ออำนาจในการต่อรองทุกมิติ จนนำมาซึ่งความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สำคัญที่สุดคือ 24 ก.ค. 2569 เป็นวันครบรอบ 1 ปี ที่กองกำลังกัมพูชาได้ใช้ BM21 โจมตีสถานประกอบการ บ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล จนทำให้เด็กนักเรียนไทย คนไทยผู้บริสุทธิ์ รวมถึงทหารไทยต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่กองทัพภาคที่ 2 นำโดยพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 จัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์ความสูญเสียดังกล่าว แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กลับไม่ให้ความสนใจใดๆ มิหนำซ้ำยังกล่าวถึงการจะเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ตลอดจนการขยายการลงทุนฯ
พฤติการณ์เช่นนี้จึงเสมือนเป็นการเดินเหยียบศพทหารไทย 42 นายที่พลีชีพเพื่อรักษาอธิปไตย รวมถึงศพของเด็กนักเรียนและคนไทยผู้บริสุทธิ์ เป็นการหมิ่นน้ำใจคนไทย อีกทั้งยังอาจเป็นสัญญานที่ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับเม็ดเงินทางการค้ามากกว่าอธิปไตย ความมั่นคง และเกียรติภูมิของราชอาณาจักรไทย..หรือไม่ เช่นใด?!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ รับข้อเสนอ 'Resilient Thailand' ขอแรง 'วปอ.' ช่วยสื่อสารประเทศ
'อนุทิน' ฟังข้อเสนอ วปอ.68 ‘Resilient Thailand’ ชี้ต้องไม่ให้มีการเมือง -อารมณ์ ทำเสียเกียรติภูมิศักดิ์ศรี ชู 3 หลักคิด ‘เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ-ปฏิรูประบบราชการ-พัฒนาคน’
เนรเทศรายที่ 2! 'อนุทิน' เซ็นไล่ชาวฝรั่งเศสพ้นราชอาณาจักร
'อนุทิน' ลงนามคำสั่งเนรเทศรายที่ 2 ไล่ชาวฝรั่งเศสพ้นราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาคดีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
'ฮั้ว สว.' จุดชนวน 'สงครามดอกกุหลาบ'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนที่ 5 สงครามดอกกุหลาบ (War of the Roses)
ไทย-จีนแน่นแฟ้น นายกฯเป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน
นายกฯ เป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำ สัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิดมากกว่าญาติทางไกล ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้ พูดติดตลกสัปดาห์หน้าแซยิดแล้วแต่มองว่าเพิ่งเริ่มต้นต้องวางรากฐานไม่หยุดยั้ง ด้านอุปทูตจีน ลั่น ไทย-จีนครอบครัวเดียวกัน อวยพรประสบความความสำเร็จทำภารกิจเพื่อประเทศ-ประชาชน 6 กันยายน 2569 – เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ณ หอประชุมจือปึงตึ๊ง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ถนนจันทน์ ซอย 24 (เย็นจิตร) เขตสาทร เมื่อนายกฯ มาถึงมีคณะเชิดสิงโตจากสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย และตัวแทน 9 สมาคม รอต้อนรับ โดยมีสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย สมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย สมาคมเจียงเจ้อ(เซี่ยงไฮ้)แห่งประเทศไทย สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมาคมหยูนหนาน (ประเทศไทย) และสมาคมกวางสี (ประเทศไทย) จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับตัวแทน 9 สมาคม และนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยม โดยนายกฯได้เขียนเซ็นชื่อตัวเอง และเขียนชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจ และยินดี รวมถึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย 60 ปีถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ชมรม 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายของคนที่สร้างโอกาส สร้างธุรกิจสร้างรายได้ช่วยเหลือสังคม และเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับประชาชนชาวจีน และพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอด พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสัมคม และเศรษฐกิจของสังคมไทยมาหลายชั่วอายุคน และในขณะที่เราเป็นคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ เราก็ยังคงรักษาความผูกพันทางภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับความเป็นคนไทยเชื้อสายจีนเข้าด้วยกัน นี่คือจุดแข็งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของประเทศไทย นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปที่เซี้ยงไฮ้ เฉิงตู ปักกิ่ง และได้มีโอกาสเข้าพบหารือกับทางประธานาธิบดี สีจิ้นผิง นายกรัฐมนตรี ลี เฉียง และผู้นำในระดับมณฑล รวมถึงภาคธุรกิจ และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน สิ่งที่ตนสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ ประเทศจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และมองประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่สามารถเดินไปด้วยกันข้างหน้าได้ ในการพบกันที่เซี่ยงไฮ้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงสายสัมพันธ์เราด้วยคำว่า “ไทยจีนครอบครัวเดียวกัน“ และกล่าวว่า “จีนเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่พึ่งพาได้ของไทย” และอีกคำที่มีความจริงใจมากก็คือ ขอให้ประเทศไทยคิดว่า “ประเทศจีนคือเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด” อาจมีความสำคัญ และมีความหมายมากกว่าญาติที่อยู่ห่างไกล ประโยคเหล่านี้มีความหมายมาก เพราะคำว่าครอบครัว คำว่าเพื่อน คำว่ามิตร