ทำไมเราทำ ๒ อย่างไม่ได้

แลนด์บริดจ์ เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบว่า จะสร้าง หรือไม่สร้าง ด้วยเหตุผลอะไร

เพราะคนสนับสนุนเยอะ คนค้านก็ไม่น้อย

แต่...วันนี้ประเทศไทยต้องทำอะไรสักอย่าง

ต้องชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหน

มีคำถามน่าสนใจจาก โจ มณฑานี ตันติสุข นักเขียนและวิทยากรการเงินชื่อดัง

โพสต์สั้นๆ แต่ต้องคิดเยอะมากครับ

"...เจ้ไม่เข้าใจจริงนะ ทำไมไทยต้องเลือกระหว่างมีแลนด์บริดจ์กับรักษ์ทะเล?

ทำไมเรา ๒ อย่างไปด้วยกันไม่ได้?

ไทยขาดคนฉลาดที่จะประสาน ๒ สิ่งคู่กันหรือ..."

เป็นคำถามที่ฟังแล้วถึงกับสะอึกเหมือนกันครับ เพราะที่ผ่านมาคนไทยมักจะแบ่งข้างเชียร์อย่างใดอย่างหนึ่ง แทบไม่เห็นมีใครตั้งคำถาม ทำไมเราทำทั้ง ๒ สิ่งไม่ได้

ทั้งๆ ที่ทั่วโลกมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย

ยกตัวอย่างกระเช้าลอยฟ้า

ไม่ว่าโครงการเกิดในพื้นที่ไหน โอกาสสร้างยากมาก

สาเหตุหลักคือ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ใช่ครับปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญมาก โครงการไหนที่สร้างแล้วกระทบสิ่งแวดล้อมมักจะถูกต่อต้านจนล้มไปแล้วหลายโครงการ

แล้วทำไมเราทำทั้ง ๒ อย่างไม่ได้

มีกระเช้าไฟฟ้าด้วย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เพราะหลายประเทศทั่วโลกเขาทำได้

หรือคนไทยมีความคิดสุดขั้วเกินไป!

ถ้าจะสร้างทำไมต้อง “แลนด์บริดจ์”

ทำไมไม่ขุดคลอง เช่น “โครงการคลองไทย”

ถ้าไม่ทำเราจะพัฒนาอะไรภายใต้กติกาโลกใหม่ ภายใต้ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ไม่เหมือนเดิม

วันนี้ไม่เฉพาะรัฐบาลครับ คนไทยต้องคิดแล้วว่า เราจะยืนในจุดไหนบนแผนที่โลก

เห็นโพสต์ของ “พี่เอ้-ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” แล้วมันเจ็บกระดองใจ

ชื่อเรื่องว่า ...เรื่องใหญ่แห่ง “ศตวรรษ” เมื่อ “เวียดนามแซงไทย” ไม่ใช่เพราะค่าแรงถูก แต่เพราะ มุ่งมั่นสร้าง “คนคุณภาพสูง”...

-----------

.......เมื่อตัวเลข GDP (PPP) เปรียบเทียบเศรษฐกิจโดยดูว่า “เงินเท่ากัน ซื้อของได้เท่ากันไหม”

เวียดนาม = 1.885 ล้านดอลลาร์

ไทย = 1.881 ล้านดอลลาร์

“เวียดนาม” จึงมี GDP ชนะไทยไปเรียบร้อย

และมีแนวโน้ม จะทิ้งห่างขึ้นทุกปี จากการเติบโตสูงกว่าไทยหลายเท่า…

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของ “การลงทุน” “โรงงาน” หรือ “FDI” มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่สูงกว่าไทย

แต่ถ้ามองลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง

จะเห็น “รากแก้ว” ของเศรษฐกิจเวียดนาม

คือ การสร้าง “การศึกษาคุณภาพ”

เวียดนามไม่ได้ชนะไทย เพราะโชค

แต่ชนะเพราะ เขาสอนคนให้ “ขยัน” และ “เก่ง”

มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมาก

ผลสอบ PISA ของเวียดนามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เด็กเวียดนามทำคะแนน

คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน

อยู่ในระดับ “ท็อปของโลก”

คะแนนยังสูงกว่า หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว

นี่คือสัญญาณว่า

เขาไม่ได้แค่ “สร้างโรงงาน”

แต่เขากำลัง “สร้างสมอง”.........

---------------

หลายคนคงแย้งว่าดูตัวเลขนี้อย่างเดียวไม่ได้ต้องดูอย่างอื่นประกอบด้วย ก็ว่ากันไปครับ แต่อย่าลืมว่าในอดีต ไทยเหนือกว่าเวียดนามหลายขุม ไม่ว่าจะงัดตัวเลขมุมไหนมาแสดงก็ตาม

วันนี้ไม่เหมือนในอดีตแล้ว

แล้วไทยจะไปทางไหน

วันนี้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังไม่มีไอเดียอะไรที่เข้าใกล้ปฏิรูปการศึกษาเลย

นายกฯ อนุทิน งานคงเยอะเกินไปเลยไม่ได้ลงมาจี้ประเด็นนี้

สรุปแบบรัฐบาลอนุทินยังห่างกับคำว่า ปฏิรูปการศึกษา

เมื่อไม่มีก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง

คลองไทย ที่คนเชียร์กันว่า ดีกว่าแลนด์บริดจ์ นั้นดีกว่าจริงหรือ

ข้อมูลล่าสุดเดือนเมษายนปีนี้ เรือสินค้าที่ต้องการผ่านคลองปานามา ต้องรอคิวนานเฉลี่ยประมาณ ๓ วันครึ่ง หรือประมาณ ๓-๔ วัน ร่นระยะอ้อมแหลมฮอร์นได้ ๒ สัปดาห์

คลองสุเอซ ใช้เวลาประมาณ ๑๒-๒๔ ชั่วโมง ร่นระยะเวลาที่ต้องไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ๒ สัปดาห์ 
คลองไทยถ้าขุดเสร็จคาดว่าอาจต้องใช้เวลารอคิว ๑-๒ วัน ใช้เวลาพอๆ กับอ้อมช่องแคบมะละกา

เห็นตัวเลขแบบนี้น่าจะพอมองออกว่าคุ้มหรือไม่กับโครงการมูลค่ากว่า ๒ ล้านล้านบาท

แล้ว “แลนด์บริดจ์” มูลค่าประมาณ ๑ ล้านล้านบาทคุ้มแน่หรือ

ถ้าแลนด์บริดจ์ในบริบทเก่า ทำหน้าที่แค่เปลี่ยนถ่ายสินค้าจาก ๒ ฝั่งทะเลไทย ได้เจ๊งระเนนระนาด

แล้ว แลนด์บริดจ์บริบทใหม่ควรจะเป็นอย่างไร

สิงคโปร์ได้อะไรจากเรือที่เข้ามาในช่องแคบมะละกา

แน่นอนครับไม่ใช่ทางผ่านอย่างเดียว เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นสิงคโปร์ไม่ได้อะไรเลย

จุดที่น่าสนใจคือ ท่าเรือสิงคโปร์ เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า (Hub)  คือเน้นการขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่ไปเรือเล็ก ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่เรือบรรทุกน้ำมันไทยถ่ายน้ำมันดิบที่สิงคโปร์ก่อนจำนวนหนึ่ง จนมีนักการเมืองไทยไปบอกทำนองว่าแอบลักขายที่สิงคโปร์ นั่นแหละครับ คือการถ่ายสินค้าตามปกติ ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย เพราะเรือไม่ได้ขนน้ำมันดิบให้เจ้าเดียว

ถ้าจะทำแลนด์บริดจ์ก็ต้องใช้จุดอ่อนของสิงคโปร์ตรงนี้แหละครับ เพราะนับวันการขนส่งทางเรือจะเยอะขึ้น ท่าเรือของสิงคโปร์แม้จะพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่มีจุดอิ่มตัว

ทีนี้ก็โฟกัสไปที่การขนถ่าย ไม่ใช่แค่ส่งของจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่ต้องทำตัวเหมือนโกดังขนาดใหญ่ แจกจ่ายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลก

ที่สำคัญต้องมีอุตสาหกรรมรองรับ คือทำหน้าที่ผลิตด้วย

สรุปคือ เป้าหมายไม่ใช่ให้เรือแล่นผ่าน ไม่ใช่ยกสินค้าจากเรือลำหนึ่งไปใส่ในเรืออีกลำหนึ่ง แต่เป็นที่รวมศูนย์สารพัดสินค้าจากทั่วโลก เพื่อแจกจ่ายไปยังคาบสมุทรต่างๆ

ไม่ทราบว่ารัฐบาลมีแนวคิดทำนองนี้หรือไม่ 

ถ้าไม่ก็เอาเงิน ๑ ล้านล้านบาท ไปปฏิรูปการศึกษาจะได้ประโยชน์เยอะกว่าครับ

หรือถ้ามันยากนัก ก็เอาไปทำคนละครึ่งก็ได้

รับรองคนเชียร์มากกว่าคนด่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กุ๊ย

เห็นยังไม่เป็นข่าว ไม่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เลยเอามาฝากครับ มีเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ปอกเปลือกจรรยามารยาทและความเป็นผู้ดีไทย" ตั้งแต่โน้นครับ...วันที่ ๒๔ เมษายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ปัญหาของพรรคส้ม

ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มคืออะไร รู้มั้ยครับ... ทัศนคติ! ถ้ายังไม่เปลี่ยนทัศนคติ ไม่ปรับมุมมอง คงยากที่จะโตไปกว่านี้ เผลอๆ ถอยหลังเข้าคลอง

คิดแบบ 'ศุภจี'

"พี่แต๋ม-ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ก็เหมือนปี๊บครับ... ยิ่งตีก็ยิ่งดัง! คนแก้ปัญหากับคนวิจารณ์เป็นของคู่กันครับ ฉะนั้นวิจารณ์ดีก็รับไปพิจารณา ถ้าเอาแต่ด่าอย่างเดียวก็อย่าไปใส่ใจ เพราะมันคือขยะ ไอ้พวกที่เห็นช่องไม่ได้ จะเขย่าหวังผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียว พวกนี้ก็อย่าไปจมปลักด้วย เพราะจะนำมาแต่ความตกต่ำในชีวิต

ทุเรียน-ทุรนทุราย

"ดู" และ "ฟัง" เค้าเถียงกันเรื่องทุเรียนมาหลายวัน บอกตรงๆ ว่า ไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้หรอกครับว่าเขาปลูก เขาขาย กันยังไง

ถอดบทเรียน 'น.ช.ทักษิณ'

ออกมาเที่ยวนี้ไม่รู้จะเสือกทุกเรื่องอีกหรือเปล่า หรือเข็ดแล้ว ขอเลี้ยงหลานดีกว่า ครับ...วานนี้ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม มีมติให้ "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป

‘แลนด์บริดจ์’ ในบริบทใหม่

ช่วงนี้รัฐบาลโดนถล่มหลายเรื่องครับ เรื่องน้ำมันดูจะเบาลงไปเพราะเริ่มปรับตัวได้ และราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลง แต่...ก็แค่ชั่วคราว เรื่อง “ศุภจี” ไลฟ์สดขายทุเรียน