ล้วนแล้วแต่ย้ำถึงความผูกพันที่พวกเราสร้างร่วมกันมาในอดีต ส่วนคำว่าหุ้นส่วนคือข้อสัญญาที่บอกว่าเราจะเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดในอนาคต และในอนาคตที่จะพูดถึงนี้ คือ การเจริญเติบโตในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน เทคโนโลยี AI จากนั้น ไมค์โครโฟนดับ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนไมค์ให้ นายอนุทิน จึงกล่าวติดตลก ว่า ไมค์นี้ไม่ได้ทำจากไทย และจีน ทำจากที่ไหนไม่รู้ จึงไม่ค่อยดี นายกฯ กล่าวต่อว่า การเยือนดังกล่าวได้นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันถึง 15 ฉบับ รวมถึงการเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อใช้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ความร่วมมือนี้เป็นการเปิดประตูแบบสองด้าน โดยฝั่งหนึ่งคือการดึงดูดบริษัทจีนที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และอีกฝั่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำธุรกิจ หาพันธมิตร และโอกาสในตลาดจีน เพราะไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียงตลาด หรือฐานการผลิต แต่ต้องการเติบโตไปพร้อมกันในฐานะหุ้นส่วน นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ฝากชมรม 9 สมาคมจีนในอีก 60 ปีข้างหน้า ว่าต้องการให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้เยาวชนไทยมองจีนเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ไม่ใช่แค่พื้นที่ของบรรพบุรุษ ขณะเดียวกันอยากให้คนจีนรุ่นใหม่มองไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุน และสร้างนวัตกรรมร่วมกันได้ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตู และสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และแน่นอนว่าเราต้องการพลังจากคนในที่นี้ให้มาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทย และจีน ในช่วงท้าย นายกฯได้แสดงความยินดีในวาระครบรอบ 60 ปีของชมรม 9 สมาคมจีน พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณคนรุ่นก่อนที่สร้างสะพานแห่งนี้ให้กับเรา และฝากคนรุ่นปัจจุบันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และไปได้ไกลขึ้นเพื่อพาสองประเทศไปได้ไกลมากกว่าเดิม คำว่า จีนไทยไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน เป็นความจริงที่เราได้พิสูจน์แล้วหลายชั่วอายุคน และอยากให้เรา เพิ่มอีกความหมายหนึ่งไปด้วยว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน มีบรรพบุรุษมาจากแผ่นดินนั้น แต่ ณ ปัจจุบันเราเป็นหุ้นส่วนที่สร้างอนาคตร่วมกัน “ปีนี้ 9 สมาคมจีนครบรอบ 60 ปี เป็นตัวเลขที่ดี ปีนี้ผมก็ 60 ปี สัปดาห์หน้าก็แซยิดแล้ว นึกไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเร็วเช่นนี้ 60 ปีเราบอกว่าแก่ บอกว่าอายุมาก บอกว่าวัยเกษียณเราจะไม่คิดอะไรต่อ แต่สำหรับผมคิดว่า 60 ปีชีวิตเพิ่งเริ่มต้น เราต้องคิดทุกอย่างให้กับลูกหลานของเรา ให้มีทาง มีพื้นฐานที่ดี ในการสานต่อความสัมพันธ์ไทยจีนไม่มีวันหยุดยั้ง ผมอวยพรให้สมาคม สมาชิก และครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ และขอให้มิตรภาพไทย-จีน มั่นคง และเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป” นายกฯ กล่าว ก่อนกล่าวจบ นายกฯได้พูดเป็นภาษาจีน ว่า “จง ไท้ อี้ เจีย ซิน เจีย หยู จง กั๋ว” แปลเป็นภาษาไทย ว่า ไทยจีนครอบครัวเดียวกันตลอดไป ขอให้เจริญๆขึ้นไปเรื่อยๆ ด้าน นาย อู๋ จื้ออู่ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน ว่า เหมือนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าจีน-ไทยครอบครัวเดียวกัน ทั้งชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันด้วยความสามัคคี และร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยและจีนได้ถูกพัฒนาอย่างมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จีนและไทยควรจับมือกันให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพ และจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความจริงใจและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทุกด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และความผาสุกของพี่น้องทั้งสองประเทศ โดยในช่วงท้าย นาย อู๋ จื้ออู่ ได้กล่าวอวยพรนายกฯ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสําเร็จในภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ทั้งนี้ข่าวรายงานว่า นายอนุทิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง มีชื่อแซ่ในภาษาจีนกวางตุ้งว่า “ฉั่น เส็กหยิ่ว” แซ่นี้คือแซ่เดียวกับ “เฉิน” ในภาษาจีนกลาง หรือ “ตั๊ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่พอเป็นภาษาจีนกวางตุ้งจะออกเสียงว่า “ฉั่น” ซึ่งคนไทยมักอ่านว่า “ชาน” อีกทั้งนายอนุทิน ยังเป็นกรรมการสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทยอีกด้วย ///
'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบมีมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม
'เอกนิติ' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า-น้ำ-ผังเมือง-สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ
'อนุทิน' หัวเราะ 'เท้ง' ไม่รู้เรื่อง ขย่มรัฐบาลดับไฟใต้เหลว ท้ายื่นซักฟอก
'นายกฯหนู' เย้ย 'เท้ง' ไม่รู้เรื่อง กล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ย้ำใช้งบประมาณคุ้มค่า เปิดทางฝ่ายค้านถามกระทู้-ยื่นญัตติ รวมถึงซักฟอกทั้งสองแบบ

